“หยุดมือเดี๋ยวนี้นะ มีน!”
เสียงอุทานของรินดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ ปลายนิ้วเรียวของเธอคว้าข้อมือเพื่อนสนิทไว้ได้ทันท่วงทรี ก่อนที่ปลายนิ้วนั้นจะกดส่งไฟล์ข้อมูลลับชุดสุดท้ายไปยังปลายทางนิรนาม
หน้าจอแท็บเล็ตสว่างวาบสะท้อนดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง มีนสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต ใบหน้าของสถาปนิกสาวผู้ร่าเริงเสมอมากลับซีดเผือดไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานเย็นเฉียบ
ไม่ใช่แค่รินที่ตกใจ...
ภาคินซึ่งยืนกอดอกอยู่ใกล้กันถึงกับขยับตัวเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววเย็นชาจนน่ากลัว รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา เจ้าชายน้ำแข็งแห่งวงการสถาปนิกไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาสักคำ ทว่าความนิ่งเงียบนั้นกลับทรงพลังและกดดันยิ่งกว่าเสียงคำรามเสียอีก
“ริน... แก... แกหมายความว่ายังไง” มีนเสียงสั่นเครือ พยายามดึงมือกลับแต่ถูกรินบีบไว้แน่นขึ้น
“ฉันต่างหากที่ต้องถามแก!” รินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความผิดหวัง “ทำไม... ทำไมข้อมูลโครงสร้างที่แกอัปเดตถึงเป็นชุดเดียวกับที่บริษัทคู่แข่งคู่สัญญาใช้โจมตีเราในอีเมลฉบับนั้น แกขายข้อมูลให้ใคร มีน!”
ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในเสี้ยววินาที ความสำเร็จจากการร่วมมือกันแก้ไขแบบแปลนและโครงสร้างตึกระฟ้าเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา กำแพงความเย่อหยิ่งและทิฐิที่เคยมีระหว่างภาคินและรินมลายหายไป เหลือเพียงความจริงอันโหดร้ายที่กำลังกรีดแทะหัวใจของคนเป็นเพื่อน
“ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจนะริน!” มีนโฮออกมาในที่สุด น้ำตาไหลพรูอาบแก้ม “ฉันถูกบังคับ... พวกมันขู่ฉันเรื่องหนี้สินของครอบครัว ถ้าฉันไม่ส่งแบบแปลนเฟสแรกให้พวกมัน บริษัทของพ่อฉันจะถูกฟ้องล้มละลายในสัปดาห์นี้!”
รินชะงักงัน แรงบีบที่ข้อมือเพื่อนคลายลงโดยอัตโนมัติ ความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดลึกซึ้ง เธอมองหน้าเพื่อนรักที่คบกันมาหลายปีด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ โลกทั้งใบราวกับหมุนเคว้ง
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่บอกฉัน ทำไมต้องเลือกวิธีนี้...” เสียงของรินขาดหายไปในลำคอ
ในจังหวะนั้นเอง มือหนาอุ่นจัดของใครบางคนก็เอื้อมมาแตะที่ไหล่บางของรินเบาๆ สัมผัสที่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและอบอุ่นอย่างประหลาดทำให้รินต้องหันไปมอง
ภาคินไม่ได้พูดปลอบโยนตามแบบฉบับคนอ่อนหวาน—นั่นไม่ใช่ตัวตนของเขา—แต่ดวงตาสสีเข้มที่มองมากลับส่งผ่านความมั่นคงเด็ดเดี่ยวราวกับเป็นที่พึ่งพิงเดียวในยามพายุโหมกระหน่ำ
“เรื่องคดีความและการแก้ปัญหาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม ส่วนคุณ...” ภาคินปรายตามองมีนด้วยแววตาเฉียบคมไร้ความปรานี “เก็บข้าวของของคุณออกไปจากบริษัทซะ ก่อนที่ผมจะแจ้งฝ่ายกฎหมายให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจนั้นเฉียบขาดจนไม่มีใครกล้าปริปากเถียง มีนทรุดฮวบลงกับเก้าอี้ ร่ำไห้สะอึกสะอื้นด้วยความสำนึกผิดและหวาดกลัว รินเบือนหน้าหนีด้วยความปวดร้าว ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งสามคนอีกครั้ง
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาพาตัวมีนออกไปจากห้อง เหลือเพียงรินและภาคินที่ยืนอยู่ท่ามกลางกองเอกสารและหน้าจอแท็บเล็ตที่มืดสนิท
รินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างไร้เรียี่ยวแรง ศีรษะมนซบลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง ไหล่บางสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงสะอื้นที่เธอพยายามกลั้นเอาไว้ ความเครียดสะสมตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาประกอบกับความผิดหวังในตัวเพื่อนสนิท ทำให้วิศวกรสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครงอลงมาราวกับกิ่งไม้แห้งที่พร้อมจะหักสะบั้น
ภาคินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอก เขาไม่ถนัดปลอบใจคน ไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าควรจะต้องเอื้อนเอ่ยประโยคไหนในยามที่ผู้หญิงตรงหน้ากำลังอ่อนแอที่สุด สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ แล้วทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นพรมตรงหน้าเก้าอี้ของเธอ
“ร้องออกมาให้พอเถอะครับ” น้ำเสียงที่มักจะแข็งกระด้างและกวนประสาทเมื่อยามปะทะคารม กลับนุ่มนวลลงอย่างน่าประหลาดในเวลานี้ “ถ้าการร้องไห้จะช่วยให้คุณแบกโลกทั้งใบน้อยลงสักเสี้ยววินาที”
รินเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตแดงก่ำและเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา มองสบเข้ากับดวงตาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ ผู้เย่อหยิ่ง เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นความอ่อนแอ แต่ทว่า... ยิ่งเขาทำดีด้วย ยิ่งสายตาคู่นั้นมองมาด้วยความเห็นอกเห็นใจ กำแพงในใจเธอก็ยิ่งพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
“ฉันมันโง่ใช่ไหมคะคุณภาคิน...” เสียงของเธოსั่นพร่า เจือไปด้วยความตัดพ้อต่อชะตากรรม “มองคนไม่ออก แถมยังปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นใต้จมูกตัวเอง... ฉันเป็นวิศวกรประสาอะไรกัน”
“คุณไม่ได้โง่หรอกครับริน” ภาคินเอ่ยชื่อเธอตรงๆ เป็นครั้งแรก น้ำเสียงทุ้มลึกก้องกังวานอยู่ในความเงียบ “คุณแค่เป็นคนที่มีหัวใจ และให้ความสำคัญกับคำว่า ‘มิตรภาพ’ มากเกินกว่าจะระแวงระวังคนที่อยู่ข้างกาย... มันไม่ใช่ความผิดของคุณที่คุณเป็นคนจริงใจ”
ปลายนิ้วอุ่นจัดของภาคินยื่นออกไปอย่างลังเลชั่วขณะ ก่อนจะแตะเบาๆ ที่หลังมือเรียวที่วางอยู่บนตักของเธอ สัมผัสแผ่วเบานั้นราวกับกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ทำให้รินสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ชักมือกลับ หัวใจที่เคยเต้นระส่ำด้วยความเครียด กลับเปลี่ยนจังหวะมาเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกจากความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าทุกครั้ง
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง รินมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมของสถาปนิกหนุ่ม ความเย่อหยิ่งและมานะที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่พยายามซ่อนเร้นมาตลอดหลายสัปดาห์—ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบท่ามกลางสงครามน้ำลายในไซต์งาน
“ขอบคุณนะคะ...” รินกระซิบบอกแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน “ขอบคุณที่ไม่ซ้ำเติมฉันในเวลาแบบนี้”
“ผมไม่เคยคิดจะซ้ำเติมคุณอยู่แล้ว... ยัยตัวแสบ” ภาคินมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง เต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนเดเระ “แต่ถ้าคุณยังทำหน้าตาจะร้องไห้แบบนี้ใส่ผมอีกที ผมอาจจะเปลี่ยนใจจากการปลอบโยน... มาเป็นการ ‘ทำโทษ’ แทนก็ได้นะครับ”
คำขู่แกมหยอกล้อนั้นทำให้รินเผลอค้อนใส่เขาเบาๆ ทั้งที่น้ำตายังคลอเบ้า “คุณนี่มัน... หาโอกาสเอาเปรียบเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะ!”
“ก็เฉพาะกับคุณคนเดียวนั่นแหละครับ” ภาคินตอบหน้าตาย ดวงตาพราวระยับทอดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว ก่อนที่สายตาของเขาจะเลื่อนต่ำลงด้วยความเผลอไผล บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมาทันตาเห็น หัวใจของทั้งคู่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แรงดึงดูดประหลาดดึงให้ใบหน้าของพวกเขายิ่งขยับเข้าใกล้กันทีละนิด... ทีละนิด...
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกันอย่างแนบแน่นนั้นเอง!
*ปัง!*
เสียงประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงและไร้ซึ่งมารยาท ร่างสูงโปรดของ ‘ธัน’ สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ราวกับแบกโลกทั้งใบลอยมาด้วย
“ริน! คิน! แย่แล้วครับ!” ธันร้องลั่นห้องโดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศชวนจิ้นที่กำลังจะกลายเป็นฉากโรแมนติก “ตอนนี้บอร์ดบริหารและสำนักข่าวสายอสังหาฯ กำลังแห่กันมาที่ล็อบบี้บริษัทแล้วครับ พวกเขารู้ข่าวเรื่องแบบแปลนรั่วไหลและกำลังจะรุมประณามเรา หาว่าบริษัทเราทุจริตโปรเจกต์ใหญ่!”
รินผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีด้วยความตกใจ สติที่เพิ่งกลับเข้าร่างถูกกระชากกลับสู่โหมดวิกฤตอีกครั้ง เช่นเดียวกับภาคินที่ถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นเจ้าชายน้ำแข็งดังเดิม ทว่าแววตาที่มองธันกลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะสำคัญอย่างไม่น่าให้อภัย
“ว่ายังไงนะ...” ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความดุดัน “ใครเป็นคนปล่อยข่าวออกไปข้างนอกเร็วขนาดนี้!”
ธันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่สามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า—ชื่อที่ทำให้ทั้งภาคินและรินต้องเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 20
กระชับพื้นที่หัวใจ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!