ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 15

ดีลนี้เริ่มไม่ธรรมดา

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ถอยไปนะ คุณธีร์" เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความสลัวของลานจอดรถใต้ดิน แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัว เจืออยู่แต่ความระแวงและรังเกียจ ขณะที่ร่างสูงของธีร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างของเธอยันติดกับประตูรถยนต์ฝั่งโดยสาร โดยมีเงาของเสาปูนบังสายตาจากผู้คนภายนอก ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ปลายนิ้วของธีร์จะแตะลงบนเส้นผมของหญิงสาว ประตูรถฝั่งคนขับก็เปิดผางออกเสียงดังสนั่น! ปัง! แรงกระแทกนั้นสะเทือนไปทั่วบริเวณ คีรินก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางที่ดุดันราวกับพญาเสือที่กำลังก้าวออกจากถ้ำ แววตาคมกริบของประธานหนุ่มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด "มือแก... วางไว้ตรงไหน" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาเป็นจังหวะ มันไม่ใช่คำถาม แต่มันคือประกาศิตแห่งความตายทางธุรกิจและสังคม ธีร์ชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปหาหญิงสาว เขาหันกลับมามองหน้าคู่ปรับตัวฉกาจด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก แม้ในใจจะเริ่มตระหนักถึงความน่ากลัวของสถานการณ์ "อ้าว นึกว่าใคร... ท่านประธานคีรินนี่เอง" ธีร์หัวเราะในลำคออย่างท้าทาย พลางลดมือลงช้าๆ "ผมแค่แสดงความห่วงใยเพื่อนร่วมงานของคุณเท่านั้นเองครับ ดูท่าทางคุณรินรดาจะเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักนะ" รินรดาไม่รอช้า เธออาศัยจังหวะที่ความสนใจของธีร์พุ่งไปที่คีริน เบี่ยงตัวหลบออกมาแล้วก้าวฉับๆ ไปยืนอยู่ด้านหลังของร่างสูงทันที ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้เธอจะรู้ดีว่าผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ จะปากร้ายและเผด็จการแค่ไหนก็ตาม คีรินปรายตามองหญิงสาวที่ขยับมาหลบหลังเขา แววตาดุๆ อ่อนลงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะตวัดกลับไปมองหน้าธีร์ด้วยความเยือกเย็นที่น่ากลัวกว่าเดิม "เรื่องของเลขาผม ผมจัดการเองได้... ส่วนเรื่องโปรเจกต์ที่บริษัทคุณกำลังแย่งชิงอยู่ เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากตลาดหลักทรัพย์ได้เลย ถ้าสัปดาห์หน้าคุณยังกล้ามาล้ำเส้นคนของผมอีก" คีรินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนธีร์ถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มบนใบหน้าของคู่แข่งหนุ่มเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด "คุณคีริน... คุณกำลังใช้อำนาจส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงานนะ" ธีร์กัดฟันกรอด พยายามรักษาฟอร์ม "อำนาจของผม จะใช้กับใครหรือเรื่องไหน มันก็เรื่องของผม ไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจไม่ให้คุณเดินออกจากที่นี่ด้วยขาตัวเอง" บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นจุล ธีร์ขบกรามแน่นด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อปะทะสายตากับแววตาที่ไร้ซึ่งความปรานีของคีรินแล้ว เขาก็รู้ดีว่าการต่อกรในตอนนี้มีแต่จะพังพินาศ ธีร์จึงจำใจต้องถอยร่นออกไปพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว "ฝากไว้ก่อนเถอะ..." เขาทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะเดินหายลับไปในความมืดของลานจอดรถ เมื่อเสียงฝีเท้าของธีร์เงียบหายไป คีรินก็หันขวับกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาอยู่ด้านหลังทันที "ขึ้นรถ" คำสั่งสั้นๆ ห้วนๆ แต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ แม้ในใจจะขอบคุณเขา แต่ท่าทีเผด็จการแบบนี้มันน่าตีให้ตายนัก "ฉันกลับเองได้ค่ะ รถไฟฟ้ายัง..." "ฉันบอกให้-ขึ้น-รถ" คีรินเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงไม่อนุญาตให้มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น รินรดาลอบถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะยอมเปิดประตูแล้วหย่อนตัวลงนั่งเบาะข้างคนขับอย่างจำยอม ทันทีที่ประตูดดTปิดลง คีรินก็ก้าวขึ้นมานั่งประจำที่ บรรยากาศภายในห้องโดยสารของรถหรูคันโตกลับอึมครึมยิ่งกว่าเดิม เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำแต่เหงื่อกาฬของรินรดากลับซึม รถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถอย่างนิ่มนวล ทว่าความเงียบงันภายในรถกลับสร้างแรงกดดันมหาศาล คีรินขับรถโดยไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริมจดจ้องมองถนนเบื้องหน้า แต่วิญญาณและความคิดดูเหมือนจะวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เมื่อครู่ รินรดาแอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา ความเงียบนี้ทำให้เธอกลัวมากกว่าการที่เขาตวาดเสียอีก เธอขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับท่านั่งให้สบายขึ้น พร้อมกับเอ่ยทำลายความเงียบ "เอ่อ... ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องเมื่อกี้" คีรินยังคงนิ่งเงียบ ไม่แม้แต่จะหันมามอง รถเคลื่อนผ่านไฟถนนดวงแล้วดวงเล่า แสงไฟวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าคมเข้มของเขาเป็นระยะ "ฉันไม่ได้ช่วยเพราะพิศวาสเธอหรอกนะ" ในที่สุด คีรินก็ยอมปริปาก น้ำเสียงของเขาติดจะหงุดหงิดเสียด้วยซ้ำ "ในฐานะที่เธอเป็นเลขาของฉัน ชื่อเสียงของเธอก็คือหน้าตาของบริษัท การที่ปล่อยให้ผู้ชายเร่ร่อนหน้าไม่อายคนนั้นมาฉวยโอกาสในเขตรับผิดชอบของฉัน มันทำให้ฉันหงุดหงิด" รินรดาเบะปากใส่ทันที แม้เขาจะมองไม่เห็น "ค่ะ! ทราบแล้วค่ะท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่ ขอบคุณในความกรุณาของเจ้านายก็แล้วกันนะคะ!" เธอกระแทกเสียงประชดประชันใส่ คีรินตวัดสายตาคมกริบมามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจนรินรดาต้องเผลออุทานออกมาแล้วคว้าที่จับเหนือศีรษะไว้แน่น "ปากดีนักนะรินรดา" คีรินเค้นเสียงลอดไรฟัน "อยู่ใกล้ฉัน ทำไมเธอถึงชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย ห๊ะ? ถ้าฉันไปช้ากว่านั้นอีกก้าวเดียว เธอคิดเหว่าไอ้เวรนั่นมันจะทำอะไรเธอ?" น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันเจือไปด้วยความกังวลและความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามจะกลบเกลื่อน รินรดาชะงักไปเมื่อได้ยินแบบนั้น หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอหันไปมองหน้าเขาตรงๆ "แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะคะ? ฉันจะรอดหรือจะร่วง มันก็ชีวิตของฉัน..." เอี๊ยดดดด! คีรินหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าจอดเทียบฟุตปาธในมุมมืดสงบแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างกะทันหัน แรงเหวี่ยงทำให้รินรดาเซถลำไปข้างหน้าเกือบชนคอนโซลหน้ารถ แต่ร่างสูงของคีรินไวกว่า เขากดมือลงบนเบาะฝั่งเธอเพื่อกันไว้ไม่ให้กระแทก ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบหลอมละลาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกของรินรดาจนลมหายใจติดขัด หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล คีรินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มเนียน ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ ราวกับจะค้นหาคำตอบของทุกความดื้อรั้น "ชีวิตของเธอ... ตั้งแต่วันที่เซ็นสัญญาบ้าๆ นั่นกับฉัน มันไม่ใช่ของเธอคนเดียวอีกต่อไปแล้ว รินรดา" เสียงกระซิบต่ำพร่าริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากริมฝีปากเธอเพียงคืบเดียว รินรดาแทบจะลืมวิธีหายใจ สมองของเธอขาวโพลนไปหมด แรงปะทะจากสายตาคู่นั้นทำให้เธอยอมจำนนโดยปริยาย "คุณ... พูดบ้าอะไร..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่คีรินกลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่าง "ฉันไม่ได้บ้า..." คีรินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และคลั่งรักในเวลาเดียวกัน "และฉันก็เกลียดการที่คนอื่นมาแตะต้องของๆ ฉัน... โดยเฉพาะไอ้ผู้ชายหน้าไหนก็ตามที่บังaชาญกล้ามาเข้าใกล้เธอ" พูดจบ คีรินก็เลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน รินรดาหลับตาปี๋ด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจของเธอเอง ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวผ่านสัมผัสที่รอคอย ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะกระจกรถจากด้านนอกดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูและแรงดึงดูดมหาศาลนั้นลงในพริบตา คีรินชะงักกึก สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดสุดขีดในทันทีที่ถูกขัดจังหวะ รินรดาลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ รีบดันตัวเขาออกแล้วหันไปมองนอกหน้าต่างรถ ภายใต้แสงไฟสลัวริมถนน ร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านนอกกำลังโบกมือทักทายเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มกว้างที่ทำให้คีรินถึงกับขบกรามแน่นด้วยความเดือดดาล... เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือคนที่ไม่ควรจะมาอยู่ในสถานที่และเวลานี้มากที่สุด! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "จอมยุทธ์เสื้อแพร" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%