มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ•ตอนที่ 12

อย่าทำเสียงแบบนั้น...

ผลงานโดย เสียงกระซิบยามดึก
"กรี๊ดดดดดดด— อุ๊บ!" เสียงกรีดร้องที่เตรียมจะแผדแผดออกไปถูกมือหนาของสถาปนิกหนุ่มคว้าหมับปิดปากไว้แน่นจนพริมโรสหน้าหงายไปชนกับแผงอกกว้าง ความเย็นเฉียบจากเงาดำที่เพิ่งพุ่งทะลุกระจกเข้ามาเมื่อครู่ราวกับถูกแช่แข็งไว้ด้วยความตกใจสุดขีด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกในเวลานี้ กลับไม่ใช่เงาอาฆาตที่กำลังยืนบิดเบี้ยวอยู่ปลายเตียง หากแต่เป็นสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของกวินทร์ที่แนบอยู่บนริมฝีปากของเธอ และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกลิ่นฝนจางๆ ที่โชยเข้ามารingก์จมูกท่ามกลางความมืดมิด "เงียบ... ถ้าคุณยังแหกปากอยู่ ผมจะปล่อยให้ผีมันลากคุณไปตบอร์ดแถวระเบียงคนแรก" เสียงกระซิบต่ำทุบลงข้างใบหูของเธออย่างคาดโทษ ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ตรงซอกคอทำให้พริมโรสตัวแข็งทื่อ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องลี้ลับได้รวดเร็วยิ่งกว่า 5G ตอนนี้กลับรวนเรจนพาลนึกไปถึงเรื่องอื่นเสียหมด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกปนเขินอาย เธอกะพริบตาปริบๆ พลางส่งเสียงอื้ออึงในลำคอเป็นเชิงประท้วงว่า *'ใครใช้ให้มาจับปากแบบนี้เล่า ยัยผีตรงนั้นต่างหากที่น่ากลัว!'* กวินทร์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างระอา แต่แปลก... มือที่ปิดปากเธอกลับไม่ได้ขยับหนีทันที เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังเงาดำที่บิดเบี้ยวผิดมนุษย์ ร่างท้วมสูงโปร่งที่ยืนโคลงเคลงอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอราวกับคนกำลังจะขาดใจตาย แรงกดดันจากวิญญาณพุ่งทะยานจนอุณหภูมิในห้องนอนลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ขนอ่อนทั่วร่างของพริมโรสลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย เธอลืมความเขินอายเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้มือเล็กๆ ทั้งสองข้างเอื้อมไปคว้าชายเสื้อเชิ้ตสีเข้มของกวินทร์ไว้แน่น ขยุ้มจนเนื้อผ้าตึงเปรี๊ยะ "คุณกวินทร์..." เธอส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความกลัวจนน้ำตาเล็ดเมื่อเงาดำนั้นเริ่มขยับร่างเข้าใกล้เตียงนอนทีละนิด "มัน... มันเดินมาทางนี้แล้ว ทำยังไงดีคะเนี่ย ฮือออ มูเตลูบทไหนก็ช่วยไม่ได้แล้วมั้งแบบนี้!" "หยุดสั่นก่อนได้ไหมพริมโรส... ตัวคุณสั่นเป็นลูกนกตกน้ำอยู่แล้วเนี่ย" กวินทร์เอ็ดเบาๆ น้ำเสียงของเขาแม้จะยังมีความหงุดหงิดเจืออยู่ตามนิสัย แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่ามันไม่ได้มีความรุนแรงเหมือนทุกครั้ง ตรงกันข้าม... มืออีกข้างที่ไม่ได้ปิดปากเธออยู่ กลับเอื้อมไปโอบไหล่บางเอาไว้หลวมๆ เพื่อบังร่างของเธอให้พ้นจากรัศมีสายตาของวิญญาณอาฆาตโดยไม่รู้ตัว พริมโรสเงยหน้าขึ้นมองเขาผ่านความมืดสลัว แสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามที่ลอดผ่านม่านมุ้งเข้ามาทำให้เห็นสันจاوโด่งและดวงตาคมปลาบที่กำลังจดจ้องไปยังเงาดำเบื้องหน้า หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง... *แปลกจัง ทั้งที่สถานการณ์ข้างหน้าน่ากลัวจนแทบฉี่ราด แต่ทำไมพอมีแผ่นอกกว้างของคนคนนี้คอยบังไว้... ความกลัวครึ่งหนึ่งถึงได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยล่ะเนี่ย* ในจังหวะที่เงาดำนั้นอ้าปากกว้างจนแทบถึงใบหู ส่งเสียงกรีดแหลมสูงบาดแก้วหูจนพริมโรสต้องหลับตาปี๋ซุกหน้าลงกับอกของกวินทร์ ชายหนุ่มก็ไม่รอช้า เขาใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะเข้าที่กลางหน้าผากของตัวเองก่อนจะสะบัดมือออกไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพึมพำคาถาบทโบราณที่สืบทอดกันมาในตระกูลด้วยน้ำเสียงทรงพลังและเด็ดขาด "เปรี้ยง!" เสียงคล้ายกระแสไฟฟ้าช็อตดังขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับแสงสีทองจางๆ ที่แผ่พุ่งออกไปปะทะกับเงาดำนั้นอย่างจัง วิญญาณร้ายส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างเงาดำจะค่อยๆ สลายกลายเป็นควันสีเทาจางหายไปกับสายลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่แตกละเอียด ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องนอนอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอับชื้นจางๆ และเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ พริมโรสยังคงซุกหน้าอยู่กับอกของกวินทร์ แผ่นหลังบางสะท้านน้อยๆ จากอาการขวัญหนีดีฝ่อ เธอยังไม่กล้าลืมตาขึ้นมามองเพราะกลัวว่าเงาดำนั้นจะกลับมาหลอกหลอนอีกรอบ กวินทร์ก้มมองศีรษะทุยที่ซุกอยู่ตรงอกเสื้อของตัวเอง ความนุ่มนวลและกลิ่นแชมพูอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกจนทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้เคยนิ่งสงบมาตลอดชีวิตถึงกับชะงัก นิ้วมือที่เคยโอบไหล่เธอไว้เผื่อป้องกันตัว ตอนนี้กลับค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ไม่กล้าขยับไปไหน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนขึ้นมาในอก... *ให้ตายสิ ยัยนี่ตัวแค่นี้เองเหรอ ทำไมเวลาตกใจถึงได้ดูน่าสงสาร... เอ๊ย น่ารำคาญขนาดนี้วะ* "เอ่อ... มันไปแล้วครับ คุณจะเลิกซุกอกเสื้อผมแล้วเงยหน้าขึ้นมาได้หรือยัง หน้าอกผมไม่ใช่หมอนข้างนะพริมโรส" กวินทร์กระแอมไอเบาๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวแปลกๆ ในใจที่กำลังประท้วงเสียงดัง พริมโรสสะดุ้งเฮือก รีบผละตัวออกจากอกกว้างทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความอับอายปนเขิน เธอยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ พยายามทำเป็นมองโน่นมองนี่เพื่อหลบสายตาคมกริบที่มองมา "แหม... ใครจะไปรู้ล่ะคะ ก็มันตกใจนี่นา! อีกอย่าง... คุณเองก็ไม่ได้ผลักฉันออกทันทีสักหน่อย นิ่งให้ซุกอยู่ตั้งนาน..." เธอพึมพำงึมงำในลำคอ เสียงเบาหวิวราวกับแมวบ่น แต่มีหรือที่คนหูไวอย่างกวินทร์จะไม่ได้ยิน ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์โดยที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน "อ๋อ... นี่คือการกล่าวหาว่าผมแอบฉวยโอกาสว่างั้นเถอะ? ทั้งที่เมื่อกี้ใครกันนะที่เกาะผมแน่นยิ่งกว่าปลิงควาย?" "นี่! ใครปลิงคะคุณกวินทร์! ฉันแค่... แค่หาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจต่างหากเล่า!" พริมโรสโวยวายหน้าดำหน้าแดง แยกเขี้ยวใส่เขาอย่างลืมตัว ความกลัวผีเมื่อครู่วิรบันหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแต่อารมณ์หมั่นไส้พ่อหนุ่มปากจัดคนนี้ล้วนๆ "ครับๆ ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ... ปากเก่งแบบนี้แสดงว่าหายกลัวแล้วสินะ งั้นก็เชิญไปเก็บกวาดเศษกระจกที่แตกอยู่ปลายเตียงเองด้วยแล้วกัน ผมจะไปนอนต่อ" กวินทร์พูดจบก็ทำท่าจะหันหลังเดินกลับไปยังโซฟาตัวโปรดของตัวเอง แต่ทว่า... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชตในโทรศัพท์มือถือของกวินทร์ที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ หน้าจอเรืองแสงวาบขึ้นมาเผยให้เห็นข้อความยาวเหยียดที่พริมโรสเผลอเหลือบไปเห็นเข้าโดยบังเอิญ— *[ข้อความจาก: แม่] : กวินทร์ ลูก... เรื่องดูตัวกับน้องมินraลูกสาวเพื่อนแม่ เสาร์นี้อย่าลืมนะ แม่นัดไว้เรียบร้อยแล้ว ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด!* ดวงตากลมโตของพริมโรสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกแปลบปลาบแปลกๆ แล่นริ้วเข้ามาในอกอย่างกะทันหัน โดยไม่ทันได้คิดไตร่ตรองให้ดี ปากเจ้ากรรมก็สวนออกไปทันทีด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุปรอท "เดี๋ยวก่อนค่ะ! จะไปดูตัวกับใครที่ไหนไม่ได้ทั้งนั้นแหละ...!" กวินทร์ชะงักฝีเท้า หันกลับมามองเธอด้วยแววตาประหลาดใจแกแกมขบขัน "หืม? ทำไมผมจะไปไม่ได้ล่ะพริมโรส ในเมื่อคุณกับผมเราก็เป็นแค่... โอ๊ย!" ยังไม่ทันที่กวินทร์จะพูดจบ พริมโรสก็พุ่งเข้ามาคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่น ดวงตากลมโตจ้องมองเขาด้วยความจริงจังจนน่าตกใจ "ก็... ก็เพราะว่า..." เธอลำลังจะเอ่ยปากพูดประโยคที่ซ่อนอยู่ในใจออกไป แต่สมองเจ้ากรรมกลับสั่งให้หยุดชะงัก ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งอย่างรวดเร็วและหนักหน่วงจากหน้าห้องพัก *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ทั้งคู่สะดุ้งโหยง หันขวับไปมองที่ประตูห้องพร้อมกันด้วยความตกใจ กวินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย เพราะเวลานี้ตีสองกว่าแล้ว ไม่มีทางที่รูมเซอร์วิสหรือใครจะมาเคาะห้องพักแน่ๆ แต่ทว่า... สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของพริมโรสเย็นเฉียบลงจนแทบหยุดไหล คือเสียงกระซิบแหบพร่าที่ลอดผ่านร่องประตูเข้ามาเบาๆ— *"คุณกวินทร์คะ... เปิดประตูให้ฉันหน่อยสิคะ..."* เสียงนั้น... เป็นเสียงเดียวกับผู้หญิงในเงาดำที่เพิ่งถูกกำจัดไปเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยน! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาหวีดความปั่นป่วนชวนขนหัวลุกของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เสียงกระซิบยามดึก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มูเตลูไม่ช่วย ถ้าใจพี่ไม่นิ่งพอ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%