สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 9

พายุฝนและการติดอยู่ในไซต์งาน

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะแยก พร้อมกับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟ้าถล่ม ทัศนียภาพเบื้องนอกของสำนักงานชั่วคราวไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูถูกกลืนหายไปในม่านสีเทาทึบตัน ในพื้นที่แคบๆ ขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีกลิ่นอับชื้นของกระดาษพิมพ์เขียว กลิ่นสีทาบ้าน และไอร้อนจากร่างกายมนุษย์ปะปนกัน ความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองกลับดังเสียยิ่งกว่าเสียงพายุภายนอก "ไหนลองยิ้มแบบนั้นให้ฉันดูอีกทีสิคะ... คุณสถาปนิก" ริมฝีปากอิ่มของริญณาคลี่ยิ้มร้ายกาจ เป็นรอยยิ้มที่ท้าทายและทรงพลังจนทำให้ภาคินที่ยืนค้ำโต๊ะทำงานอยู่ถึงกับชะงักกึก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับอย่างควบคุมไม่อยู่ เขากำลังจนมุม ไม่ใช่เพราะโครงสร้างเหล็กกล้าที่เธอกำลังคำนวณผิดพลาด แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเขากับวิศวกรสาวปากแซ่บคนนี้ มันใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นๆ ของเธอปัดผ่านปลายคางของเขาอยู่รอมร่อ ภาคินขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่ติดที่ขอบโต๊ะทำงานไม้สนตัวใหญ่ ทำให้แผ่นหลังสอบของเขาแทบจะแนบติดกับชั้นวางแบบแปลน รินเห็นดังนั้นจึงก้าวเข้ามาประชิดอีกหนึ่งก้าว มือเรียวบางข้างหนึ่งค้ำยันขอบโต๊ะไว้ กักตัวเขาไว้ในอาณาเขตจำกัดของเธอเอง "ทำไมคะ? เงียบไปเลย... ปกติเห็นชอบสั่งโน่นสั่งนี่ ทำหน้าเป็นเจ้าชายน้ำแข็งใส่ดิฉันไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าพออยู่กันสองต่อสองในที่แคบแบบนี้... คุณสถาปนิกคนเก่งจะหมดมุกซะแล้ว" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเจือไปด้วยความเย้าแหย่ที่จงใจให้อีกฝ่ายสติหลุด ภาคินสูดหายใจเข้าลึกระงับความปั่นป่วนในอก ดวงตาคมดุจเหยี่ยวหันมาจ้องมองเธอตรงๆ มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเล็กที่ค้ำโต๊ะอยู่อย่างรวดเร็ว แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมไว้มั่นคงพอที่จะไม่ยอมให้เธอถอยหนี ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดผ่านผิวเนื้อ ทำให้รินสะดุ้งน้อยๆ แต่เธอกลับเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแพ้ความแพรวพราวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งนั้น "ริน... คุณนี่มัน..." ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสีเข้มวาววับขึ้นมาอย่างอันตราย "ปากเก่งแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หืม? หรือคิดว่าติดอยู่ในไซต์งานตอนฝนตกแล้วผมจะทำอะไรคุณไม่ได้" "อ้าว... พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ?" เธอเอียงคอถาม ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นคนเจ้าระเบียบเสียอาการ "ดิฉันก็แค่อยากจะเคลียร์งานให้มันจบๆ ตามหน้าที่สถาปนิกกับวิศวกรที่ดี แต่ดูท่าทางคุณสถาปนิก... เหมือนจะมีเรื่องอื่นในหัวมากกว่าเรื่องแบบนี้นะคะ" "ใช่... ผมมีเรื่องอื่นในหัว" ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและจริงจังขึ้นจนรินเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างไร้เหตุผล "เรื่องที่ว่าทำไมคุณถึงชอบไปยืนยิ้มระรื่นให้ธนสถาปนิกตระกูลไหนนั่นนักหนา ทั้งที่โปรเจกต์นี้เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน" รินกะพริบตาปริบๆ ความตกใจฉายชัดขึ้นมาในดวงตาคู่สวยชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความฉุนเฉียวแกُมความดีใจลึกๆ ที่ซ่อนไม่มิด "นี่คุณ... แอบหึงดิฉันเหรอคะ?" "ผมไม่ได้หึง!" ภาคินปฏิเสธเสียงแข็งทันที ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจางๆ อย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทตามแบบฉบับเจ้าชายน้ำแข็ง แต่มือที่ยังกุมข้อมือเธออยู่กลับเผลอบีบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว "ผมแค่ห่วงเรื่องความต่อเนื่องของงาน กลัวว่าคุณจะเอาเวลาไปสังสรรค์ไร้สาระจนสเปกโครงสร้างมันพัง!" "ปากแข็ง..." รินพึมพำเบาๆ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนปิดไม่มิด "ปากบอกว่าเรื่องงาน แต่หน้าคุณนี่แดงแจ๋ยิ่งกว่าสีทาผนังเบอร์พาสเทลที่คุณเคยสั่งแก้สามรอบแล้วนะคะ คุณภาคิน" "ริน!" "ขา?" เธอขานรับเสียงหวานหยด ยิ่งเห็นเขินจนทำอะไรไม่ถูก เธอกยิ่งได้ใจ "ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำไมต้องเข้ามาใกล้ขนาดนี้ด้วยล่ะคะ หรือว่า... แท้จริงแล้วคุณแอบชอบดิฉันมานานแต่ฟอร์มจัด เลยหาเรื่องมาทะเลาะด้วยทุกครั้งที่เจอหน้ากัน" ประโยคคำถามที่ตรงประเด็นจนน่าตกใจ ทำให้ห้องทำงานชั่วคราวกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เสียงฝนที่ซัดสาดกระทบหลังคาเมทัลชีทด้านนอกกลายเป็นเพียงฉากหลัง ภาคินมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของเธอ ค้นหาความล้อเล่นหรือความจริงจังในนั้น ทว่าสิ่งที่เขาเห็นมีเพียงความท้าทายและประกายระยิบระยับที่ดึงดูดใจจนยากจะละสายตา ความอดทนที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์ขาดผึ่งลงตรงนั้น ภาคินไม่ตอบคำถามด้วยคำพูด แต่เขาใช้การกระทำแทน ร่างสูงขยับเข้าประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของวิศวกรสาวแนบสนิทกับชั้นวางของด้านหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนขึ้นมาโอบกระชับเอวบางไว้หลวมๆ เพื่อไม่ให้เธอถอยหนีไปไหนได้อีก รินสะท้านเฮือก ลลมหายใจติดขัด หัวใจดวงน้อยเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเสียงกลองเพล รอยยิ้มท้าทายเมื่อครู่วันนี้เลือนหายไปแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกปนตื่นเต้นที่พุ่งพล่านขึ้นมาในกระแสเลือด "คุณ... จะทำอะไร..." เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความปากแซ่บที่เคยมีหายวับไปกับตาเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของเขาโน้มลงมาใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "อยากรู้เหรอคะว่าผมคิดยังไงกับคุณ..." ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม เสียงทุ้มนุ่มนวลและพร่าสั่นเล็กน้อยจนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง "งั้นก็เงียบแล้วตั้งใจฟังให้ดี..." เขากลืนคำพูดที่เหลือลงคอเมื่อดวงตากลมโตมองสบตาเขาอย่างมีความหมาย ความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางอารมณ์บีบคั้นให้หัวใจของคนทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความหวานล้ำที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงความเก๊กและฟอร์มจัดของทั้งคู่ ระยะห่างลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของภาคินกำลังจะทาบทับกลีบปากอิ่มของหญิงสาวเพื่อปิดกั้นคำพูดทุกอย่าง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนฝ่าสายฝนเข้ามา "พี่คิน! น้องริน! อยู่ข้างในกันหรือเปล่าครับ พอดีผมเอาเอกสารด่วนจากสำนักงานใหญ่มาส่งให้!" เสียงของธนดังแทรกเข้ามาในบรรยากาศที่กำลังหวานฉ่ำ ราวกับน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้าคนทั้งสองให้ตื่นจากภวังค์ ภาคินชะงักค้าง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวฉายแววหงุดหงิดระAขึ้นมาทันทีอย่างปิดไม่มิด ส่วนรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นดันอกแกร่งของสถาปนิกหนุ่มให้ออกห่างจากตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ประตูสำนักงานจะถูกเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างเปียกปอนของธนที่ยืนถือซองเอกสารยิ้มแป้นอยู่หน้าประตูด้านนอก! "อ้าว... อยู่กันครบเลยเหรอครับ นึกว่ากลับกันไปหมดแล้วซะอีก" ธนกวาดสายตามองคนทั้งคู่ที่ยืนใกล้ชิดกันผิดปกติด้วยรอยยิ้มแปลกใจ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยหัวใจที่พองโตนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ "เหมยฮวาแรกแย้ม"
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%