กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลอยู่กลางห้องประชุมชั่วคราวหน้าไซต์งาน แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวนั่งอยู่กลางห้องแช่แข็ง วิศวกรสาวฝีปากกล้าอย่างริญณากำลังเคาะปลายปากกาลงกับโต๊ะทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองสถาปนิกหนุ่มมาดเนี๊ยบที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างนึกสนุก
ตั้งแต่เหตุการณ์ใต้เงื้อมเงาต้นไม้ใหญ่เมื่อคืนก่อน ภาคินก็ดูจะมีอาการแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด เจ้าชายน้ำแข็งผู้ไม่เคยสะท้านต่อสิ่งใด กลับหลบสายตาเธอราวกับเด็กหนุ่มแรกรุ่นที่เพิ่งโดนสารภาพรักครั้งแรก ทั้งที่ความจริงแล้ว คนที่ควรจะเสียอาการควรเป็นเธอต่างหาก ไม่ใช่ผู้ชายไหล่กว้างที่กำลังนั่งทำหน้าเคร่งขรึมกลบเกลื่อนความพิรุธอยู่ตรงนี้
"คุณภาคินคะ... แบบแปลนโครงสร้างรับแรงเฉือนตรงนี้ ฉันเซ็นอนุมัติให้แล้วนะคะ แต่ถ้าคุณยังทำหน้าเหมือนอมยาขมหมอเส็งใส่ฉันแบบนี้ เกรงว่าหน้างานจริง ทีมงานของฉันอาจจะเสียสมาธิเอาได้นะคะ"
ริญณาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงรอยยิ้มพรายไว้ที่มุมปากอย่างจงใจ เธอจงใจทิ้งช่วงเสียงตรงคำว่า 'ค่ะ' ให้ทุ้มต่ำและหวานหยาดเยิ้มเป็นพิเศษ เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของคนตรงหน้า
ภาคินชะงักมือที่กำลังจัดระเบียบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง ขากรรไกรของเขาขยับเล็กน้อยคล้ายกำลังข่มกลั้นอารมณ์บางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก
"ผมไม่ได้อมยาขม... และงานตรงหน้าผมก็สำคัญเกินกว่าจะเอาเวลามาใส่ใจเรื่องไร้สาระ" ภาคินตอบเสียงห้วนจัด พยายามรักษามาด 'เจ้าชายน้ำแข็ง' เอาไว้ให้มั่นคงที่สุด ทว่าใบหูคู่คมที่ค่อยๆ แดงก่ำขึ้นทีละน้อย กลับทรยศคำพูดของเขาอย่างสิ้นเชิง
"อ้าว ไร้สาระเหรอคะ?" ริญณาแกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสูงอย่างแปลกใจ เธอแกล้งขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้โต๊ะฝั่งเขาอีกนิด กลิ่นกายหอมละมุนอ่อนๆ ของแชมพูเด็กโชยแตะจมูกสถาปนิกหนุ่มจนเขาต้องเผลอกลั้นหายใจ "ฉันนึกว่าที่คุณหลบหน้าฉันตลอดทั้งวัน เป็นเพราะคำพูดเมื่อคืนของเราซะอีกนะคะ... หรือว่าคุณกำลังเขินฉันอยู่กันแน่คะ คุณสถาปนิก"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาจนน่าหมั่นไส้ทำเอาภาคินถึงกับสำลักอากาศ เขาไอโขลกออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความรวนเรในระบบประสาท มือหนาคว้าแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มอึกใหญ่โดยไม่ทันสังเกตว่ามันยังร้อนจัด
"แคก! คุณพูดเพ้อเจ้ออะไรของรินณา ใครเขิน... ผมเป็นสถาปนิก ควบคุมโปรเจกต์ระดับพันล้าน ไม่มีเวลามาเล่นเกมประสาทอะไรแบบนี้กับคุณหรอกนะ" ภาคินวางแก้วลงกระแทกโต๊ะดังปัง ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความฮึดฮัด "ถ้าตรวจแบบเสร็จแล้ว ก็เชิญออกไปได้แล้วครับ ผมต้องเคลียร์งานต่อ"
"โอ๊ะ! เรียกชื่อฉันห้วนๆ แบบนี้ แถมยังไล่กันอีก แสดงว่าจี้ใจดำเข้าเต็มเปักเลยใช่ไหมล่ะคะ" ริญณายิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เธอโน้มตัวไปข้าง
หน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางท้าวลงบนขอบโต๊ะ ปลายคางมนเกือบจะชิดกับมือเรียว ดวงตาสุกใสเป็นประกายระยับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "อันที่จริง... ถ้าคุณนอนไม่หลับเพราะคิดถึงคำพูดของฉันเมื่อคืน แค่บอกกันดีๆ ฉันก็พร้อมจะไปช่วยกล่อมคุณให้นอนหลับฝันดีถึงเช้าได้เหมือนกันนะคะ คิน..."
สรรพนามใหม่ที่เธอจงใจเลือกใช้กระแทกเข้ากลางใจสถาปนิกหนุ่มเต็มแรง โลกทั้งใบของภาคินคล้ายหยุดหมุนไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตอนนี้กลับกระหน่ำรัวรากลองศึก เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าว ลามเลียไปจนถึงต้นคอหนา
ผู้หญิงบ้าคนนี้... กล้าดียังไงมาปั่นหัวเขาจนยับเยินขนาดนี้!
ภาคินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้เลื่อนถอยหลังไปกระแทกกับผนังห้องเสียงดังสนั่น เขาก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะฝั่งที่เธอนั่งอยู่โน้มตัวลงต่ำ มือหนาทั้งสองข้างท้าวลงกับขอบโต๊ะ กักตัววิศวกรสาวจอมกวนให้อยู่ในอาณัติทันที ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นกาแฟจางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มใสจนริญณาต้องแอบกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"คุณชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ รินณา..." ภาคินกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าและสั่นระริกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังแย้มยิ้มเย้าแหย่เขาอย่างท้าทาย "อย่ามาท้าทายผม... เพราะคุณก็รู้ว่าผลลัพธ์มันจะเป็นยังไง"
"อ๋อเหรอคะ?" ริญณาไม่มีย่อท้อ เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะกระกระenกระเด็นออกมานอกอกอยู่แล้วก็ตาม "ไหนล่ะคะผลลัพธ์ที่ว่า... ไหนลองทำให้ฉันดูหน่อยสิคะ ว่าสถาปนิกผู้เย่อหยิ่งคนนี้ จะกล้าทำอะไรคนที่เขาบอกว่าไร้สาระอย่างฉัน"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามดังสะท้อนก้องในโสตประสาท ภาคินจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเจรจาพาทีท้าทายเขาไม่หยุด สายตาของสถาปนิกหนุ่มฉายแววคลั่ง and ลึกล้ำเกินกว่าจะควบคุม มันคือประกายความอดทนที่เดินทางมาถึงขีดจำกัดขั้นสุดท้าย
นิ้วเรียวหนาของภาคินค่อยๆ เอื้อมขึ้นหมายจะแตะลงบนพวงแก้มเนียนใสที่แดงระเรื่อ เพื่อสั่งสอนวิศวกรปากเก่งให้หลาบจำ ริญณาหลับตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างกายแข็งทื่อด้วยความตื่นเต้นระคนหวatหวั่น เธอกำลังรอสัมผัสจากเขาด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้...
*แอ๊ดดด—!*
เสียงเปิดประตูห้องประชุมผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างสูงของใครบางคนก้าวพรวดพราดเข้ามาข้างใน
"คุณคินครับ! แบบแปลนโซน B มีปัญหาใหญ่แล้วครับ ทีมงานหน้างานบอกว่า..."
ธน์ สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ชะงักกึกทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ร่างของภาคินที่กำลังโน้มตัวคร่อมร่างของริญณาอยู่บนโต๊ะทำงาน และใบหน้าที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ทำให้บรรยากาศในห้องระอุขึ้นจนเกือบไหม้ ธน์กะพริบตาปริบๆ ด้วยความอึดอัด ทำตัวไม่ถูกว่าจะเดินถอยหลังออกไปหรือควรจะแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นดี
ภาคินดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว เขายืดตัวตรงขึ้นทันที ใบหน้าคมเข้มกลับมาเรียบสนิทเป็น 'เจ้าชายน้ำแข็ง' ผู้ไร้ความรู้สึกได้ในเสี้ยววินาที แม้ว่าใบหูจะยังแดงก่ำอยู่ก็ตาม ส่วนริญณาแอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอกปนเสียดายเล็กน้อย เธอกระแอมเบาๆ แล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
"มีปัญหาอะไรก็ว่ามาสิครับ ธน์" ภาคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตาที่ปรายมองรุ่นพี่หนุ่มกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งจนธน์ต้องเสียวสันหลังวาบ
ธน์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเหลือบมองวิศวกรสาวที่ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้อย่างไม่มีสะดุด แล้วเอ่ยประโยคที่ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพินาศ
"คือ... ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทแม่ บินตรงมาจากต่างประเทศอย่างไร้กำหนดการ และตอนนี้... เขากำลังเดินตรวจงานอยู่ที่หน้าไซต์งานโซน A แล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของพี่คินด้วยกันนะคะ!
สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 23
รินรุกบ้าง งานนี้มีคนเสียอาการ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!