"ถอยไปครับ คุณธีร์"
น้ำเสียงของคีรินไม่ได้ดัง แต่ทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยแรงกดดันระดับที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงหลายองศา ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มยังคงยืนบังรินรดาไว้มิดชิด นัยน์ตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองผู้มาใหม่อย่างไม่ปิดบังความรังเกียจ ขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงยึดข้อมือเรียวเล็กของหญิงสาวไว้หลวมๆ ไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายถอยห่าง
ธีร์ยกยมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษนั้นไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองท่าทีปกป้องราวกับไข่ในหินของคีรินแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ
"ใจร้อนเสียจริงครับ คุณคีริน... ผมแค่มารับรินรดาไปทานมื้อค่ำตามประสาเพื่อนร่วมงานเก่า ไม่นึกว่าประธานบริษัทผู้ทรงเกียรติจะลงมาเล่นบทผู้พิทักษ์ความยุติธรรมด้วยตัวเองแบบนี้"
"เพื่อนร่วมงาน?" คีรินทวนคำ น้ำเสียงเย้ยหยันชัดเจน "คนที่จ้องจะแทงข้างหลังบริษัทอื่นเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ผมไม่คิดว่าจะมีคุณสมบัติพอจะมาใช้คำว่าเพื่อนกับใครได้หรอกครับ... และที่สำคัญ รินรดา มีธุระต้องคุยกับผม"
รินรดาที่ถูกบังอยู่ด้านหลัง เม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ เธอพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมของคนตัวโต แต่ทว่าคีรินกลับกระชับมือแน่นขึ้นไปอีก จนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ
"ปล่อยฉันนะ คุณคีริน ฉันไม่ได้บอกสักคำว่ามีธุระอะไรกับคุณ" รินรดาโผล่หน้าออกมาจากไหล่กว้าง เอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันเสียที เราเคลียร์กันจบไปตั้งแต่ในห้องทำงานแล้วไม่ใช่หรือไงคะ!"
คีรินชะงักไปนิด นัยน์ตาคมตวัดกลับมามองคนตัวเล็กที่กล้าต่อปากต่อคำเขาต่อหน้าคู่แข่งทางธุรกิจ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น ความหึงหวงที่ตีรวนอยู่ในอกผสมปนเปกับความรู้สึกผิดที่ยังค้างคา ทำให้เขาเผลอหลุดมาตรการแข็งกร้าวออกมากลบเกลื่อนความเก้อเขิน
"หุบปากน่า รินรดา... เรื่องของเรายังเคลียร์ไม่จบ" คีรินหันไปตวาดใส่เธอด้วยน้ำเสียงห้วนจัด ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับธีร์ด้วยแววตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ "ส่วนคุณ... ถ้ายังไม่อยากให้ผมสั่ง รื้อสัญญาโปรเจกต์ร่วมทุนระหว่างบริษัทคุณกับผมจนไม่เหลือซาก ก็ไสหัวไปซะ"
ธีร์หรี่ตามองคีรินอย่างประเมินสถานการณ์ แม้รอยยิ้มจะยังประดับบนใบหน้า แต่เขาก็รู้ดีว่าประธานหนุ่มตระกูลคีรินไม่ใช่คนที่จะมาพูดขู่เล่นๆ เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มตึงเครียดเกินกว่าจะได้ประโยชน์ ธีร์จึงยอมถอยหนึ่งก้าวอย่างเสียไม่ได้
"ก็ได้ครับ... ดูท่าทางคุณคีรินจะงานยุ่งจริงๆ เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกันนะครับ รินรดา" ธีร์ปรายตามามองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มสุภาพบุรุษจอมปลอม ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่รีบร้อน
เมื่อร่างของคู่แข่งลับสายตาไป แรงกดดันในอากาศก็ไม่ได้จางหายลงเลยสักนิด คีรินหันขวับกลับมามองรินรดาที่กำลังยืนกอดอกเชิดหน้าใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว
"ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ!" รินรดา สะบัดข้อมือแรงๆ อีกครั้ง คราวนี้คีรินยอมปล่อยแต่โดยดี ร่างบางก้าวถอยหลังออกห่างเพื่อสร้างระยะปลอดภัย นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "คุณมีสิทธิ์อะไรมาไล่แขกของฉัน แบบเมื่อกี้นี้มันเสียมารยาทมากนะรู้ตัวไหม!"
คีรินขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นด้วยความอารมณ์เสีย เขาสesหน้ามองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทางที่ดูอย่างไรก็ชวนให้หมั่นไส้
"ผมจะทำไม? ผู้ชายคนนั้นมันจ้องจะงาบคุณอยู่รอมร่อ ยังจะมีหน้ามาปกป้องมันอีกเหรอ?" คีรินสวนกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ความหึงจนหน้ามืดทำให้เขาลืมมาดประธานผู้สุขุมนุ่มลึกไปเสียสนิท "ตาถอนหรือไง ถึงดูไม่ออกว่ามันหวังผลอะไร!"
"แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะคะ!" รินรดาตอกกลับเสียงสั่นด้วยความโมโห น้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อยด้วยความอึดอัดคับข้องใจ "เราเป็นแค่... เป็นแค่คนที่ทำข้อตกลงบ้าๆ กันเท่านั้นแหละค่ะ คุณไม่มีสิทธิ์มาควบคุมชีวิตส่วนตัวของฉัน!"
คำว่า 'ข้อตกลง' พุ่งเข้าชนประสาทของคีรินดังเปราะ ประธานหนุ่มชะงักกึก สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันที ความรู้สึกเจแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อได้ยินเธอย้ำเตือนสถานะที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองกับมือ
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ คีรินมองรินรดาที่กำลังหันหน้าหนีเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า ความแข็งกระด้างในแววตาของเขาค่อยๆ แตกสลายลง เหลือเพียงความสับสนและสำนึกผิดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
ผู้ชายปากร้ายอย่างคีริน... ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยต้องมานั่งอธิบายความรู้สึกให้ใครฟัง และไม่เคยต้องมาแคร์ว่าใครจะเกลียดเขา แต่กับผู้หญิงตรงหน้านี้... ทุกคำพูดของเธอกลับกลายเป็นมีดที่กรีดลงบนใจเขาอย่างแม่นยำ
คีรินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้รินรดาช้าๆ ทีละก้าว จนกระทั่งร่างสูงยืนประชิดติดตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูก รินรดาผถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังตึกเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนี
"ทำอะไรของคุณ... ถอยไปนะ" รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พยายามผลักอกกว้างของเขาออกไป แต่คีรินกลับทำราวกับว่าแรงแค่นั้นเป็นแค่สะเก็ดไฟ เขายกมือขึ้นทาบกับผนังตึกทั้งสองข้าง กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างจำยอม
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน นัยน์ตาคมกริบที่เคยดุดัน บัดนี้กลับฉายแววอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความนุ่มลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่งถูกเปิดเผยออกมาในระยะประชิด
"ผมขอโทษ..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาแผ่วเบา จนรินรดาต้องชะงัก นัยน์ตาคู่สวยหันกลับมามองเขาด้วยความไม่เชื่อหู ประธานคีรินผู้หยิ่งทะนงกำลังเอ่ยคำขอโทษเนี่ยนะ?
"คุณ... พูดว่าอะไรนะ?" รินรดาถามเสียงตะกุกตะกัก หัวใจเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแววตาที่จริงจังจนน่ากลัวของคนตรงหน้า
"ผมบอกว่า... ผมขอโทษ" คีรินพูดซ้ำอีกครั้ง น้ำเสียงหนักแน่นและจริงใจอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ปลายนิ้วเรียวใหญ่เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้รินรดายิ่งทำตัวไม่ถูก "ที่ผมพูดจาไม่เข้าหู ที่ผมทำตัวแย่ๆ ใส่คุณ... แล้วก็... ที่ทำให้คุณต้องร้องไห้"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เธอยกมือขึ้นดันแผงอกเขาไว้อีกครั้ง แม้แรงจะลดลงไปครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม
"ปล่อยฉันเถอะค่ะ... คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ฉันตามเกมของคุณไม่ทันหรอกนะ"
คีรินถอนหายใจยาว แววตาคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานานเริ่มเอ่อล้นออกมาจนปิดไม่มิด เขาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มสาก
"ไม่ได้ตามเกม... แต่ผมกำลังตามจีบคุณต่างหาก รินรดา" คีรินหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังแทบหยุดหายใจ "เลิกทำเป็นไม่รู้ไม่ช้าเสียที... เพราะผมไม่อนุญาตให้คุณไปมองไอ้หน้าไหนอีกทั้งนั้น"
รินรดานิ่งค้างไป สมองประมวลผลคำว่า 'ตามจีบ' วนซ้ำไปซ้ำมา หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันอ้าปากเถียงหรือเอ่ยปฏิเสธคำพูดเผด็จการนั้น
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีรินดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ประธานหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความขัดเคืองอย่างเห็นได้ชัด เขายังคงไม่ละสายตาไปจากริมฝีปากอิ่มของรินรดา มือข้างหนึ่งคว I มือถือขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาคมกริบก้มลงมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ นัยน์ตาคู่คมก็หรี่แคบลง ร่างกายที่เคยผ่อนคลายกลับมาเกร็งเครียดและแผ่รังสีอำมหิตออกมาอีกครั้งในเสี้ยววินาที
รินรดาเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเขา จึงเหลือบสายตาตามมองหน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นด้วยความสงสัย
และเพียงแค่ได้เห็นชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอ... ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึกทันที
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "จอมยุทธ์เสื้อแพร" มาโดยตลอดนะครับ
ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 21
คุณบอสสำนึกผิด
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!