เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนความกรุ่นโกรธที่อัดแน่นจนถึงขีดสุด แรงปะทะทำให้กระดาษด้านในปลิวว่อนราวกับใบไม้ร่วง แต่ไม่มีใครในห้องทำงานกว้างขวางของประธานบริหารกล้าแม้แต่จะกะพริบตา
"คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร... ถึงเที่ยวเอาเงินฟาดหัวแล้วตีค่าคนอื่นต่ำต้อยขนาดนี้?"
เสียงของรินรดาสั่นระริก ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งพล่านจนปลายนิ้วชาหนึบ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววอดทนมาตลอด ตอนนี้กลับลุกโชนด้วยไฟพยาบาท เธอยืนจ้องหน้าคีริน ประธานหนุ่มจอมเผด็จการผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรสลัก แต่กลับมีวาจาร้ายกาจราวกับปีศาจร้ายที่เพิ่งพ่นคำดูถูกเหยียดหยามใส่เธอก่อนหน้านี้ไม่ถึงนาที
คีรินชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองร่างบางที่กำลังอกกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ เขาสืบทอดอำนาจและยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารทางธุรกิจมาทั้งชีวิต ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าขึ้นเสียงใส่เขาเช่นนี้ ยิ่งเป็นรินรดา เลขาฯ สาวที่เขาจงใจดึงตัวมาใกล้ชิดเพื่อทดสอบความอดทน เธอยิ่งไม่ควรมีสิทธิ์แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาเถียง
แต่เธอกำลังทำ มากกว่านั้น... แววตาของเธอกำลังท้าทายเขาอย่างถึงที่สุด
"ผมพูดผิดตรงไหน?" คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ความปรานี ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหยียดหยามที่จงใจกรีดแทงหัวใจคนฟัง "หรือว่าข้อเสนอห้าร้อยล้านพร้อมคอนโดหรูใจกลางเมืองมันยังน้อยไป สำหรับตำแหน่ง... 'เลขาฯ บนเตียง' ที่คุณทำหน้าที่ได้คุ้มค่าตัวทุกค่ำคืน"
เพลียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาดังสนั่นก้องห้องทำงานเงียบงัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะราวกับเวลาหยุดเดิน คีรินหันหน้าไปตามแรงตบ ใบหน้าด้านชาขึ้นรอยแดงจางๆ แต่เขากลับไม่โกรธทันทีอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาคมกริบหันกลับมามองเธอนิ่งสนิท ทว่าความดุดันในแววตานั้นกลับน่ากลัวยิ่งกว่าพายุที่กำลังก่อตัว
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ น้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้า แต่เธอ
กัดฟันกรอด ไม่ยอมปล่อยให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ
"คุณมันทุเรศที่สุด!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธ "คุณคิดว่าผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้จะยอมก้มหัวให้เงินสกปรกของคุณหรือไง? ฉันทำงานแลกเงินด้วยหยาดเหงื่อและความสามารถ ไม่เคยเอาศักดิ์ศรีไปแลกกับเศษเงินของคนปากเสียอย่างคุณ!"
"ศักดิ์ศรี?" คีรินทวนคำ เสียงหัวเราะเยาะหยันหลุดออกจากริมฝีปากหยักหนาที่เหยียดขึ้นเล็กน้อย เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้าประชิดร่างบางที่ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับกระจกใสเบื้องหลัง ร่างสูงใหญ่ก้มลงมองเธอด้วยสายตาดุดันราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "ถ้าคุณมีศักดิ์ศรีมากพอ ทำไมถึงยอมอยู่ดึกกับผมสองต่อสองในห้องนี้? ทำไมหัวใจของคุณถึงเต้นแรงทุกครั้งที่ผมเข้าใกล้? รินรดา... อย่าหลอกตัวเองเลยว่าคุณไม่ได้ต้องการผม"
"ถอยไปนะ!" เธอใช้สองมือดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่กล้ามเนื้อแน่นขนัดใต้เสื้อเชิ้ตสั่งตัดราคาแพงนั้นมั่นคงราวกับกำแพงหิน ไอร้อนจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนเธอแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส ทำให้หัวใจที่ควรจะแข็งกระด้างกลับทรยศเต้นระรัวอย่างไม่รักดี
คีรินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้
"ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นแค่เลขาฯ ทำไมเวลาที่ธีร์มันมองคุณ ผมถึงอยากจะควักลูกตาบัดซบของมันนักล่ะ?"
คำพูดนั้นทำให้รินรดาชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ความหึงหวงที่แฝงมากับความเกรี้ยวกราดในน้ำเสียงของเขาไม่ใช่เรื่องโกหก คีรินกำลังหึง... หึงเธอให้กลับศัตรูตัวฉกาจอย่างธีร์
แต่ทิฐิและบาดแผลในใจทำให้เธอไม่อาจยอมจำนนต่อบรรยากาศที่เริ่มหลอมละลายนี้ได้ง่ายๆ
"นั่นมันเรื่องของคุณ! ฉันไม่ใช่สมบัติของใคร และไม่มีวันยอมเป็นของเล่นให้คุณเหยียบย่ำเล่นสนุกเวลาว่างจากการบริหารบริษัทหรอก!"
"งั้นเหรอ..." คีรินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักขยับเข้าใกล้ริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นประกายปรารถนาที่ลุกโชนอย่างปิดไม่มิด "งั้นเรามาพิสูจน์กันไหม ว่าคุณเก่งแต่ปาก... หรืออย่างอื่นด้วย"
เขายื่นมือหนาขึ้นโอบเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก รั้งร่างบางเข้าหาตัวจนแนบชิด รินรดาตระหนักถึงอันตรายในแววตานั้น เธอยกมือขึ้นเตรียมจะประทับรอยฝ่ามือลงบนใบหน้าเขาอีกครั้ง แต่คีรินไวว่า รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย
ริมฝีปากหยักก้มลงทาบทับลงมาทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันตั้งตัว
สัมผัสร้อนแรง ดุดัน และเอาแต่ใจ ปลุกเร้าความรู้สึกหลากหลายในตัวรินรดา ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด ทั้งตื่นกลัว และ... ลึกๆ แล้วปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโหยหา เธอพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มปากแน่น แต่คีรินกลับใช้นิ้วเรียวบีบกรามมนให้เผยอออก ก่อนจะส่งเรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนทำให้สมองของเธอขาวโพลน สติสตั้นที่สะสมมาพังทลายลงในพริบตา ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ทั้งคู่จมดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์อันบ้าคลั่ง ก่อนที่คีรินจะยอมผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปล่อยให้หอบหายใจด้วยกันทั้งคู่ หน้าอกของรินรดากระเพื่อมไหว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและแรงอารมณ์
คีรินก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาอ่อนลงชั่วขณะ มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าของเธออย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับเจือความอ่อนหวานอย่างประหลาด
"จำไว้... รินรดา คุณไม่ใช่แค่เลขาฯ..."
เขายังไม่ทันได้เอ่ยคำว่า 'เมีย' หรือคำสถานะใดๆ ออกมาให้จบประโยค เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาโดยไม่รออนุญาต
"คีริน! แกกล้าดีนักนะที่แย่งดีลนั้นไปจากฉัน!"
ร่างสูงโปรดของ 'ธีร์' ก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ พร้อมกับสายตาคมกราบที่กราดมองมายังคนทั้งคู่ที่ยังคงยืนแนบชิดกันอยู่ในมุมห้อง
คีรินชะงัก นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวประธานหนุ่มทันที มือที่โอบเอวรินรดาอยู่กระชับแน่นขึ้น พร้อมกับดึงร่างบางมาหลบไว้ด้านหลังราวกับปกป้องกวางน้อยจากเสือร้าย
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักของท่านประธานหนุ่มของเราด้วยนะครับ
ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 20
เลขาฯ หรือเมียเก็บ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!