"ถ้าคุณยังเดินหนีผมอีกก้าวเดียว ผมจะจูบคุณตรงระเบียงโรงแรมต่อหน้าแขกเหรื่อเป็นร้อยคนให้ดู รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของคีริน ไม่ใช่คำขู่เล่นๆ แววตาคมกริบของประธานหนุ่มจอมเผด็จการคู่นั้นสะท้อนความดุดันที่หลอมละลายจนเหลือเพียงประกายเร่าร้อน รินรดาชะงักเท้าที่กำลังก้าวถอยหลัง ปอดของเธอกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงปะทะทางอารมณ์ที่ชายหนุ่มส่งตรงมาถึงหัวใจโดยไม่มีพื้นที่ให้หลบหนี
หาดทรายขาวละเอียดเบื้องล่างสะท้อนแสงจันทร์สีนวลยวง ค่ำคืนนี้ลมทะเลพัดพาเอาความเค็มปร่าและกลิ่นอายความอึดอัดระคนเสน่หามาปะทะร่าง สองชั่วโมงก่อนหน้านี้ พวกเขาเพิ่งผ่านศึกสงครามประสาทในงานเลี้ยงรับรองทางธุรกิจที่ธีร์ จงใจเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ชิดเธอเพื่อประกาศสงครามประสาทกับคีริน และจุดจบของค่ำคืนนั้นก็คือการที่คีรินลากเธอออกมาจากฝูงชน ลากยาวมาจนถึงชายหาดส่วนท้ายรีสอร์ทแห่งนี้
"คุณคีริน คุณมันเผด็จการเกินไปแล้วนะ" รินรดาหันขวับกลับมาเผชิญหน้า มือบางยกขึ้นกอดอกเพื่อสร้างกำแพงป้องกันตัวเอง แม้ว่าหัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ฉันไม่ใช่ลูกน้องในโอวาทของคุณ ที่คุณจะลากมาเหวี่ยงไปไหนตามใจชอบ!"
"ใช่... คุณไม่ใช่ลูกน้อง" คีรินก้าวเข้าประชิดด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ระหว่างแผ่นอกกับราวระเบียงไม้สีขาว ปลายจมูกโด่งคมเฉียบเกือบจะชนกับพวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีเรื่อ "แต่คุณเป็นผู้หญิงคนเดียว... ที่ทำให้ผมสติหลุดได้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มวันทำงาน"
ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้รินรดาต้องหลบสายตา เธอเม้มริมฝีปากแน่นพยายามงัดเอาความแข็งกระด้างทั้งหมดที่มีมาต้านทานแรงดึงดูดประหลาดนี้ "พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของคุณ เมาคลื่นหรือไง"
"ไม่ได้เมา... และมีสติครบถ้วนดีทุกตารางนิ้ว" นิ้วเรียวยาวของคีรินเอื้อมออกไปเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาปรกลงบนดวงหน้าของเธออย่างเบามือ สัมผัสนั้นนุ่มนวลผิดกับบุคลิกปากจัดและดุดันโดยสิ้นเชิง จนรินรดาเผลอสะท้านเฮือก "คุณรู้ไหมรินรดา ตอนที่ไอ้ธีร์มันมองคุณ สายตามันทำให้ผมอยากควักลูกตาบ้าๆ นั่นออกเสียให้สิ้นเรื่อง"
"คุณธีร์เขาแค่... อุ๊บ!"
คำแก้ตัวถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคีรินไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยชื่อผู้ชายคนอื่นอีกต่อไป ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี รสชาติแห่งความหึงหวงและคลั่งรักพวยพุ่งผ่านจูบที่หนักหน่วงแต่แฝงไว้ด้วยความเว้าวอน
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือที่กอดอกอยู่เปลี่ยนเป็นทุบลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อประท้วง แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสั่นสะเทือนเสือร้ายที่กำลังหิวกระหาย คีรินรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน
จังหวะรักและแรงปะทะดำเนินไปอย่างดุเดือด ความขัดแย้งที่สะสมมาตลอดหลายสัปดาห์ถูกละลายหายไปกับสัมผัสรุกเร้า จนกระทั่งหญิงสาวเริ่มอ่อนระทวย ปลายเรียวลิ้นที่รุกรานเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอ่อนหวานราวกับจะกักเก็บลมหายใจของเธอไว้ทั้งหมด คีรินค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ ปล่อยให้หน้าผากของเขายังคงแนบชิดติดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว
"จำไว้... ว่าคุณเป็นของผม" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ข้างใบหูที่แดงก่ำ "อย่าไปยิ้มให้ไอ้หน้าไหนอีก ไม่เช่นนั้นผมอาจจะทำมากกว่าจูบ"
รินรดากัดริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อย ดวงตากลมโตค้อนขวับใส่ร่างสูงด้วยความหมั่นไส้ "คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันนะคีริน ดีลระหว่างเรามันแค่เรื่องงาน..."
"เรื่องงานบ้าอะไร!" คีรินตัดบทเสียงกร้าว ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการมองทะลุถึงก้นบึ้งหัวใจ "ดีลอะไรที่ทำให้ผมนอนไม่หลับมาสามคืนติด ดีลอะไรที่ทำให้ผมต้องคอยหึงแม้กระทั่งลมฟ้าอากาศ บอกผมมาสิรินรดา... ว่าหัวใจคุณตอนนี้มันคิดเหมือนผมหรือเปล่า"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งเป็นฉากหลัง แววตาของคีรินในยามนี้ไม่มีคราบของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและเปราะบางอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมอบให้ผู้หญิงที่เขารักจนหมดหัวใจ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนเจ็บแปลบ เธอย่อมรู้ดีว่าความรู้สึกของตัวเองเดินทางมาไกลเกินกว่าคำว่า 'คู่ค้าทางธุรกิจ' ไปโขแล้ว แต่ความกลัวที่จะต้องเจ็บปวดจากการทุ่มเทหมดตัว ก็ยังคงเป็นเกราะกำบังที่หนาเตอะ
"ถ้าฉันบอกว่า... ไม่ล่ะ" เธอแกล้งเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้เสียงจะสั่นพร่าเล็กน้อยก็ตาม
คีรินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความอันตราย "ปากแข็งเสียจริงนะ... งั้นผมคงต้องพิสูจน์ให้คุณพูดใหม่อีกรอบ"
เขาก้มหน้าลงมาอีกครั้ง หมายจะทาบทับริมฝีปากลงไปซ้ำรอยเดิมเพื่อลงโทษคนปากแข็ง แต่ทว่า...
"อุ๊ย! ขอประทานโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนช่วงเวลาเข้าด้ายเข้าเข็มของท่านประธานเลยจริงๆ"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทของ 'ธีร์' ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดตรงทางเดินบันไดลงชายหาด รินรดาสดุ้งสุดตัวและรีบผลักอกคีรินให้ออกห่างทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความอับอาย
คีรินชะงักกึก ความหวานละมุนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวตวัดขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ
ธีร์ยืนกอดอกพิงเสาไฟส่องทาง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยาะกวนอารมณ์ ดวงตาคู่คมมองมาที่พวกเขาทั้งสองคนสลับกันไปมา ราวกับกำลังชมภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์
"ดูท่าทางผมจะมาขัดจังหวะสำคัญสินะครับ..." ธีร์เว้นวรรคจังหวะ ปรายตามองรินรดาก่อนจะสบตาตรงกับคีรินด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "พอดีผมมีเรื่อง 'สำคัญกว่า' จะมาคุยกับคุณรินรดาเสียหน่อย หวังว่าท่านประธานคงไม่ใจแคบเกินไป... จนไม่ยอมให้ผู้หญิงเขาตัดสินใจเองหรอกนะครับ?"
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในเสี้ยววินาที คีรินก้าวขวางหน้า -รินรดาเอาไว้ทันที รังสีความหึงหวงพุ่งทะยานจนแทบจะเผาผลาญทุกสิ่งรอบตัวให้เป็นจุล
"มึงอยากลองดีกับกูใช่ไหม... ธีร์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 24
ชายหาดและคำสารภาพ
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!