"ถ้าคุณคิดว่าการเอาตัวเข้ามาแลกกับดีลนี้มันจะทำให้ผมรู้สึกรู้สาอะไรล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยว่าคุณกำลังคิดผิดถนัด รินรดา"
น้ำเสียงของคีรินกระด้างและเย็นชา ราวกับเศษน้ำแข็งที่ถูกสลัดลงบนแผ่นหลังของเธอยามเที่ยงคืน ทว่าสิ่งที่สวนทางกับคำพูดเชือดเฉือนเหล่านั้น คือปลายนิ้วแกร่งที่บีบต้นแขนของเธอแน่นจนขึ้นรอยแดง ร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มจอมเผด็จการกดดันเข้ามาจนแผ่นหลังบางของหญิงสาวแนบติดกับบานประตูห้องทำงาน ปิดตายทุกเส้นทางหนี
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความโกรธที่ผสมปนเปกับความน้อยใจ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ก่อนจะเค้นหัวเราะออกมาเบาๆ
"ค่ะ... ฉันมันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่งที่ท่านประธานจะเหยียบย่ำยังไงก็ได้นี่คะ" เธอจงใจประชดประชันด้วยคำพูดที่รู้ว่าเขาเกลียดนักหนา "ในเมื่อดีลนี้มันสำคัญกับคุณนัก ทำไมไม่ปล่อยฉันไปตามทางของฉันล่ะคะ จะมารั้งตัวฉันไว้ในห้องนี้ทำไม หรือว่ากลัว... กลัวว่าถ้าไม่มีฉันคอยรองรับอารมณ์บ้าๆ ของคุณแล้ว คุณจะเหงาตายกันแน่"
"รินรดา!"
คีรินคำรามต่ำในลำคอ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่ถูกจุดติดอย่างรวดเร็ว เขาเกลียดนัก... เกลียดท่าทีอวดดีที่ไม่เคยเกรงกลัวอำนาจของเขาเลยสักนิด เกลียดรอยยิ้มหยันที่มักจะปรากฏบนเรียวปากคู่นั้น และที่สำคัญที่สุด... เกลียดหัวใจเจ้ากรรมของตัวเองที่มันเต้นรัวโครมครามทุกครั้งเข้าใกล้ผู้หญิงคนนี้
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันและกันทำให้อากาศในห้องกว้างดูเบาบางลงอย่างประหลาด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา รุกรานประสาทสัมผัสของรินรดาจนเธอต้องผินหน้าหนีเพื่อหลบสายตาที่ร้อนแรงราศกับจะแผดเผา
"ปล่อยค่ะ" เธอพยายามออกแรงผลักอกกว้าง แต่อีกฝ่ายกลับทำตัวไม่ต่างอะไรกับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก "ฉันหมดหน้าที่คุยเรื่องงานนอกเวลานานแล้ว ถ้าไม่มีอะไรจะพูดอีก... เชิญเปิดประตูให้ฉันด้วยค่ะ"
"ฉันยังพูดไม่จบ"
"แต่ฉันไม่อยากฟัง!" รินรดากระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด ความอดทนที่สะสมมาตลอดทั้งวันพังทลายลงในพริบตา หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาคู่สวยอย่างน่าสงสาร แต่เธอก็พยายามกะพริบตาไล่ความอ่อนแอพวกนั้นกลับเข้าไป "คุณอยากให้ฉันก้มหัวกราบกรานขอร้องคุณนักใช่ไหมถึงจะพอใจ? อยากเห็นฉันสมเพชตัวเองมากๆ เลยใช่ไหม คีริน!"
ชื่อเรียกห้วนๆ ที่หลุดออกจากปากเธอนั้น ทำให้คีรินชะงักไปชั่วขณะ
ปกติแล้วหญิงสาวมักจะสงวนท่าทีและเรียกเขาด้วยตำแหน่งทางการเสมอ การที่เธอหลุดเรียกชื่อจริงของเขาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อเช่นนี้ มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว่าเธอล่วงเกิน... แต่มันกลับไปสะกิดบางอย่างในอกซ้ายของเขาอย่างรุนแรง ราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบลงบนหน้าอกจนจุกแน่นไปหมด
คีรินมองใบเนียนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบแปล-กๆ ในอก เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนออกให้ แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดหน้าหนีราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา
การกระทำนั้นทำให้คีรินชะงักค้างกลางอากาศ มือแกร่งกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
*ให้ตายสิ...* เขาอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่า ที่เขาทำทั้งหมด ที่เขาต้องโมโหจนขาดสติ ที่เขาต้องคอยตามราวีและขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้เธอไปข้องแวะกับไอ้ธีร์ คู่แข่งตัวฉกาจ... มันเป็นเพราะอะไร
มันเป็นเพราะเขาหึงจนแทบคลั่ง! เป็นเพราะเขายอมรับไม่ได้ที่ผู้หญิงคนนี้เอาแต่ใจใส่คนอื่น ยกเว้นเขา! เป็นเพราะคำว่า 'รัก' คำเดียวที่มันจุกอยู่ตรงลำคอจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่ศักดิ์ศรีของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใครกลับรั้งปากเขาไว้ ไม่ยอมให้เอ่ยคำว่าพ่ายแพ้ต่อหน้าเธอ
"ฉันไม่ได้..." คีรินเปิดปากพยายามจะพูดบางอย่าง น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมฉายแววลังเลและสับสนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "ริน... คือฉัน..."
ทว่า ก่อนที่คำสารภาพที่อัดแน่นอยู่ในใจจะหลุดลอดออกจากริมฝีปากหนา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับเสียงระฆังผ่ากลางด่านเคราะห์
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ท่านประธานครับ เอกสารด่วนจากห้องประชุมใหญ่ พร้อมให้คุณเซ็นอนุมัติแล้วครับ" เสียงของเลขาหน้าห้องดังทะลุบานประตูเข้ามา ทำลายบรรยากาศตึงเครียดและเปราะบางในห้องทำงานจนย่อยยับ
คีรินสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขี้ยวคมขบเข้าหากันจนกรามขึ้นสันนูน โอกาสที่จะได้พูดความจริงหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตา รินรดาฉวยจังหวะที่เขาสะดุ้งถอยหลังไปครึ่งก้าว บิดตัวหลุดจากการพัน ธุ์ธนาการแล้วพุ่งพรวดไปเปิดประตูห้องทันที
หญิงสาวก้าวเท้าพรวดพราดออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขาอีกเลย ทิ้งให้คีรินยืนกำหมัดแน่นอยู่กลางห้องคนเดียว
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะเดินพ้นจากบริเวณหน้าห้องทำงานของประธาน สายตาของเธอกลับต้องสะดุดเข้ากับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวสวนทางเข้ามา
ธีร์... คู่ปรับตัวฉกาจของคีริน ยืนยิ้มมุมปากให้เธอด้วยท่าทีสุภาพบุรุษสุดขั้ว ในมือถือแฟ้มเอกสารที่อ้างว่าเป็นของบริษัทคู่ค้าสำคัญ
"บังเอิญจังเลยนะครับคุณรินรดา ยังไม่กลับอีกหรอครับเนี่ย หรือว่า... ท่านประธานยังใช้งานคุณไม่หนำใจพอ" ธีร์จงใจพูดด้วยน้ำเสียงดังพอให้คนที่อยู่ด้านในได้ยินชัดเจน
ภายในห้องทำงาน คีรินที่เพิ่งก้าวตามออกมาถึงกับชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงอันตราย มองภาพไอ้ตัวปัญหาที่กำลังส่งยิ้มหวานยวนประสาทให้ผู้หญิงของเขา
"คุณธีร์มาทำอะไรที่นี่คะ?" รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ
"ผมเอาโปรเจกต์ใหม่มาเสนอครับ... และบังเอิญว่าผมมีเรื่องสำคัญที่อยากจะ 'ชวนคุณ' ไปคุยเป็นการส่วนตัวพอดี สนใจไปดินเนอร์กับผมสักมื้อไหมล่ะครับ?" ธีร์เอ่ยชวนหน้าตาเฉย โดยไม่สนใจสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของคีรินที่ยืนอยู่ด้านหลังรินรดาเลยแม้แต่น้อย
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านตอนต่อไปครับ
ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 16
คำสารภาพที่ไม่เป็นคำ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!