หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดายังคงสว่างวาบ ชื่อ ‘คีริน’ ที่ปรากฏเด่นหร่าพร้อมเบอร์โทรศัพท์สายตรง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเธอดิ่งลึกลงในความเงียบงันจนน่าอึดอัด เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดรอบด้านราวกับถูก mute ไปชั่วขณะ หัวใจของเธอกระตุกวูบ ปลายนิ้วเรียวที่กำลังจะกดปฏิเสธสายต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อนึกถึงคำพูดเย่อหยิ่งของเขาเมื่อตอนบ่าย
สายตาคมกริบที่มองมาอย่างเหนือกว่า และรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความท้าทายยังคงติดตรึงในความทรงจำ
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะกดรับสายแล้วแนบโทรศัพท์กับใบหูโดยไม่เอ่ยทักทายก่อน
"ช้าไปสามวินาที รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจลอดผ่านลำโพงเข้ามาทันที น้ำเสียงนั้นเจือความหงุดหงิดเล็กน้อยตามแบบฉบับของประธานหนุ่มจอมเผด็จการ แต่กลับชัดเจนจนเหมือนเขามายืนอยู่ตรงหน้า
"ถ้าท่านประธานโทรมาเพื่อจะจับเวลาพนักงานนอกเวลางาน ฉันเกรงว่าจะวางสายแล้วนะครับ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่ให้หลุดลอดออกไปทางน้ำเสียง
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนเสียงถอนหายใจเบาๆ จะดังลอดเข้ามา "ลงมาที่ล็อบบี้ตึก B เดี๋ยวนี้ ผมให้เวลาสองนาที ถ้าเกินกว่านั้น... คุณรู้บทลงโทษของตัวเองดี"
*ติ๊ด!* สายถูกตัดทิ้งไปดื้อๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธแม้แต่คำเดียว
รินรดาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้ ผู้ชายคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลหรืออย่างไร ถึงได้สั่งซ้ายสั่งขวาอยู่ได้ตลอดเวลา แม้จะบ่นพึมพำในใจแต่ขาก็ยังก้าวเดินไปที่ลิฟต์อย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ เพราะเธอกลัวว่าคนเอาแต่ใจอย่างคีรินจะทำตามคำขู่จริงๆ
เมื่อลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่าง ประตูก็เปิดออกเผยให้เห็นภาพที่ทำให้พนักงานหลายคนต้องแอบเหลือบมองด้วยความสนใจ รถสปอร์ตหรูสีดำสนิทจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าประทางเข้า และร่างสูงโปรดของคีรินในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปกำลังยืนกอดอกพิงตัวรถ สายตาคมกวาดมองหาเป้าหมายด้วยความไม่สบอารมณ์ จนกระทั่งร่างของรินรดาปรากฏขึ้นในกรอบสายตา
เขายืดตัวตรง ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วจนรินรดาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศในรถลอยแตะจมูก
"คุณมาช้าไปสิบวินาที" คีรินทักทันทีที่หยุดยืนตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเล็กน้อย
"ฉันไม่ได้ลงทะเบียนเป็นนักวิ่งมาราธอนนะท่านประธาน มีธุระอะไรก็ว่ามาค่ะ... เอ๊ย! ว่ามาสิครับ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดติดปากเกือบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาคาดโทษที่ส่งตรงมา
คีรินไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่เอื้อมมือไปเปิดประตูรถฝั่งที่นั่งข้างคนขับออกด้วยท่าทางเย่อหยิ่งตามเคย "ขึ้นรถ"
"ฉันไม่ไป ฉันจะกลับบ้าน พรุ่งนี้มีงานด่วนต้องเคลียร์" รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนกอดอกปักหลักนิ่งอยู่ที่เดิม
"ผมไม่ได้ชวน... ผมสั่ง" คีรินโน้มตัวเข้าไปใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว The atmosphere became tight and heavy in an instant "อย่าให้ผมต้องอุ้มคุณขึ้นไปต่อหน้าพนักงานต้อนรับนับสิบชีวิตตรงนั้น รินรดา"
สายตาที่เขามองมาบอกชัดเจนว่าเขาพูดจริงทำจริง รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความคับแค้นใจ เธอเกลียดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเขาเวลานี้เสียเหลือเกิน สุดท้ายเธอก็ต้องยอมก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังราคาแพงอย่างจำยอม
เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่คีรินจะอ้อมมาฝั่งคนขับแล้วขึ้นมานั่งประจำที่ บรรยากาศในห้องโดยสารแคบลงทันตาเห็นเมื่อรถเคลื่อนตัวออกสู่ท้องถนนยามค่ำคืนที่มีแสงไฟนีออนสาดส่องเข้ามาเป็นระยะ
ไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างกันตลอดการเดินทาง มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากวิทยุที่ช่วยกลบความอึดอัด รินรดานั่งมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง พยายามไม่สนใจสายตาของคนที่นั่งขับรถอยู่ข้างๆ แม้จะรู้ว่าเขาลอบมองเธอเป็นระยะ
จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าไปจอดสนิทหน้าร้านอาหารหรูสไตล์ฝรั่งเศสริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว
"ลงมา" คีรินดับเครื่องยนต์แล้วหันมาบอกสั้นๆ
"ฉันบอกตอนไหนว่าจะมาดินเนอร์กับคุณ?" รินรดาหันขวับไปมองหน้าเขา
"คุณไม่ได้บอก แต่ท้องคุณร้องเสียงดังตั้งแต่ตอนอยู่บนรถแล้ว อย่าเถียง... ผมได้ยิน" คีรินยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เปิดประตูลงจากรถไปโดยไม่รอฟังคำท้วงติงใดๆ
รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย เธอเผลอกุมท้องตัวเองโดยไม่รู้ตัว เจ้าบ้าเอ๊ย! เขาหูทิพย์หรืออย่างไรถึงได้ยินเสียงท้องร้องท่ามกลางเสียงเพลงในรถได้
ภายในห้องอาหารส่วนชั้นบนสุด มองเห็นวิวสะพานข้ามแม่น้ำยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน อาหารราคาแพงนับไม่ถ้วนถูกทยอยเสิร์ฟลงบนโต๊ะโดยพนักงานที่บริการอย่างนอบน้อม แต่รินรดากลับไม่มีอารมณ์จะลิ้มรสชาติใดๆ เธอนั่งมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังรินไวน์ใส่แก้วอย่างใจเย็น
"กินซะ คุณผอมจนเหลือแต่กระดูกแล้ว งานที่บริษัทผมไม่ได้ใช้งานคุณคุ้มค่าแรงขนาดนั้น" คีรินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
"พูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ... หมายความว่ายังไงครับ" รินรดาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อสายตาคมกวาดมองมาดุๆ "ฉันทานเองได้ ไม่ต้องมาเหน็บแนมหรอกค่ะ... หรอกครับ!"
คีรินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูรื่นหูแต่น่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน เขาวางแก้วไวน์ลงแล้วเลื่อนจานเนื้อแกะตุ๋นที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำมาไว้ตรงหน้าเธอ
"กินซะ" เขาสั่งอีกครั้ง น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยจนเกือบจะเป็นความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้
รินรดากะพริบตาปริบๆ มองการกระทำที่แปลกไปจากทุกทีของประธานหนุ่มจอมเผด็จการ ปกติแล้วเขาจะใช้วิธีจิกกัดหรือออกคำสั่งด้วยความรุนแรง แต่วันนี้... เขากลับพาเธอมาร้านอาหารหรู แถมยังสั่งอาหารที่เธอชอบกินโดยที่เธอไม่ได้บอก
"คุณพาฉันมาที่นี่ทำไมกันแน่... มีแผนอะไรอีก หรือว่าเรื่องโปรเจกต์ใหม่มีปัญหา?" รินรดาถามด้วยความระแวง เธอไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างคีรินจะพาพนักงานมาเลี้ยงข้าวเฉยๆ โดยไม่มีวาระซ่อนเร้น
คีรินชะงักมือที่กำลังถือส้อม เขาวางมันลงบนจานอย่างช้าๆ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ เนิ่นนานจนรินรดาเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ที่แผ่นหลัง
"ถ้าผมบอกว่าไม่ได้มีแผนเรื่องงาน... คุณจะเชื่อไหม?" เสียงของเขาเบากว่าปกติ แต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอกระตุก
"แล้วเรื่องอะไรล่ะคะ... เรื่องอะไรล่ะครับที่คุณต้องลงทุนพาฉันมาไกลถึงนี่" รินรดาหลบสายตาคู่นั้นไปมองแก้วไวน์แทน
คีรินถอนหายใจเบาๆ เขายื่นมือหนาข้ามโต๊ะมาวางทับลงบนหลังมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้รินรดาชะงักงัน เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้งโดยอัตโนมัติ
"ผมแค่อยากพาคุณมา... แค่นั้น" คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่จริงจังอย่างหาได้ยาก "และอีกอย่าง... ผมไม่ชอบให้ใครหน้าไหนมาทำหน้าตาหงุดหอยใส่คุณแบบที่ไอ้ธีร์มันทำเมื่อตอนบ่าย"
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอจำได้ว่าตอนบ่ายธีร์คู่แข่งทางธุรกิจของเขาเข้ามาทักทายเธอที่หน้าแผนก และพยายามพูดจายั่วยวนเพื่อกวนประสาทคีริน แต่นั่นมันเรื่องงานไม่ใช่หรือ? ทำไมเขาถึงเก็บมาใส่ใจขนาดนี้?
"คุณ... หึงเหรอ?" รินรดาหลุดปากถามออกไปตามสัญชาตญาณ โดยไม่ได้คิดกรองคำพูดก่อน
คีรินไม่ตอบทันที มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับเต็มไปด้วยความท้าทายและเสน่ห์เหลือร้ายที่ทำเอาคนมองใจสั่นสะท้าน
"ถ้าใช่... แล้วมันทำไมล่ะ?" เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอยละล่องมาปะทะความรู้สึกของเธอ
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัวหรือหาคำพูดใดมาโต้แย้ง เสียงโทรศัพท์มือถือของคีรินก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่กำลังพุ่งพล่านไปด้วยกระแสไฟฟ้าอารมณ์
คีรินขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นความเคร่งขรึมทันที
รินรดาลอบมองเสี้ยวหน้าของเขา และเพียงแค่ได้เห็นชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูนั้น... ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึกทันที!
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรด้วยดีเสมอมาครับ
ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 22
การขอโทษแบบท่านประธาน
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!