แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลนับร้อยดวงสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาของห้องจัดเลี้ยงโรงแรมหรูใจกลางเมือง บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ เคล้ากับเสียงพูดคุยของบรรดาเซเลบและนักธุรกิจระดับแถวหน้า แต่สำหรับรินรดาแล้ว ช่วงเวลานี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนเธอกำลังยืนอยู่กลางสนามรบที่ไร้ซึ่งเสียงปืน
"อย่าแม้แต่จะคิดหนีไปไหนเด็ดขาด รินรดา"
เสียงกระซิบแหบพร่าแต่เฉียบขาดดังขึ้นชิดริมใบหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่นจัดที่แตะกระชับลงบนช่วงเอวคอดของเธออย่างถือวิสาสะ แรงกดเพียงเล็กน้อยนั้นส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่า ประธานหนุ่มจอมเผด็จการอย่างคีรินไม่มีทางปล่อยให้เธอหลุดสายตาเป็นอันขาด
รินรดาแอบสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยืนนิ่งอยู่ในชุดราตรีสั้นสีดำสนิทที่ขับเน้นผิวเนียนละเอียดและส่วนโค้งเว้าได้รูปอย่างลงตัว ชุดนี้ไม่ได้เลือกเอง แต่เป็นคีรินที่ส่งคนเอามาให้ถึงห้องพักพร้อมคำสั่งเด็ดขาดว่า *'ถ้าไม่อยากให้ผมบุกไปแต่งตัวให้ถึงห้อง ก็ใส่ชุดนี้ซะ'*
"ฉันไม่ได้จะหนีไปไหนสักหน่อยค่ะ... เอ๊ย... ครับท่านประธาน" รินรดารememberตัวเกือบหลุดคำพูดคุ้นชินออกไป เธอกลอกตาขึ้นฟ้าเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ "แค่รู้สึกว่าอากาศตรงนี้มันหายใจไม่ค่อยสะดวกเท่านั้นเอง"
"หึ อากาศไม่สะดวก หรือเพราะสายตาของพวกผู้ชายโต๊ะโน้นที่กำลังมองคุณจนแทบจะกลืนกินกันแน่" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังกลุ่มนักธุรกิจหนุ่มที่ยืนถือแก้วแชมเปญส่งยิ้มแทะเล็มมาทางเลขาส่วนตัวของเขา ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
รินรดาแอบค้อนขวับ "พวกเขาก็แค่มองตามมารยาททางสังคมต่างหากล่ะคะ ท่านประธานนี่ขี้หึงไม่เข้าเรื่องเลย..."
"ผมไม่ได้ขี้หึง" คีรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่าหมั่นไส้ "ผมแค่หวงของของผม และคุณก็จำใส่สมองเอาไว้ด้วยว่า คืนนี้คุณมาในฐานะ 'เลขาส่วนตัว' ที่พ่วงตำแหน่งคนสนิทของผม ห้ามยิ้มเรี่ยราด ห้ามรับนามบัตรจากใคร และที่สำคัญที่สุด..."
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มใส รินรดาต้องเผลอถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ แต่เอวบางกลับถูกวงแขนแข็งแรงรั้งเข้าไปแนบชิดยิ่งกว่าเดิม
"...ห้ามห่างจากตัวผมเกินสามก้าว เข้าใจไหมครับ รินรดา"
ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบ หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำเต้นรัวรากับตีกลองศึก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไปแล้ว ยิ่งอีกฝ่ายแสดงความเป็นเจ้าingเจ้าทางชัดเจนมากเท่าไหร่ เธอกยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดล่อไว้โดยไม่รู้ตัว
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันอ้าปากเถียง เสียงทุ้มทุ้มที่คุ้นหูอย่างยิ่งก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงดนตรี
"โอ้โห พาเลขาส่วนตัวมาเปิดตัวในงานสังคมอย่างเป็นทางการแบบนี้... แสดงว่าความสัมพันธ์ของพวกคุณพัฒนาไปไกลกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีกนะเนี่ย, คีริน"
ทั้งคู่ชะงัก คีรินหันขวับไปมองตามเสียงด้วยแววตาดุดันราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกล้ำอาณาเขต ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงโปรดของ 'ธีร์' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจกำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ถูกประดับไว้บนใบหน้าคมคายของเขา ดวงตากลมโตพราวระยับขณะจ้องมองมาที่รินรดาด้วยความสนใจอย่างไม่ปิดบัง
"หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดจังหวะเวลาสวีทของพวกคุณหรอกนะ" ธีร์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงยียวน กวาดสายตามองสำรวจรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาคีรินต้องขยับตัวก้าวมาบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ
"รู้ตัวก็ดีนี่, ธีร์" คีรินตอบเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาคมกริมฉายแววอันตราย "คนมีความสุขเขากำลังคุยกันอยู่ ถ้าคุณไม่มีเรื่องงานสำคัญอะไร ก็เชิญไปทางอื่นเถอะครับ แถวนี้อากาศมันเริ่มเป็นพิษเพราะมีคนหน้าหนามายืนเกะกะ"
บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ธีร์ไม่เพียงแต่ไม่โกรธ เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับรินรดาโดยตรงราวกับตั้งใจจะเมินเฉยต่อคำพูดกัดจิกของประธานหนุ่ม
"ผมบังเอิญได้ยินมาว่าคุณรินรดากำลังมองหาที่ปรึกษาเรื่องโปรเจกต์ใหม่นอกเวลางานอยู่พอดี..." ธีร์ยื่นนามบัตรสีดำทองหรูหราออกมาข้างหน้า "ถ้าคุณสนใจจะร่วมงานกับคนที่พร้อมจะให้ 'อิสระ' และไม่ใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงเหมือนใครบางคน... ติดต่อหาผมได้ตลอดเวลานะครับ, รินรดา"
นิ้วเรียวของธีร์ขยับเข้าใกล้รินรดามากขึ้นอีกนิด ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเธอจะได้แตะโดนแผ่นนามบัตรนั้น ฝ่ามือหนาอีกข้างของคีรินก็เอื้อมออกไปปัดมันร่วงลงสู่พื้นพรมหนานุ่มอย่างไม่ไยดี!
"อุ๊ย..." รินรดาอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ
คีรินก้าวออกมาบังร่างของเธอไว้มิดชิด นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดติด รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของประธานหนุ่ม ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่คนใกล้ชิดรู้ดีว่าน่ากลัวแค่ไหน
"ถอยไปซะ, ธีร์" คีรินกดเสียงต่ำลอดไรฟัน "ก่อนที่ผมจะทำให้บริษัทของคุณไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเข้าร่วมประมูลงานชิ้นต่อไปในประเทศนี้"
ธีร์หุบยิ้มลงเล็กน้อย ทว่าแววตากลับทอประกายความท้าทาย เขาก้มลงมองนามบัตรที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคีรินตรงๆ "ใจร้อนเสียจริงนะ คีริน... ระวังเถอะ ของที่หวงมากๆ ถ้าเผลอปล่อยให้หลุดมือไปเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นต่อให้คุณเก่งมาจากไหน ก็คงไม่มีวันคว้ากลับคืนมาได้อีกแล้ว"
พูดจบ ธีร์ก็ยกย่องมุมปากส่งยิ้มให้รินรดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินปะปนหายเข้าไปในกลุ่มผู้คน
รินรดายืนนิ่งค้าง หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลจากบรรยากาศรอบตัว เธอกำลังจะขยับถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ทว่า...
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าไว้ด้วยแรงที่หนักหน่วงพอสมควร ก่อนที่คีรินจะออกแรงกระชากเธอให้เดินตามกึ่งลากกึ่งจูงหลบหนีจากสายตาของผู้คนรอบข้าง ตรงไปยังระเบียงทางเดินด้านนอกที่เงียบสงบและไร้ผู้คน
ปัง!
แผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังกระจกใสของระเบียงอย่างนิ่มนวล ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของคีรินจะก้าวตามเข้ามาประชิดตัว ล็อคพื้นที่ทั้งสองข้างด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้าง จนเธอแทบไม่เหลือช่องว่างให้ขยับหนี
ดวงตาคมกริบของคีรินในยามนี้ดุดันและลุกโชนไปด้วยไฟโทสะผสมกับความหวาดกลัวลึกๆ ที่เขาเองก็ไม่อาจซ่อนไว้ได้มิด
"เมื่อกี้คุณคิดจะรับนามบัตรของมันใช่ไหม, รินรดา?" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเค้นอารมณ์ คีรินก้มหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่บนพวงแก้มใส "คุณกล้าดียังไงถึงไปทำตาหวานใส่ไอ้ศัตรูตัวฉกาจของผมต่อหน้าต่อตาแบบนั้น!"
รินรดายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แม้ใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ความปากเก่งและศักดิ์ศรีก็ทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"ฉันจะรับหรือไม่รับมันก็เรื่องของฉันค่ะ! ท่านประธานไม่มีสิทธิ์มาสั่งห้ามฉันขนาดนี้— อุ๊บ!"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของคีรินทาบทับลงมาปิดริมฝีปากของเธออย่างไร้การเตือนล่วงหน้า!
สัมผัสรุนแรงและเต็มไปด้วยความหึงหวงพรั่งพรูเข้ามาพร้อมกับรสจูบที่เอาแต่ใจ คีรินขบเม้มเรียวปากเธอบางเบาเพื่อลงโทษก่อนจะสอดแทรกความวาบหวามเข้าไปกอบกโกยลมหายใจ รินรดารู้สึกเหมือนสมองตื้อตัน ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับถูกสูบเรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้น ฝ่ายชายหนุ่มตักตวงความหวานอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้เธอยืนหอบหายใจโยนตัวโยนอยู่ตรงหน้า
คีรินจ้องมองริมฝีปากบวมเจ่อสีแดงระเรื่อของเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่อารมณ์โกรธหรือความหึงหวงอีกต่อไป แต่มันคือความคลั่งรักที่ระเบิดออกมาจนเกินจะควบคุม
"จำใส่ใจไว้ซะ... รินรดา" คีรินกระซิบชิดริมฝีปากเธอด้วยน้ำเสียงพร่าสั่นแต่เด็ดขาด "อย่าท้าทายความอดทนของผมอีก... เพราะถ้าคืนนี้ยังมีไอ้หน้าไหนกล้าเข้ามาเข้าใกล้คุณอีกแม้แต่ก้าวเดียว ผมอาจจะลากคุณกลับเพนต์เฮาส์แล้วขังไว้บนเตียงยาวไปจนถึงปีหน้าจริงๆ ด้วย!"
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากด่าหรือโต้แย้งประโยคเผด็จการนั้น ทันใดนั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกเข้ามาจากมุมมืดของทางเดินด้านนอกระเบียงซะก่อน
"คุณคีรินครับ! อยู่นี่เองเหรอ... ทางนี้กำลังมีเรื่องด่วน..."
ร่างของเลขาอีกคนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาใกล้ แต่แล้วฝีเท้าของเขาก็ต้องหยุดชะงักกึก เมื่อดวงตาเหลือบไปเห็นภาพประธานหนุ่มจอมโหดกำลังยืนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเลขาส่วนตัวในมุมลับตาคนอย่างแนบชิด
คีรินตวัดสายตาคมกริบหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากไล่ ทันใดนั้นเสียงทุ้มอันคุ้นเคยอีกเสียงหนึ่งก็ดังแทรกตามเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยдяเย็น
"อ้าว... ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะ 'ดีลลับ' สำคัญระหว่างท่านประธานกับเลขาส่วนตัวเข้าให้อีกแล้วสินะครับ..."
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างของคนที่เพิ่งเดินตามเข้ามาสมทบ... บุคคลที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปตาตุ่ม และทำให้คีรินต้องขบกรามแน่นด้วยความเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม!
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของท่านประธานคนซึนกันมาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ตอนหน้า รับรองว่าแซ่บซี๊ดสะใจแน่นอนครับ)*
ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 12
งานเลี้ยงและการเผชิญหน้า
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!