คราบซีเมนต์แห้งกรังบนรองเท้าเซฟตี้ราคาแพงไม่ได้ทำให้ภาคินรู้สึกหงุดหงิดเท่ากับเสียงเคาะนิ้วบนแปลนก่อสร้างของวิศวกรสาวที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกัน สายลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาพัดเอาไอความชื้นและกลิ่นโคลนตมตีเข้าจมูก แต่สิ่งที่รุนแรงยิ่งกว่าคือสายตาคมกริบของริญณาที่มองตรงมายังเสาเข็มต้นที่สาม
"ถ้าคานตรงนี้ทรุดลงไปอีกสักเซนติเมตรเดียว งานดีไซน์มินิมอลลิสต์คลีนๆ ของคุณคินจะกลายเป็นงานศิลปะแนวซากปรักหักพังทันทีนะคะ ดิฉันเตือนด้วยความหวังดีในฐานะคนที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนงาน"
น้ำเสียงนั้นเจือแววเย้าแหย่ชัดเจน ริญณาป้องปากหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นคิ้วเข้มของสถาปนิกหนุ่มกระตุกเข้าหากันอย่างขัดใจ
"ผมคำนวณโครงสร้างร่วมกับทีมมาอย่างแม่นยำ ไม่ใช่ความผิดพลาดทางทฤษฎีแน่ๆ ครับ... เอ๊ย ไม่ใช่ค่ะ" ภาคินเผลอหลุดคำพูดที่ติดปากออกไปจนต้องรีบแก้เก้อ ใบหน้าคมคายฉาบด้วยความเรียบเฉึงเพื่อกลบเกลื่อนความเพลี่ยงพล้ำเมื่อครู่ "หมายถึงว่าคุณรินต่างหากล่ะคะที่จ้องจะจับผิดฉัน เอ๊ย ผม ตลอดเวลา"
"อุ๊ย ประจำเดือนไม่มาหรือเปล่าคะคุณสถาปนิก ถึงได้สับสนสรรพนามจนลิ้นพันกันขนาดนี้" ริญณาแกล้งเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มพราวระยับ เธอขยับหมวกนิรภัยสีเหลืองบนศีรษะเล็กน้อย เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่เป็นประกายท้าทาย "ลงพื้นที่จริงครั้งแรกก็รวนซะแล้ว ไหวไหมคะเนี่ย ให้ดิฉันอุ้มกลับไปนั่งพักในรถไหมล่ะคะ"
ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ผู้หญิงอะไร ทั้งปากกล้า กวนประสาท และอันตรายต่อหัวใจของเขาในเวลาเดียวกัน ร่างสูงในชุดเสื้อช็อปวิศวกรและกางเกงยลุยงานขยับเข้าไปประชิดตัวอีกนิดโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการลุยงานกลางแจ้งตีรวนอยู่ในโสตประสาท จนสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบเริ่มสูญเสียการควบคุมสมาธิ
"ผมไหว... ฉันไหวค่ะ" ภาคินกัดฟันกรอด ดวงตาคมก้มมองหญิงสาวที่เตี้ยกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงตัว "ห่วงตัวเองก่อนเถอะค่ะ พื้นตรงนั้นมันยังไม่เซ็ตตัวดี อย่าริอาจเดินซุ่มซ่ามเข้าไปเชียว เดี๋ยวจะได้ลงไปว่ายน้ำแข่งกับปลาตะเพียน"
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะได้อุ้มฉันขึ้นมาจากน้ำจริงๆ นะคะ"
สิ้นคำพูดท้าทายนั้น ริญณาก็แกล้งก้าวถอยหลังเพื่อจะตรวจเช็คระดับน้ำโดยไม่ทันสังเกตว่าแผ่นไม้กระดานพาดร่องระบายน้ำชั่วคราวเกิดหักสะบั้นลง เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะดังขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องจักรไกลๆ ร่างบางเสียหลักหงายหลังลงไปในพื้นที่ต่างระดับซึ่งเต็มไปด้วยโคลนและเศษวัสดุก่อสร้าง
"ระวัง!"
ภาคินพุ่งตัวด้วยสัญชาตญาณ มือแกร่งคว้าเอวบางไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะร่วงลงไปกระแทกพื้น แต่ด้วยแรงเหวี่ยงและน้ำหนักที่ทิ้งลงมา ทำให้ร่างสูงเสียหลักล้มตามลงไปด้วย
*ตุบ!*
ความชุลมุนสงบลงในเสี้ยววินาที ภาคินนอนทับอยู่บนตัวของริญณาโดยมีแขนแกร่งข้างหนึ่งยันพื้นไว้เพื่อรับน้ำหนักไม่ให้ทับเธอกลางอก แต่อกแกร่งที่แนบชิดติดกันทำให้ทั้งคู่สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามราวกับกลองเพล ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบหลอมละลาย ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปากอิมอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ริมฝีปากของเขากับเธออยู่ใกล้กันจนแทบจะแนบสนิทหากใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขยับเข้ามาอีกนิดเดียว ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่รอบข้าง ชั่วขณะนั้นเสียงก่อสร้าง เสียงลม และเสียงรอบตัวราวกับถูกปิดสวิตช์ลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่
ริญณากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความแสบคันที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู สายตาของภาคินที่มองลงมานั้นลึกซึ้งและดุดันจนเธอไม่กล้าสบตาตรงๆ
"คุณริน..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าหลุดออกมาจากริมฝีปากของสถาปนิกหนุ่ม มันไม่ใช่เสียงเย้าแหย่หรือประชดประชันอย่างเคย แต่เป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวั่นไหวระคนหวงแหน "ซุ่มซ่ามสมคำคุยจริงๆ นะคะ"
"ก็... ก็คุณคินยืนขวางทางนี่คะ" ริญณาอ้างเสียงสั่น เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเบาๆ แต่ดูเหมือนแรงน้อยนิดนั้นจะไม่ได้ผลเลยเมื่อเทียบกับอ้อมแขนที่โอบรัดเอวเธอไว้แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "ปล่อยได้แล้วค่ะ คนงานมองกันหมดแล้วนะ"
"ให้มองไปสิครับ..." ภาคินกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงกระซิบพร่าเลือนจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ "จะได้รู้ว่าวิศวกรปากเก่งคนนี้... อยู่ในความดูแลของผม"
บรรยากาศกำลังหวานล้ำและชวนจิกหมอนจนแทบหยุดหายใจ หากแต่เสี้ยววินาทีต่อมา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านหลัง
"อ้าว! น้องริน คุณคิน เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย ทำไมลงไปกองกันอยู่ตรงนั้นล่ะครับ?"
ร่างสูงโปรดปรานของ *ธ์* สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ริมขอบหลุม พร้อมกับรอยยิ้มที่เป็นมิตรแต่แววตากลับไหววับด้วยความแปลกใจระคนไม่พอใจ เมื่อเห็นภาพสถาปนิกหนุ่มมาดขรึมกำลังคร่อมทับรุ่นน้องสาวคนสนิทของเขาอยู่แนบชิดสนิท
ภาคินชะงักกึก เขากัดฟันกรอดด้วยความขัดเคืองที่ถูกขัดจังหวะ ก่อนจะค่อยๆ พยุงริญณาขึ้นยืนอย่างจำใจ พร้อมกับปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตัวเองด้วยใบหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
*เหมยฮวาแรกแย้ม*
สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 4
ลุยหน้างานครั้งแรกก็เจอเรื่อง
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!