กลิ่นยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นจางๆ ของแอลกอฮอล์ล้างแผลในห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ช่างเป็นอุปสรรคต่อความสงบสุขของภาคินเสียเหลือเกิน สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบในทุกตารางนิ้ว กำลังยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยใบหน้าบึ้งตึงราวกับโลกทั้งใบติดหนี้เขามาสามชาติ สามชั่วโมงก่อนหน้านี้ เขายังยืนบัญชาการหน้างานก่อสร้างด้วยสูทเนี๊ยบกริบ แต่ตอนนี้... เขากลับต้องมาติดแหง็กเฝ้าไข้วิศวกรสาวปากแซ่บที่ดันเป็นลมล้มพับคางกระแทกโต๊ะทำงานในไซต์งานเมื่อช่วงบ่าย
สาเหตุจริงๆ ไม่ใช่เพราะความเป็นห่วงจนเนื้อเต้นหรอกนะคะ... ภาคินบอกตัวเองเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจ มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ต่างหาก หากยัยตัวแสบเกิดเป็นอะไรไปตอนนี้ งานดีไซน์โครงสร้างเฟสสองคงสะดุด และเขานั่นแหละที่จะซวยไปด้วย
"มองหน้าฉันแบบนั้น หมายความว่าอยากเปลี่ยนตัวพยาบาล หรืออยากโดนประแจเลื่อนฟาดหัวอีกรอบคะ สถาปนิกหน้าหยก"
เสียงแหบแห้งแต่แฝงความกวนประสาทดังขึ้นจากเตียงผู้ป่วย ริญญายันตัวลุกขึ้นพิงหัวเตียง ใบหน้าเรียวสวยซีดเซียวเล็กน้อยจากการเสียเลือดและพักผ่อนไม่เพียงพอ ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นกลับระยิบระยับด้วยประกายความท้าทายเช่นเคย ไม่มีหรอกค่ะความน่าสงสารสมเพชเวทนา มีเพียงความแสบสันที่ต่อให้ติดน้ำเกลืออยู่ก็ไม่ยอมลดละ
ภาคินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่จนไหล่กว้างไหวสะท้อน เขาเดินตรงเข้าไปใกล้เตียงผู้ป่วย ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาหนังอย่างจำยอม ดวงตาคมกริบกวาดมองสายน้ำเกลือที่กำลังหยดติ๋ๆ ก่อนจะตวัดกลับมามองคนป่วยปากเก่งที่ยังลอยหน้าลอยตา
"คนไข้ความดันต่ำ หน้ามืดเป็นลมเพราะอดนอนทำงานหามรุ่งhามค่ำแถมไม่ยอมกินข้าว... ริน เธอคิดว่าตัวเองเป็นเหล็กกล้าไร้สนิมหรือไง ถึงได้คิดว่าร่างกายพังยากขนาดนั้น" น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ ทว่าเจือไปด้วยความดุที่ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียนจนแทบจับไม่ได้
"โอ้โห ท่านสถาปนิกผู้สูงส่ง ถึงกับจำแนกอาการป่วยของฉันได้ละเอียดขนาดนี้เชียวหรือคะ นึกว่าจบสถาปัตย์แล้วจะลามไปถึงคณะแพทยศาสตร์ด้วยซ้ำ" ริญญาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด "แปลกจนะ... ปกติเห็นบ่นว่าฉันเป็นตัวถ่วงโปรเจกต์ แต่นี่ถึงกับยอมเสียเวลาอันมีค่ามาเฝ้าฉันเนี่ยนะ หรือว่า... แอบหลงเสน่ห์ความสวยตอนหน้าสดของฉันเข้าแล้วล่ะสิคะ"
คำพูดหยอกเย้าที่แฝงความเจ้าเล่ห์ทำเอาสันจมูกโด่งเป็นสันของภาคินกระตุกวูบ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโน้มตัวลงไปใกล้เตียงช้าๆ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนริญญาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มฉายแววอันตรายที่ทำเอาหัวใจคนป่วยเต้นผิดจังหวะ
"หลงเสน่ห์เหรอ?" ภาคินกระซิบเสียงต่ำทุศล รื่นหูแต่เย็นเยียบในความหมาย "ถ้าฉันจะหลง... ฉันคงต้องไปตรวจเช็คสมองกับแผนกจิตเวชก่อนเป็นอันดับแรก ริน ปากเธอนี่มันน่าเอาปูนซีเมนต์มาโบกปิดเสียจริง เถียงคำไม่ตกฟาก"
"อื้อหือ... คำก็ปูนซีเมนต์ สองคำก็โบกปูน" ริญญาเบะปากใส่ทันทีโดยไม่เกรงกลัวรัศมีกดดันของคนตรงหน้าแม้แต่น้อย เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมอย่างไร้ความเกรงกลัว "ถ้าฉันปากร้ายแล้วคุณทนไม่ไหว ทำไมไม่ลองเอาปากของคุณมาปิดปากฉันดูสิคะ เผื่อจะหายรำคาญ"
ให้ตายเถอะค่ะ... ประโยคท้าทายหน้าตายแบบนั้น เล่นเอาสถาปนิกหนุ่มผู้เยือกเย็นถึงกับนิ่งค้างไปสามวินาทีเต็ม ภาคินชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบถอยหลังตั้งหลักแทบไม่ทัน ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด แม้เขาจะพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว แต่รอยแดงจางๆ ที่ใบหูกลับฟ้องชัดเจนว่า 'เจ้าชายน้ำแข็ง' กำลังเสียอาการอย่างหนักหน่วง
"เธอ... เธอเพิ่งฟื้นไข้นะริน สมองคงกระทบกระเทือนจากการกระแทกโต๊ะเมื่อกลางวันแน่ๆ ถึงได้พูดจาเพ้อเจ้ออะไรแบบนี้ออก It's unbelievable!" ภาคินแก้เก้อด้วยการหันไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียงส่งให้เธอเสียงแข็ง "ดื่มน้ำซะ แล้วก็นอนเงียบๆ ไปเลยนะ ไม่งั้นฉันจะโทรตามเพื่อนสนิทเธออย่างมีนมานั่งเฝ้าแทน แล้วเธอกับยัยนั่นจะได้จับเข่าเม้าท์มอยกันจนไม่ได้พักผ่อนสมใจอยาก"
ริญญารับแก้วน้ำมาถือไว้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เธอยอมรับว่าการได้เห็นคนเจ้าระเบียบอย่างภาคินหลุดฟอร์มจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้มกับการต้องมานอนให้น้ำเกลือเสียอีก
"ทำไมคะ กลัวยัยมีนมาเห็นภาพที่คุณกำลังปรนนิบัติพัดวีฉันอยู่หรือไง หรือว่า... กลัวคนอื่นเข้าใจผิดว่าเรากำลังสวีทกันอยู่กันแน่คะ ภาคิน"
"ริน!" ภาคินกัดฟันกรอด ยื่นมือหนาไปหมายจะเคาะหน้าผากมนสักทีโทษฐานที่ต่อปากต่อคำเก่งเกินเบอร์ ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้สัมผัสกับผิวเนียน เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศน่ารักชวนจิกหมอนนั้นลงทันทีอย่างไร้ความปรานี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ทั้งสองคนชะงัก ภาคินชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับเด็กถูกจับได้ว่าทำ2ความผิด ส่วนริญญาหันไปมองประตูด้วยความฉงน
ประตูกว้างถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของ 'ธร' สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้ทรงเสน่ห์ ในมือของเขามีช่อดอกไม้ช่อใหญ่และตะกร้าผลไม้ราคาแพง ธรส่งยิ้มอบอุ่นมาให้คนบนเตียงโดยแทบไม่ชายตาแลภาคินที่ยืนหน้าตึงอยู่มุมห้อง
"ริน เป็นยังไงบ้างครับพี่ได้ข่าวว่าเธอเป็นลมล้มพับในไซต์งาน พี่เป็นห่วงแทบแย่เลยรีบเคลียร์งานแล้วมาเยี่ยมเนี่ยแหละ" ธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้เตียงโดยไม่สนใจสายตาพิฆาตที่สถาปนิกหนุ่มรุ่นน้องส่งมาให้ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ภาคินยืนกอดอกแน่น ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่มีเหตุผล บรรยากาศสีชมพูละมุนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยอุณหภูมิความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านออกมาจากตัว 'เจ้าชายน้ำแข็ง' อีกครั้ง
ริญญาเหลือบมองธรที ภาคินที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้งเมื่อเห็นประกายความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้แต่ไม่มิดในแววตาของภาคิน
ธรวางตะกร้าผลไม้ลงบนโต๊ะก่อนจะเอื้อมมือไปหมายจะแตะไหล่บางของวิศวกรสาว ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วของรุ่นพี่หนุ่มจะโดนตัวเธอ ภาคินก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนด้วยความเร็วแสง มือหนาคว้าข้อมือของธรไว้แน่นก่อนจะดึงออกห่างจากตัวริญญาอย่างถือวิสาสะ
"ขอบคุณสำหรับความห่วงใยนะครับรุ่นพี่ธร..." ภาคินเอ่ยเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาที่กำลังลุกเป็นไฟ "แต่คนไข้ 'ต้องการพักผ่อน' และในฐานะที่ผมเป็นหัวหน้าโปรเจกต์และ... คนดูแลพิเศษในตอนนี้ คงต้องขอความกรุณารุ่นพี่ เชิญกลับไปก่อนครับ"
ดวงตาสองคู่ประสานกันดุจมีประกายไฟปะทะกันกลางอากาศ ริญญานั่งกอดอกอมยิ้มกริ่มอยู่บนเตียง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความสะใจปนความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปกับความซึนของพี่คินและยัยน้องรินนะคะ!
สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 14
พยาบาลจำเป็นปากปีจอ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!