สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 22

พระอาทิตย์ตกดินและคำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
“ถ้าคุณยังเอาแต่เงียบแล้วทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น ฉันจะถือว่าแบบแปลนโครงสร้างปีกทิศเหนือที่คุณแก้มาสามรอบ มันใช้รองขาโต๊ะกินข้าวหมาข้างไซต์งานไม่ได้นะคะ” เสียงใสๆ ที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นจังหวะสม่ำเสมอ รินณาเท้าแขนลงกับราวสะพานไม้เก่าๆ ริมชายหาด ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานยามได้เห็น ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ แห่งวงการสถาปัตยกรรมต้องมานั่งเงียบเป็นใบ้กินสตรอว์เบอร์รีอยู่ริมทะเลแบบนี้ ภาคินเหล่ตามองร่างบางที่ยืนรับลมจนผมยาวสลวยปลิวสยาย แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเคืองแม้แต่น้อย มีแต่ความรuนร้าวและขัดเคืองใจที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบตึงเป็นเอกลักษณ์ “ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรินณา” ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าไปประชิดจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายทะเลจางๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูกจนวิศวกรสาวถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “เรื่องงานปีกทิศเหนือไว้เคลียร์กันพรุ่งนี้ แต่ตอนนี้... ช่วยหุบปากแล้วฟังผมพูดอะไรสักประโยคจะตายไหมครับ... เอ๊ย! จะตายไหมคะ” รินณาหลุดหัวเราะพรืดออกมาทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความขบขัน “อุ๊ยตายวายป่วง คุณภาคินผู้เคร่งขรึม สถาปนิกมือหนึ่งผู้ยึดมั่นในระเบียบวินัย หลุดพูดคำผู้ชายออกมาได้ด้วยเหรอเนี่ย สงสัยลมทะเลจะตีเข้าสมองจนระบบรวนหมดแล้วมั้งคะ” “ริน...” เสียงเรียกที่ทุ้มต่ำลงกว่าปกติทำเอาเสียงหัวเราะของรินณาชะงักกкаก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้า และพบว่าดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่ได้กำลังล้อเล่น ความระยิบระยับเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังบางอย่างที่หนักอึ้งจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนเสียงทั้งหมดเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอก—ไม่ใช่เสียงของเธอ แต่เธอมั่นใจว่าเป็นของเขา แสงสีส้มอมชมพูของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดส่องกระทบผิวน้ำทะเลเป็นประกายระยิบระยับ ทาบทับใบหน้าด้านข้างของภาคินให้ดูหล่อเหลาราวกับภาพวาด ปลายฟ้าสีครามค่อยๆ ถูกความมืดกลืนกิน ขณะที่ลมเย็นยามเย็นพัดผ่านจนรินณาต้องเผลอยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองเบาๆ ภาคินมองการกระทำนั้นด้วยหางตา ก่อนที่ร่างสูงจะถอดเสื้อคลุมผ้าลินินสีครีมของตัวเองออกอย่างไร้ความลังเล แล้วนำมาคลุมไหล่บางให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจากเนื้อผ้าที่ยังหลงเหลือไออุ่นจากตัวเขาทำให้หัวใจของรินณากระตุกวูบอย่างแรง เธอนิ่งงิ่งไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องโครงสร้างเหล็กและคอนกรีตได้อย่างแม่นยำ กลับรวนเรจนคิดคำพูดแซաբๆ ไม่ออกสักคำ “คือ...” ภาคินสูดหายใจเข้าลึกราวกับกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิต สายตาของเขาจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ “ตลอดเวลาที่เราต้องมาทำงานร่วมกัน... คุณคอยกวนประสาทผม คอยหาเรื่องเถียง คอยทำให้ผมปวดหัวอยู่เรื่อย... แต่แปลกชะมัด ที่เวลาไม่ได้เห็นหน้าคุณ หรือเวลาที่คุณไปยืนคุยกับไอ้ธัน... ผมกลับ...” หัวใจของรินณาเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู ปากที่เคยแซ่บจนได้ฉายาเริ่มแห้งผาก เธอจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดของเขาด้วยความรู้สึกประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คำว่า *‘ไอ้ธัน’* ที่หลุดออกมาพร้อมน้ำเสียงหึงหวงแบบไม่ปิดบัง ทำให้แก้มเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาโดยไม่ต้องมีแสงแดดช่วย ภาคินกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นที่ราวสะพาน เขารู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นคนฟอร์มจัดแค่ไหน แต่ถ้าคืนนี้เขาไม่พูดออกไป มีหวังได้อกแตกตายคาชายหาดนี้แน่ๆ “ผม... ผมแค่อยากจะบอกว่า... ที่จริงแล้วผม...” “ริน! อยู่นี่เองเหรอคุณ! ผมตามหาซะทั่วเลย” เสียงทุ้มคุ้นหูที่ตะโกนแทรกขึ้นมาจากระยะไกล ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่ไว้หน้าใคร ภาคินสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต ใบหน้าหล่อเหลาที่เมื่อครู่กำลังเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและจริงจัง กลับบึ้งตึงลงทันทีในเสี้ยววินาที รินณาผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ทั้งรู้สึกโล่งอกและเสียดายอย่างประหลาด เธหันไปมองต้นเสียง และเห็นธัน สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่กำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างในมือถือแก้วน้ำสมุนไพร “มีอะไรเหรอคะพี่ธัน?” รินณาเอ่ยถาม พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นไม่เป็นส่ำ “พอดีผู้รับเหมาฝากเอาเอกสารด่วนมาให้เซ็นน่ะสิ น้องรินต้องรีบดูหน่อยนะ เพราะพรุ่งนี้เช้าหน้างานจะเริ่มเทปูนแล้ว” ธันยื่นแฟ้มเอกสารให้ แต่สายตากลับเหลือบมองภาคินที่ยืนหน้าถมึงทึงอยู่ข้างๆ ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “อ้าว คินก็อยู่ด้วยเหรอ นึกว่ากลับไปนอนกอดแบบแปลนที่รีสอร์ตแล้วซะอีก หน้าตาเครียดเชียว ท้องเสียเหรอเรา?” ภาคินแค่นเสียง “หึ” ออกมาในลำคอ ดวงตาดุราวกำลังจะกินเลือดกินเนื้อ “เปล่าครับ... แค่เกือบจะได้ยินเรื่องสำคัญ แต่ดันมีคนตาถั่วหูหนวกมาเหยียบหางแถวซะก่อน” ธันเลิกคิ้วขึ้นอย่างงงๆ “ห้ะ? แกพูดอะไรของแกวะคิน?” รินณาแอบอมยิ้มบางๆ กับท่าทางฟัดเหวี่ยงแบบเด็กๆ ของสถาปนิกหนุ่มเจ้าสำอาง ก่อนที่เธอจะหันกลับมาสบตากับภาคินที่ยังคงจ้องเธอเขม็งด้วยสายคาดโทษ ทว่า... ในจังหวะที่ธันกำลังก้มลงหยิบเอกสารอีกชุดในกระเป๋า ภาคินก็โน้มใบียงกระซิบข้างหูของรินณาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนมีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่ได้ยิน *“พรุ่งนี้... ผมไม่ปล่อยให้ใครมาขัดจังหวะแน่ เตรียมตัวรับฟังคำสารภาพรอบสองให้ดีก็แล้วกันครับ... คุณวิศวกรตัวแสบ”* พูดจบ ภาคินก็สะบัดหน้าเดินหนีหายไปในความมืดปล่อยให้รินณายืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น หัวใจเต้นแรงระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก พร้อมกับรอยยิ้มที่หุบแทบไม่ลงภายใต้ความมืดมิดของค่ำคืนนี้ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความซึนของสถาปนิกหนุ่มกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%