ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 25

ความห่างเหินที่จงใจ

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ถ้าคิดว่าการเงียบหายไปจะทำให้ผมปล่อยมือจากคุณ คุณคิดผิดถนัดแล้วล่ะครับ รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดจาง ๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องทำงานส่วนตัว คีรินยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยมือข้างหนึ่ง ดวงตาคมกราบจ้องมองหญิงสาวที่พยายามเบือนหน้าหนีไปทางกระจกใสบานใหญ่ ท่าทีหมางเมินของรินรดาในยามนี้ไม่ได้ทำให้เขาอยากถอยห่าง ตรงกันข้าม... มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของในตัวประธานหนุ่มจอมเผด็จการผู้นี้ให้พุ่งพล่านถึงขีดสุด รินรดากำมือแน่นเข้าหากันใต้โต๊ะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความดื้อรั้นในใจที่กำลังตีรวน เธอจงใจเว้นระยะห่าง จงใจหลบหน้า และจงใจทำเป็นเย็นชาใส่เขาก็เพราะรู้ดีว่า... หากเผลอใจปล่อยให้ความรู้สึกมันเลยเถิดไปมากกว่านี้ คนที่จะเจ็บที่สุดก็คือตัวเธอเอง ผู้หญิงธรรมดาที่ไม่มีต้นทุนอะไรในสังคมไฮโซ "คุณคีรินควรเอาเวลาไปจัดการปัญหาส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนดีกว่าไหมคะ... เอ้ย... ครับ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาจนต้องรีบแก้เก้อ ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "เรื่องของผมกับคุณมันจบไปตั้งแต่ตอนที่คุณเซ็นสัญญาฉบับนั้นแล้วนี่ครับ หรือว่าความจำเป็นใน ‘ดีล’ ของคุณมันเปลี่ยนไปแล้วล่ะครับ ท่านประธาน" คำพูดที่ย้อนกลับมาแบบเจ็บแสบทำเอาคีรินถึงกับมุมปากกระตุก รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาผละตัวออกจากโต๊ะแล้วก้าวเข้าไปประชิดตัวหญิงสาวด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ ตึง! มือหนายันผนังกระจกไว้ทั้งสองข้าง กักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลางอย่างจงใจ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับพวงแก้มแดงระเรื่อทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "คุณกล้ามากนะที่ย้อนผมแบบนี้" คีรินโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง "คิดว่าการทำเป็นเมินเฉยแล้วผมจะเลิกสนใจงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะครับ... คนอย่างคีรินอยากได้อะไรก็ต้องได้ และถ้าผมอยากได้หัวใจคุณคืนมา ต่อให้คุณจะขุดหลุมฝังตัวเองหนีผมไปสุดขอบโลก ผมก็ตามไปลากคุณกลับมาได้อยู่ดี" "คุณมัน... คนเผด็จการ!" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อปลายนิ้วเรียวของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มแผ่วเบา สัมผัสที่แฝงความอ่อนโยนแต่นัยน์ตากลับดุดันคู่นั้น ทำให้เธอแทบละลายคาที่ ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะมารผจญอย่างไม่รู้กาลเทศะ ก๊อก ๆ ๆ! "เข้ามา!" คีรินคำรามลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดอย่างที่สุด ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นมาทันทีเมื่อถูกขัดจังหวะเวลาความเป็นส่วนตัว ประถูกผลักเปิดออกอย่างรวดเร็วก่อนที่เจ้าของห้องจะอนุญาตด้วยซ้ำ ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับก้าวเข้ามาด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยดัดลอนถูกสะบัดเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย่อหยิ่งที่ฉาบอยู่บนใบหน้าสะสวย รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้มาใหม่ชัดเจน... *พิมพ์มาดา* อดีตคู่หมั้นสาวไฮโซผู้เพียบพร้อมของคีริน ผู้หญิงที่เคยมีข่าวประกาศหมั้นหมายกันครึกโครมในหน้าสังคมก่อนที่ทุกอย่างจะล่มลงอย่างกะทันหัน และเธอก็คือ... ชนิดของปัญหาที่รินรดาไม่อยากเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยมากที่สุดในตอนนี้ "คีร์คะ..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามา โดยไม่แม้แต่จะชายหางตามามองรินรดาที่ยืนอยู่ชิดมุมผนัง "ดาได้ยินมาว่าช่วงนี้คุณยุ่ง ๆ กับโปรเจกต์ใหม่ เลยแวะเอาซุปไก่บำรุงมาให้ที่บริษัทค่ะ... เอ๊ะ ดาเข้ามาขัดจังหวะอะไรใครอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย" พิมพ์มาดาแสร้งทำเป็นเพิ่งสังเกตเห็นรินรดา ดวงตาคู่สวยกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง รอยยิ้มที่มุมปากฉาบไปด้วยความเย้ยหยัน "อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณเลขาฯ คนเก่งนี่เอง ขยันขันแข็งจริงนะคะ ถึงขนาดต้องมาทำงานล่วงเวลาใกล้ชิดกับท่านประธานถึงในห้องส่วนตัวแบบนี้" รินรดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดแล่นพล่านขึ้นมาในอก เธอไม่ใช่คนยอมคน แต่ในสถานการณ์ที่ยืนอยู่ระหว่าง 'เจ้านาย' กับ 'อดีตคู่หมั้น' แบบนี้ การสงวนท่าทีไว้คือทางเลือกที่ดีที่สุด เธอจึงขยับตัวเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง "เดี๋ยวก่อนครับ รินรดา... คุณยังไม่ต้องไป" คีรินเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นเด็ดขาดจนรินรดาต้องชะงักเท้า ดวงตาคมกราบของประธานหนุ่มละจากพิมพ์มาดาหันกลับมามองรินรดาแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดกลับไปมองอดีตคู่หมั้นด้วยแววตาเย็นชาไร้เยื่อใย ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าของเขาอย่างไม่ปิดบัง "คุณเข้ามาทำไมพิมพ์มาดา ผมเคยบอกคุณชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอว่าเรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว และที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ที่คุณจะเข้ามาได้ตามอำเภอใจ" พิมพ์มาดาสะอึกไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยแววตาตัดพอ เธอเดินเข้ามาใกล้คีรินแล้วเอื้อมมือจะแตะแขนเขา แต่คีรินกลับขยับตัวหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจ "คีร์ใจร้ายกับดาเกินไปแล้วนะคะ..." พิมพ์มาดาปรับน้ำเสียงให้สั่นเครือเล็กน้อยเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสาร "เราเคยเกือบจะแต่งงานกันด้วยซ้ำ ทำไมคุณถึงทำเหมือนดาเป็นคนแปลกหน้าได้ขนาดนี้ล่ะคะ? หรือว่าเป็นเพราะ... ผู้หญิงคนนี้?" นิ้วเรียวทาสีเจลอย่างประณีตชี้ตรงมาที่รินรดาที่ยืนเงียบ ๆ อยู่มุมห้อง บรรยากาศภายในห้องทำงานพลันคุกรุ่นไปด้วยกระแสความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว "อย่ามาพาลใส่คนอื่น พิมพ์มาดา" คีรินก้าวเข้ามาขวางหน้าตรฐานรินรดาไว้โดยสัญชาตญาณ ร่างสูงใหญ่บังร่างบางมิดชิด แววตาดุดันจ้องมองอดีตคู่หมั้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เรื่องของเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเลือกจะหันหลังให้ผมแล้ว อย่าหาเรื่องให้มันน่าเกลียดไปมากกว่านี้เลย" "หึ! ปกป้องกันจังนะคะ" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะออกมาด้วยความเจ็บใจ ดวงตาสวยเฉี่ยวฉายแววอาฆาตมาดร้ายขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอกวาดสายตามองรินรดาด้วยความชิงชังก่อนจะหันกลับมาหาคีรินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "คิดเหรอคะว่าผู้หญิงจน ๆ แบบนี้จะรักคุณจริง ๆ? เธอก็แค่หวังเงินและอำนาจของคุณเหมือนกับที่ผู้หญิงพวกนั้นทำนั่นแหละคีร์! ระวังตัวไว้เถอะค่ะ... วันหนึ่งคุณอาจจะโดนเธอแทงข้างหลังเข้าสักวันโดยที่ไม่รู้ตัว!" "พูดจบหรือยังครับ?" คีรินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบกวาดมองอดีตคู่หมั้นด้วยความรังเกียจอย่างเปิดเผย "ถ้าพูดจบแล้วก็เชิญออกไปจากห้องของผมซะ... รปภ.! เข้ามาเชิญแขกที่ไม่มีนัดออกไปทีครับ" ประโยคสุดท้ายเขาตะโกนสั่งผ่านอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด พิมพ์มาดาหน้าถอดสีด้วยความโกรธและอับอาย เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ส่งสายตาอาฆาตแค้นมาให้รินรดาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย ปัง! เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนมาอีกครั้ง รินรดายืนนิ่งอึ้ง เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความวุ่นวายที่ไม่ได้ก่อกำลังทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะรับไหว "ผมขอโทษด้วยนะสำหรับเรื่องเมื่อครู่..." คีรินหันกลับมาหาเธอ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกครั้งด้วยความห่วงใย "คุณไม่ต้องขอโทษฉันหรอกค่ะ..." รินรดาถอยหลังหลบเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันกลับมาอีกครั้ง "และสิ่งที่เธอพูด... มันก็อาจจะถูกส่วนหนึ่งก็ได้นะคะ ฉันกับคุณ... เราอยู่กันคนละโลกกันจริง ๆ" คีรินชะงักไป ดวงตาคมกราบมองหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก ความดื้อรั้นและกำแพงที่เธอก่อขึ้นมาอีกครั้งกำลังทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง เขาก้าวพรวดเดียวเข้าไปคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ก่อนที่เธอจะทันได้หันหลังเดินหนี "รินรดา! คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินความรู้สึกของผมเองตามใจชอบ!" คีรินกดเสียงต่ำอย่างเหลืออด แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้เจตนาให้เจ็บ แต่เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่ไม่อาจระบายออก ทว่า... ในวินาทีที่รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพื่อจะเถียงกลับนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคีรินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ คีรินขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนนิ้วชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... มันคือเบอร์ของ 'ธีร์' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ และเป็นคนที่กำลังจ้องจะเล่นงานรินรดาเพื่อท้าทายอำนาจของเขา! ดวงตาคมกราบตวัดกลับมามองหน้าหญิงสาวสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ในมือ ชั่วพริบตานั้น... สัญชาตญาณอันตรายบางอย่างก็พุ่งวาบขึ้นมาในหัว สมองของประหารหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความผิดปกติบางอย่าง สายเรียกเข้าจากธีร์ในเวลานี้... มันบังเอิญเกินไป หรือว่าทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้แล้ว? ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%