ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 22

การขอโทษแบบท่านประธาน

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดายังคงสว่างวาบ ชื่อ ‘คีริน’ ที่ปรากฏเด่นหร่าพร้อมเบอร์โทรศัพท์สายตรง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเธอดิ่งลึกลงในความเงียบงันจนน่าอึดอัด เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดรอบด้านราวกับถูก mute ไปชั่วขณะ หัวใจของเธอกระตุกวูบ ปลายนิ้วเรียวที่กำลังจะกดปฏิเสธสายต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อนึกถึงคำพูดเย่อหยิ่งของเขาเมื่อตอนบ่าย สายตาคมกริบที่มองมาอย่างเหนือกว่า และรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความท้าทายยังคงติดตรึงในความทรงจำ หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะกดรับสายแล้วแนบโทรศัพท์กับใบหูโดยไม่เอ่ยทักทายก่อน "ช้าไปสามวินาที รินรดา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจลอดผ่านลำโพงเข้ามาทันที น้ำเสียงนั้นเจือความหงุดหงิดเล็กน้อยตามแบบฉบับของประธานหนุ่มจอมเผด็จการ แต่กลับชัดเจนจนเหมือนเขามายืนอยู่ตรงหน้า "ถ้าท่านประธานโทรมาเพื่อจะจับเวลาพนักงานนอกเวลางาน ฉันเกรงว่าจะวางสายแล้วนะครับ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่ให้หลุดลอดออกไปทางน้ำเสียง ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนเสียงถอนหายใจเบาๆ จะดังลอดเข้ามา "ลงมาที่ล็อบบี้ตึก B เดี๋ยวนี้ ผมให้เวลาสองนาที ถ้าเกินกว่านั้น... คุณรู้บทลงโทษของตัวเองดี" *ติ๊ด!* สายถูกตัดทิ้งไปดื้อๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว รินรดาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้ ผู้ชายคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลหรืออย่างไร ถึงได้สั่งซ้ายสั่งขวาอยู่ได้ตลอดเวลา แม้จะบ่นพึมพำในใจแต่ขาก็ยังก้าวเดินไปที่ลิฟต์อย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ เพราะเธอกลัวว่าคนเอาแต่ใจอย่างคีรินจะทำตามคำขู่จริงๆ เมื่อลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่าง ประตูก็เปิดออกเผยให้เห็นภาพที่ทำให้พนักงานหลายคนต้องแอบเหลือบมองด้วยความสนใจ รถสปอร์ตหรูสีดำสนิทจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าประทางเข้า และร่างสูงโปรดของคีรินในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปกำลังยืนกอดอกพิงตัวรถ สายตาคมกวาดมองหาเป้าหมายด้วยความไม่สบอารมณ์ จนกระทั่งร่างของรินรดาปรากฏขึ้นในกรอบสายตา เขายืดตัวตรง ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วจนรินรดาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในรถลอยแตะจมูก "คุณมาช้าไปสิบวินาที" คีรินทักทันทีที่หยุดยืนตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเล็กน้อย "ฉันไม่ได้ลงทะเบียนเป็นนักวิ่งมาราธอนนะท่านประธาน มีธุระอะไรก็ว่ามาค่ะ... เอ๊ย! ว่ามาสิครับ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดติดปากเกือบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคาดโทษที่ส่งตรงมา คีรินไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่เอื้อมมือไปเปิดประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับออกด้วยท่าทางเย่อหยิ่งตามเคย "ขึ้นรถ" "ฉันไม่ไป ฉันจะกลับบ้าน พรุ่งนี้มีงานด่วนต้องเคลียร์" รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนกอดอกปักหลักนิ่งอยู่ที่เดิม "ผมไม่ได้ชวน... ผมสั่ง" คีรินโน้มตัวเข้าไปใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว The atmosphere became tight and heavy in an instant "อย่าให้ผมต้องอุ้มคุณขึ้นไปต่อหน้าพนักงานต้อนรับนับสิบชีวิตตรงนั้น รินรดา" สายตาที่เขามองมาบอกชัดเจนว่าเขาพูดจริงทำจริง รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความคับแค้นใจ เธอเกลียดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเขาเวลานี้เสียเหลือเกิน สุดท้ายเธอก็ต้องยอมก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังราคาแพงอย่างจำยอม เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่คีรินจะอ้อมมาฝั่งคนขับแล้วขึ้นมานั่งประจำที่ บรรยากาศในห้องโดยสารแคบลงทันตาเห็นเมื่อรถเคลื่อนตัวออกสู่ท้องถนนยามค่ำคืนที่มีแสงไฟนีออนสาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างกันตลอดการเดินทาง มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากวิทยุที่ช่วยกลบความอึดอัด รินรดานั่งมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง พยายามไม่สนใจสายตาของคนที่นั่งขับรถอยู่ข้างๆ แม้จะรู้ว่าเขาลอบมองเธอเป็นระยะ จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าไปจอดสนิทหน้าร้านอาหารหรูสไตล์ฝรั่งเศสริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว "ลงมา" คีรินดับเครื่องยนต์แล้วหันมาบอกสั้นๆ "ฉันบอกตอนไหนว่าจะมาดินเนอร์กับคุณ?" รินรดาหันขวับไปมองหน้าเขา "คุณไม่ได้บอก แต่ท้องคุณร้องเสียงดังตั้งแต่ตอนอยู่บนรถแล้ว อย่าเถียง... ผมได้ยิน" คีรินยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เปิดประตูลงจากรถไปโดยไม่รอฟังคำท้วงติงใดๆ รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย เธอเผลอกุมท้องตัวเองโดยไม่รู้ตัว เจ้าบ้าเอ๊ย! เขาหูทิพย์หรืออย่างไรถึงได้ยินเสียงท้องร้องท่ามกลางเสียงเพลงในรถได้ ภายในห้องอาหารส่วนชั้นบนสุด มองเห็นวิวสะพานข้ามแม่น้ำยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน อาหารราคาแพงนับไม่ถ้วนถูกทยอยเสิร์ฟลงบนโต๊ะโดยพนักงานที่บริการอย่างนอบน้อม แต่รินรดากลับไม่มีอารมณ์จะลิ้มรสชาติใดๆ เธอนั่งมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังรินไวน์ใส่แก้วอย่างใจเย็น "กินซะ คุณผอมจนเหลือแต่กระดูกแล้ว งานที่บริษัทผมไม่ได้ใช้งานคุณคุ้มค่าแรงขนาดนั้น" คีรินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง "พูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ... หมายความว่ายังไงครับ" รินรดาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อสายตาคมกวาดมองมาดุๆ "ฉันทานเองได้ ไม่ต้องมาเหน็บแนมหรอกค่ะ... หรอกครับ!" คีรินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูรื่นหูแต่น่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน เขาวางแก้วไวน์ลงแล้วเลื่อนจานเนื้อแกะตุ๋นที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำมาไว้ตรงหน้าเธอ "กินซะ" เขาสั่งอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยจนเกือบจะเป็นความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้ รินรดากะพริบตาปริบๆ มองการกระทำที่แปลกไปจากทุกทีของประธานหนุ่มจอมเผด็จการ ปกติแล้วเขาจะใช้วิธีจิกกัดหรือออกคำสั่งด้วยความรุนแรง แต่วันนี้... เขากลับพาเธอมาร้านอาหารหรู แถมยังสั่งอาหารที่เธอชอบกินโดยที่เธอไม่ได้บอก "คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมกันแน่... มีแผนอะไรอีก หรือว่าเรื่องโปรเจกต์ใหม่มีปัญหา?" รินรดาถามด้วยความระแวง เธอไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างคีรินจะพาพนักงานมาเลี้ยงข้าวเฉยๆ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้น คีรินชะงักมือที่กำลังถือส้อม เขาวางมันลงบนจานอย่างช้าๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ เนิ่นนานจนรินรดาเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ที่แผ่นหลัง "ถ้าผมบอกว่าไม่ได้มีแผนเรื่องงาน... คุณจะเชื่อไหม?" เสียงของเขาเบากว่าปกติ แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอกระตุก "แล้วเรื่องอะไรล่ะคะ... เรื่องอะไรล่ะครับที่คุณต้องลงทุนพาฉันมาไกลถึงนี่" รินรดาหลบสายตาคู่นั้นไปมองแก้วไวน์แทน คีรินถอนหายใจเบาๆ เขายื่นมือหนาข้ามโต๊ะมาวางทับลงบนหลังมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้รินรดาชะงักงัน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้งโดยอัตโนมัติ "ผมแค่อยากพาคุณมา... แค่นั้น" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่จริงจังอย่างหาได้ยาก "และอีกอย่าง... ผมไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมาทำหน้าตาหงุดหอยใส่คุณแบบที่ไอ้ธีร์มันทำเมื่อตอนบ่าย" รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอจำได้ว่าตอนบ่ายธีร์คู่แข่งทางธุรกิจของเขาเข้ามาทักทายเธอที่หน้าแผนก และพยายามพูดจายั่วยวนเพื่อกวนประสาทคีริน แต่นั่นมันเรื่องงานไม่ใช่หรือ? ทำไมเขาถึงเก็บมาใส่ใจขนาดนี้? "คุณ... หึงเหรอ?" รินรดาหลุดปากถามออกไปตามสัญชาตญาณ โดยไม่ได้คิดกรองคำพูดก่อน คีรินไม่ตอบทันที มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับเต็มไปด้วยความท้าทายและเสน่ห์เหลือร้ายที่ทำเอาคนมองใจสั่นสะท้าน "ถ้าใช่... แล้วมันทำไมล่ะ?" เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอยละล่องมาปะทะความรู้สึกของเธอ ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัวหรือหาคำพูดใดมาโต้แย้ง เสียงโทรศัพท์มือถือของคีรินก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่กำลังพุ่งพล่านไปด้วยกระแสไฟฟ้าอารมณ์ คีรินขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความเคร่งขรึมทันที รินรดาลอบมองเสี้ยวหน้าของเขา และเพียงแค่ได้เห็นชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูนั้น... ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึกทันที! โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรด้วยดีเสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%