“คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่... รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าด้วยแรงโทสะดังขึ้นชิดใบหู รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อไอความร้อนจากร่างกายกำยำประชิดเข้าจากด้านหลัง ลมหายใจอุ่นจัดรดรินอยู่ตรงซอกคอ ทำให้ความมั่นใจที่เธอเพิ่งสั่งสมมาตลอดทั้งเย็นมลายหายไปสิ้น
ท่ามกลางงานเลี้ยงการกุศลสุดหรูที่เนืองแน่นไปด้วยนักธุรกิจระดับแถวหน้า เสียงดนตรีคลาสสิกที่เคยฟังสบายหูในตอนแรก กลับกลายเป็นจังหวะเร้าที่บีบหัวใจเธอให้เต้นรัวแรง เมื่อมือหนาของ ‘คีริน’ ตวัดโอบกระชับเข้าที่เอวคอดกิ่วของเธออย่างถือสิทธิ์ ไม่สนสายตานับร้อยคู่ที่เริ่มหันมาจับจ้อง
“ปล่อยค่ะ คุณคีริน นี่มันในงานนะ!” รินรดากระซิบตอบ พยายามแกะมือปลาหมึกนั่นออก แต่ยิ่งดิ้น แขนแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก
“หึ งานหรือ?” คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบดั่งเหยี่ยวจ้องมองไปที่ ‘ธีร์’ ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวด้วยสายตาอาฆาต “ฉันเห็นเธอยืนหัวเราะต่อกระซิกกับมันดูมีความสุขดีนี่ เห็นฉันเป็นธาตุอากาศหรือไงถึงได้กล้าโปรยเสน่ห์ใส่ศัตรูของฉันแบบนั้น!”
รินรดาขมวดคิ้วแน่น เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ของคนตรงหน้า “คุณมันเผด็จการเกินไปแล้ว! ฉันมาในฐานะแขก ไม่ใช่เบี้ยล่างที่คุณจะมาสั่งให้หุบปากหรือให้เมินใครก็ได้ อีกอย่าง... คุณธีร์เขาแค่เข้ามาทักทายในฐานะหุ้นส่วนใหม่ ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอย่างที่คุณคิดหรอกค่ะ”
“หุ้นส่วน?” คีรินเลิกคิ้วสูง ก่อนจะก้าวประชิดตัวจนรินรดาต้องถอยหลังไปจนติดขอบระเบียงหินอ่อน “คนอย่างมันไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง และจุดประสงค์ของมัน... ก็คือการขโมยของรักของฉัน”
ประโยคท้ายเขากดเสียงต่ำจนคนฟังหน้าร้อนผ่าว คีรินไม่ได้ละมือจากเอวเธอ แต่กลับออกแรงดึงร่างบางให้เข้ามาแนบชิดจนไร้ช่องว่าง ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันท่ามกลางความอื้ออึงของงานเลี้ยง
“คุณคีริน... ปล่อยนะ” รินรดาพยายามใช้มือดันแผงอกแกร่งเอาไว้ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ ยามที่นัยน์ตาสีเข้มดุจท้องฟ้าก่อนพายุเข้าจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ
“ถ้าฉันปล่อย แล้วเธอก็จะกลับไปหามันงั้นสินะ?” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง “รินรดา เธอเป็นผู้หญิงของฉัน... อย่างน้อยก็ในคืนนี้ และต่อจากนี้ไปเรื่อยๆ อย่าได้ริอาจไปมองหน้าใครคนอื่นอีก ไม่อย่างนั้นฉันรับรองว่างานเลี้ยงดีๆ แบบนี้ อาจจะจบลงด้วยหายนะที่เธอคาดไม่ถึง”
รินรดานิ่งงัน คำประกาศก้องความเป็นเจ้าของแบบไร้ความเกรงใจคนอื่นทำให้เธอพูดไม่ออก ในขณะที่สายตาของเธอเหลือบไปเห็นธีร์ที่กำลังเดินตรงเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
“ดูเหมือนคุณคีรินจะหวงของกะทันหันนะครับ” ธีร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าแฝงนัยเหน็บแนม “งานเลี้ยงแบบนี้ควรจะเป็นที่ที่รื่นรมย์ ไม่ใช่สนามรบระหว่างเรานะครับคุณคีริน”
คีรินแค่นยิ้มที่มุมปากโดยไม่หันไปมอง “สนามรบมันเกิดขึ้นได้ทุกที่ ถ้าหากมีพวกเหลือบไรพยายามจะเข้ามาใกล้ของที่ฉันหวงแหนมากที่สุด... คุณธีร์ คุณควรจะรู้ตัวนะว่าอะไรที่ควรแตะ อะไรที่ไม่ควร”
บรรยากาศรอบข้างเงียบสนิทลงในทันที ผู้คนที่เคยจับกลุ่มคุยกันเริ่มหยุดฟัง เสียงแก้วไวน์กระทบกันแผ่วเบา แต่สำหรับรินรดา มันเหมือนเสียงระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานทุกเมื่อ
“ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องขอยืมตัวคุณรินรดาไปจิบแชมเปญด้วยกันสักครู่ ในฐานะที่ผมเพิ่งชนะประมูลโครงการใหม่มา ผมว่าคุณรินรดาอาจจะสนใจฟังรายละเอียดนะ” ธีร์ท้าทายด้วยการยื่นมือไปหารินรดา
คีรินกรามขบกันแน่น มือที่กอดเอวรินรดาออกแรงบีบจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่แทนที่จะยอมปล่อยตามแรงดึงของธีร์ เขากลับโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกโด่งสันสัมผัสกับพวงแก้มเนียนของหญิงสาว ท่ามกลางเสียงฮือฮาของแขกในงาน
“เธอไปไม่ได้” คีรินกระซิบเสียงเหี้ยมที่ได้ยินกันแค่สองคน “ถ้าเธอก้าวเท้าไปกับมันแม้แต่ก้าวเดียว คืนนี้ฉันจะทำให้เธอรู้ว่า... การเผชิญหน้ากับความโกรธของฉัน มันเลวร้ายกว่าการไม่ได้ร่วมงานกับมันแค่ไหน”
รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอรู้ว่านี่ไม่ใช่การขู่ แต่เป็นคำสั่งที่เขาพร้อมจะทำจริง... ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของคีรินก็ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน
คีรินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความนิ่งงันที่น่ากลัวกว่าเดิม เขามองหน้าจอ ก่อนจะปรายตามองธีร์ด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับมีดโกน
“ดูเหมือนเกมนี้จะสนุกขึ้นกว่าที่คิดนะ ธีร์” คีรินพูดทิ้งท้ายก่อนจะดึงรินรดาให้เดินตามเขาไปอย่างรวดเร็วโดยไม่สนคำทักท้วงของใครทั้งสิ้น
“คุณจะพาฉันไปไหน!” รินรดาถามด้วยความตกใจ ขณะถูกลากออกไปจากโถงงานสู่ความมืดมิดในระเบียงส่วนตัวด้านนอก
คีรินหยุดกะทันหันแล้วหันกลับมาประจันหน้า มือข้างหนึ่งของเขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นก่อนจะตรึงเธอไว้กับผนังกำแพงหิน “ไปที่ที่ไม่มีใครหน้าไหนมาเสนอหน้ากวนใจเราได้อีก... เพราะหลังจากนี้ เธอต้องฟังฉันคนเดียวเท่านั้น รินรดา!”
เขาก้มลงมาจนรินรดาเกือบหยุดหายใจ ก่อนที่เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยจะดังขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคนที่ทำให้คีรินต้องชะงักไปครู่ใหญ่...
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของจอมยุทธ์เสื้อแพรในบทนี้ด้วยใจจริงนะครับ
ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 14
ไฟหึงโหมกระหน่ำ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!