สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 13

เมื่อยัยแสบป่วยไข้

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
"คุณภาคินคะ! คุณรินคะ! แย่แล้วค่ะ! แบบจำลองโครงสร้างแคนทิเลเวอร์ที่พิมพ์เสร็จ... มันเกิดรอยร้าวที่จุดรับน้ำหนักหลักแล้วค่ะ!" เสียงร้องแตกตื่นของทีมงานสาวดังลั่นห้องประชุมใหญ่ จนสถาปนิกหนุ่มมาดเนี๊ยบอย่างภาคินถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เขาก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดโต๊ะทำงานทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเอ่ยปากถามซ้ำ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไล่สำรวจความเสียหายบนโมเดลจำลองอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ริญณา วิศวกรสาวฝีปากกล้าพ่วงตำแหน่งคู่ปรับตลอดกาล พุ่งตัวเข้ามาแทรกกลางอย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรีของ 'เจ้าชายน้ำแข็ง' แห่งวงการสถาปัตย์แม้แต่น้อย "ถอยไปค่ะคุณคิน! จุดวิกฤตอยู่ตรงรอยต่อเมนบีม ไม่ใช่เพราะการคำนวณของรินพลาด แต่เพราะความเรื่องมากของคุณที่สั่งเพิ่มน้ำหนักตุ้มรับแรงลมตรงปลายยื่นต่างหากล่ะคะ!" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อยจนเกือบจะกลืนหายไปกับเสียงถกเถียงรอบข้าง เปลือกตาของเธอบวมช้ำและผิวแก้มขาวซีดเผือดจนแทบไร้เลือดฝาด แต่ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอทำให้เธอยังคงยืนหยัดเถียงฉอดๆ โดยไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาแม้แต่นิดเดียว ภาคินชะงักไปนิดเมื่อหันมาสบตา ประกายความหงุดหงิดในแววตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจอย่างลึกล้ำเมื่อสังเกตเห็นริมฝีปากที่แห้งแตกจนมีคราบเลือดจางๆ และเม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายเต็มขมับของคนตรงหน้า ร่างระหงที่ปกติมักจะยืนหลังตรงเชิดหน้าท้าทาย ตอนนี้กลับเซถลาเล็กน้อยจนต้องใช้มือเรียวเกาะขอบโต๊ะไว้เป็นหลักยึด "ปากเก่งไม่เปลี่ยน... แม้แต่ตอนที่สภาพร่างกายเหมือนคนใกล้ลงโลงแบบนี้เนี่ยนะ ริญณา" ภาคินแค่นเสียงเยาะ พยายามกลบเกลื่อนความร้อนรนที่ตีตื้นขึ้นมาในอกด้วยการกอดอกและทำท่าทางเย็นชา "ถ้าโครงสร้างพังเพราะสมองคุณรวนเนื่องจากพักผ่อนไม่พอ โปรเจกต์นี้จบเห่แน่ และฉันนี่แหละที่จะเป็นคนแรกที่ฟ้องบริษัทหักเงินเดือนคุณ" "ห่วงโปรเจกต์หรือกลัวเสียหน้ากันแนคะ คุณสถาปนิกผู้แสนจะเพอร์เฟกต์!" รินแค่นหัวเราะในลำคอ พยายามฝืนสูดหายใจลึกเพื่อเรียกสติ แต่โลกทั้งใบกลับหมุนคว้างจนภาพตรงหน้าพร่ามัว "ถ้าฉันบอกว่าไหว... อ๊ะ!" ร่างบางเซถลาล้มพับลงไปกองกับพื้นอย่างไม่มีสัญญาณเตือน เสียงอุทานตกใจของคนรอบข้างดังระงม ภาคินที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดขยับตัวเร็วกว่าความคิด ขายยาวก้าวพรวดเดียวเข้าไปช้อนร่างที่หมดสติไปในอ้อมแขนอย่างมั่นคง ความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวLกายของเธอลวกทะลุเนื้อผ้าเข้ามาถึงฝ่ามือจนเขากัดกรามแน่นด้วยความตกใจ ไข้สูงขนาดนี้... ยัยตัวแสบฝืนทนทำงานมาได้ยังไงตั้งแต่เช้า! "คุณริน! คุณรินคะ!" มีนวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น "ไม่ต้องมัวโวยวาย! ไปหยิบกระเป๋าของเธอแล้วตามฉันมาที่ลานจอดรถ เดี๋ยวนี้!" ภาคินออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด อุ้มร่างหมดสติของวิศวกรสาวฝีปากกล้าพุ่งตัวออกจากห้องประชุมท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่มองตามด้วยความอึ้งแกแกมทึ่ง --- เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเข้าสู่ช่วงดึกสงัด บรรยากาศเงียบเชียบหน้าประตูห้องพักย่านใจกลางเมืองของริญณาปรากฏเงาร่างสูงโปรคุ้นตาของสถาปนิกหนุ่ม ภาคินกวาดสายตามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ราวกับกลัวว่าใครจะมาเห็นภาพลักษณ์อันแสน "ใจอ่อน" ที่ขัดกับฉายาเจ้าชายน้ำแข็งของตัวเองในยามนี้ ในมือหนามีถุงกระดาษจากร้านโจ๊กชื่อดังและถุงยาจากร้านขายยาใกล้คอนโดแกว่งไปมาเบาๆ เขามาหยุดยืนหน้าห้องหมายเลข 404 นิ้วเรียวยาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะกดกริ่งดีไหม แต่ก็นึกขึ้นได้ว่ายัยตัวแสบไข้ขึ้นสูงขนาดนั้น ป่านนี้คงนอนซมไร้เรี่ยวแรงจะลุกมาเปิดประตูเป็นแน่ คิดได้ดังนั้นเขาจึงไขกุญแจสำรอง—ที่เคยแอบจดรหัสไว้จากเอกสารเบิกค่าใช้จ่ายฉุกเฉินของบริษัทอย่างไร้ความละอาย—แล้วดันประตูเปิดเข้าไปอย่างเงียบเชเชียบ ภายในห้องพักมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากตึกด้านนอกที่สาดส่องเข้ามา ภาคินวางถุงโจ๊กและยาลงบนโต๊ะทำงานใกล้เตียงนอนอย่างเบามือที่สุด เขาสาวเท้าเข้าไปใกล้เตียง ร่างบางของริญณานอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจเข้าออกร้อนผ่าวและติดขัด ใบหน้าที่เคยอวดดีตอนนี้แดงก่ำเพราะพิษไข้ ภาคินยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งหมั่นไส้ ทั้งหงุดหงิด และ... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามีความห่วงใยระคนเจ็บแปลบอยู่ในอก "ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง..." เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ เอื้อมมือหนาไปแตะหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิ ความร้อนที่แผ่ซ้ำผ่านปลายนิ้วทำให้เขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ ยังมีหน้ามาเถียงฉอดๆ ในห้องประชุมอีกนะ" เขาจัดการแกะถุงยา จัดเตรียมน้ำอุ่นและวางซองยาไว้ใกล้มือ พร้อมทั้งเปิดฝาถุงโจ๊กอุ่นๆ ให้ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนกิน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุม ทว่าสายตากลับไม่ยอมละไปจากใบยามหลับใหลของคนป่วยเลยแม้แต่น้อย ผ่านไปครู่ใหญ่ ริญณาค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างช้าๆ อาการปวดหัวตุๆ เล่นงานจนเธอต้องนิหน้าด้วยความทรมาน แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของข้าวต้มหมูสับร้อนๆ ที่ลอยแตะจมูกกลับทำให้ท้องเจ้าประคุณร้องโครกครากขึ้นมาเสียดื้อๆ เธอกะพริบตาไล่ความพร่ามัว แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังนั่งไขว่ห้างกอดอกมองเธออยู่ตรงมุมห้อง แสงไฟสลัวขับให้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของเขาดูโดดเด่นและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน "คุณ... คุณคิน?" เสียงแหบแห้งเอ่ยเรียกชื่อนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง "คุณเข้ามาในห้องฉันได้ยังไงเนี่ย... หรือว่าฉันละเมอเห็นผีหน้าตาย?" ภาคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มร้ายกาจที่แฝงแววตาดุๆ ไว้เต็มเปี่ยม เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้เตียง จนระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดรินอยู่ใกล้แก้มจนคนป่วยใจเต้นรำไม่เป็นส่ำ "ตื่นมาก็ปากดีใส่ฉันเลยนะ ริญณา..." ภาคินกระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าลึก แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนก "ตราบใดที่คุณยังไม่เลิกทำตัวเป็นภาระให้ฉันตามเช็ดตามล้าง... คิดเหรอว่าฉันจะปล่อยให้คุณนอนตายคาห้องนี้โดยไม่ได้ทวงงานคืนน่ะหื้ม?" รินอ้าปากค้าง เตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดแซ่บๆ สักประโยค แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากแห้งผากจะได้ขยับ ภาคินกลับเคลื่อนใบหน้าเข้ามาประชิดจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน... "ถ้ายังไม่อยากกินยาทางปาก... ให้ฉันป้อนด้วยวิธีอื่นดีไหมล่ะ?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ ---
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%