เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบของสถาปนิกหนุ่ม
รอยร้าวลึกบนเสาเข็มโซนทิศใต้หลังฝนถล่มเมื่อคืนไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ ภาคินไม่มีเวลามานั่งปั้นปึ่งใส่ใครหน้าไหนอีกต่อไปแล้ว ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ หมุนตัวกลับอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้เสียงโวยวายของเจ้าหน้าที่หน้าไซต์ดังไล่หลังมา ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองหาเป้าหมายเดียวที่เขาจำเป็นต้องลากตัวไปลุยโคลนด้วยกันในยามวิกาลแบบนี้
"คุณริน! หยุดเดินแล้วหันมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะคะ!"
เสียงใสแจ๋วที่ตวาดแว้ดสวนขึ้นมาทันทีที่เขาคว้าข้อแขนเรียวไว้ได้ ทำให้ภาคินเกือบหลุดหัวเราะ—ไม่ใช่เพราะขำ แต่เพราะความดื้อรั้นของผู้หญิงคนนี้มันช่างท้าทายขีดจำกัดความอดทนของเขาเสียเหลือเกิน
"ผมไม่ได้ชวนคุณมาเดินเล่นนะคะคุณริญณา แต่เรากำลังจะไปดูซากความหายนะที่เสาเข็มโซน A ถ้าคุณยังอยากให้ตึกนี้ตั้งตระหง่านโดยไม่พังครืนลงมาก่อนเปิดประมูล ก็กรุณารูดซิปปากแล้วเดินตามผมมาเงียบๆ เถอะครับ... เอ๊ย หมายถึงเดินมาเถอะค่ะ!" ภาคินเกือบหลุดปากผิดฟอร์มเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยนั้นหรี่มองเขาอย่างจับผิด
ริญณาแค่นหัวเราะในลำคอ สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างไม่แยแส แม้หัวใจดวงน้อยจะเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะด้วยความใกล้ชิดเมื่อครู่ก็ตาม เธอยกมือขึ้นกอดอก มองสถาปนิกหนุ่มผู้แสนจะเจ้าระเบียบที่ตอนนี้เส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเนื่องจากความเครียด
"ปากเก่งเสียจริงนะคะ ท่านสถาปนิกผู้สูงส่ง ทีเมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนอมยาขมอยู่เลยไม่ใช่เหรอคะ? ห่วงสวย เอ๊ย ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองมากกว่าความปลอดภัยของโครงสร้างหรือไงคะ ถึงได้ลนลานขนาดนั้น"
"ผมไม่เคยห่วงอะไรทั้งนั้น... ยกเว้นก็แต่ความปลอดภัยของคนหน้าโงแถวนี้ ที่ชอบเถียงฉอดๆ โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ"
ภาคินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีเข้มฉายแววพะว้าพะวังระคนเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา แต่มีหรือที่วิศวกรสาวปากแซ่บอย่างรริญณาจะยอมแพ้ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นฝนและฝุ่นปูนลอยเข้าแตะจมูก ระยะห่างที่ลดลงกะทันหันทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างประหลาด
"ถ้าฉันหน้าโง คุณก็คงเป็นตาแก่จู้จี้ที่น่ารำคาญที่สุดในสามโลกเลยล่ะค่ะ!"
"พอๆๆ เลยค่ะทั้งคู่! จะสวีท เอ๊ย จะกัดกันอีกนานไหมคะเนี่ย ทีมงานเขารออยู่ที่โต๊ะอาหารกึ่งชั่วคราวโน่นแล้วค่ะ!"
เสียงของมีน เพื่อนสนิทและสถาปนิกคู่หูของรินดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะพอดี พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งให้ทั้งสองคน รินหน้าแดงซ่าน รีบถอยก้นขวิดออกมาจากรัศมีอันตรายทันที ขณะที่ภาคินแสร้งกระแอมไอ กลบเกลื่อนความเก้อเขินด้วยการจัดปกเสื้อให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว
บรรยากาศในเต็นท์จัดเลี้ยงชั่วคราวถูกเนรมิตขึ้นอย่างเรียบง่ายเพื่อปลอบขวัญทีมงานหลังผ่านวิกฤตหน้าฝน กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารพื้นบ้านและเสียงหัวoาะครื้นเครงช่วยคลายความตึงเครียดลงไปได้บ้าง แต่ไม่ใช่สำหรับโต๊ะมุมสุดที่รินและภาคินจำใจต้องมานั่งเผชิญหน้ากัน เนื่องด้วยพื้นที่จำกัด
"เอ้า! เพื่อเป็นการฉลองที่เราแก้ปัญหาเรื่องเสาเข็มโซน A ได้ทันท่วงที โดยที่ตึกยังไม่ถล่มทับหัวพวกเราซะก่อน... ขอเชิญคุณภาคินกับคุณรินดื่มนมเปรี้ยวล้างซวยร่วมกันสักแก้วเถอะค่ะ!" ธน์ สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และรอยยิ้มพิมใจ เอ่ยแซ้าพร้อมกับยื่นแก้วให้ทั้งคู่ด้วยท่าทางกรุ้มกริ่ม
รินรับมาด้วยรอยยิ้มแห้งๆ "ขอบคุณค่ะพี่ธน์ โชคดีนะคะที่เราไหวตัวทัน ไม่เช่นนั้นป่านนี้คงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงจริงๆ แน่ๆ"
"โชคดีอะไรกันล่ะคะริน ถ้าไม่ได้ความดื้อรั้น เอ๊ย ความรอบคอบของคุณรินคอยช่วยตรวจเช็กสเปกเหล็กเสริมตอนบ่าย ป่านนี้โครงสร้างคงทรุดตัวลงมากกว่านี้แล้วล่ะครับ" ธน์จงใจเน้นเสียงหวาน พร้อมกับโน้มตัวเข้าไปใกล้รินมากกว่าปกติ มือหนาเอื้อมไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนให้อย่างสนิทสนม
ภาพนั้นตกอยู่ในสายตาของภาคินพอดิบพอดี สถาปนิกหนุ่มขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ไม่ใช่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือความร้อนของอาหาร แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดพลุ่งพล่านที่เห็นไอ้รุ่นพี่ตัวดีกล้าแตะต้องตัวผู้หญิงปากเก่งคนนี้ต่อหน้าต่อตาเขา!
"มือไม้ไม่ค่อยอยู่สุขนะคะคุณธน์ ระวังหน่อยเถอะค่ะ ทำงานสถาปนิกแต่ซุ่มซ่ามแบบนี้ เดี๋ยวหน้าตาหล่อๆ จะได้ไปนอนประทับรอยที่พื้นคอนกรีตจริงๆ เข้าสักวัน" ภาคินเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนคนรอบข้างสะดุ้ง แต่แววตาคมกلاستกลับวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
รินหันขวับมามองหน้าสถาปนิกหนุ่มทันที มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะอย่างได้ใจ เธอรู้ทันทีว่าอาการแบบนี้มันคืออะไร... อาการของคน 'หึง' จนตัวสั่นแต่ปากแข็งยังไงล่ะคะ!
"แหม... คุณภาคินคะ เป็นห่วงพี่ธน์เหรอคะเนี่ย? หรือว่ากลัวพี่เขาจะแย่งซีนความหล่อของคุณกันแน่คะ ถึงได้ทำเสียงดุใส่แบบนี้?" รินแกล้งเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย ชนิดที่ใครได้ฟังก็ต้องหมั่นไส้
"ผมไม่ได้ว่างขนาดมาห่วงใครหรอกค่ะคุณริญณา ผมแค่เตือนด้วยความหวังดีในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ ว่ากรุณาแยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวด้วย... อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ที่เรียกร้องความสนใจจากคนอื่นมันน่ารำคาญค่ะ!" ภาคินตอกกลับเสียงแข็ง ซ่อนความเขินอายและความหึงหวงไว้ภายใต้คำพูดเชือดเฉือน
"อ้าว! นี่คุณหาว่าฉันเรียกร้องความสนใจเหรอคะ?! ประสาท!" รินปี๊ดแตกขึ้นมาทันที เธอวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนคนรอบข้างหันมามองเป็นตาเดียว "ฉันจะคุยกับใคร จะให้ใครเช็ดหน้าให้มันก็เรื่องของฉัน คุณเป็นใคร ถึงมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉันยะ!"
วงสนนากลุ่มใหญ่เงียบกริบลงทันที มีนที่นั่งข้างๆ รีบสะกิดแขนเพื่อนสาวเบาๆ พร้อมกับกระซิบกระซาบ "รินแก... เสียงดังไปแล้วนะ คนอื่นเขามองกันหมดแล้ว"
แต่รินในตอนนี้เลือดขึ้นหน้าเสียแล้ว เธอจ้องหน้าภาคินเขม็ง เช่นเดียวกับสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ดวงตาวาวโรจน์ไม่แพ้กัน บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความเสน่หาและการปะทะคารมที่รุนแรงจนคนรอบข้างเริ่มซุบซิบถึง 'เคมีประหลาด' ที่พุ่งทะยานออกมาจากคนทั้งคู่ ชนิดที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อาจหยุดยั้งความร้าวฉาน (หรืออาจจะเป็นความรัก?) ครั้งนี้ได้
ในจังหวะที่ภาคินกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบยิ่งกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเขาเสียก่อน พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นอย่างเร่งรีบ
"คุณภาคินครับ! แย่แล้วครับ... เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยแจ้งด่วนเข้ามาว่า มีคนบุกรุกเข้าไปในเขตก่อสร้างโซน B ยามวิกาล และตอนนี้... ระบบสัญญาณเตือนภัยกำลังจะระเบิดตัวเองครับ!"
ภาคินชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในเสี้ยววินาที เขารีบผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทว่าก่อนที่เขาจะก้าวขาออกไป มือเรียวเล็กของรินก็เอื้อมมาคว้าชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่น ดวงตากลมโตฉายแววตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"เดี๋ยวก่อนค่ะคุณคิน... โซน B นั่นมันไม่ใช่เขตที่กำลังก่อสร้างธรรมดานี่คะ แต่มันคือ..."
รินยังพูดไม่ทันจบประโยค จู่ๆ ไฟทั่วทั้งไซต์งานก็ดับพรึบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่จัดเลี้ยงในพริบตา เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังระงมขึ้นท่ามกลางความโกลาหล และในวินาทีที่หัวใจของทุกคนหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มนั้นเอง แสงไฟฉายสว่างวาบจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งก็สาดส่องเข้ามาที่ใบหน้าของภาคินและรินที่ยืนประชิดติดกัน
และสิ่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของยามรักษาความปลอดภัยที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาใหม่ ก็ทำให้ทั้งคู่แทบหยุดหายใจ—ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นร่างปริศนาในชุดดำกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องนิรภัยใต้ดิน พร้อมกับตัวเลขถอยหลังบนหน้าจอระเบิดที่เหลือเวลาอีกเพียง *'3 นาทีสุุดท้าย'* เท่านั้น!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความแซ่บของยัยน้องรินกับตาพี่คินในตอนนี้ด้วยนะคะ หวังว่าจะฟินจนจิกหมอนขาดไปหลายใบแล้ว เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ•ตอนที่ 7
มื้อค่ำกระชับมิตร (ที่เหมือนสนามรบ)
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มมา A ลุยกับวิศวกรสาวปากแซ่บ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!