"คุณธีร์... คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง"
เสียงของรินรดาแผ่วพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับแข็งกร้าว เธอขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชิดกับขอบโต๊ะทำงาน แฟ้มเอกสารสัญญาที่เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วันก็จะครบกำหนด ถูกเธอคว้ามาถือไว้แน่น ราวกับมันคือโล่กำบังเดียวที่เหลืออยู่
ธีร์ไม่ได้ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาในห้องทำงานของคีรินด้วยท่วงท่าเนิบช้าแต่กดดัน รองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่ฟังดูเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังของระเบิดเวลา เขาหยุดลงตรงหน้าโต๊ะทำงาน กวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะปรายตามองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
"คนอย่างคีรินมีศัตรูรอบด้าน รินคิดจริงๆ เหรอว่าระบบรักษาความปลอดภัยของหมอนั่นจะกันคนอย่างผมได้?" ธีร์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจคุกคาม "ผมแค่เดินเข้ามาตามทางที่คนเปิดไว้ให้... หรือจะเรียกว่า 'ช่องโหว่' ของเจ้าของห้องนี้ก็ได้"
รินรดาสูดลมหายใจลึก พยายามคุมสติที่กระเจิดกระเจิง "ถ้าคุณจะมาเพื่อทวงสัญญาเรื่องโปรเจกต์ใหม่ ผมบอกแล้วว่าผมไม่ใช่คนตัดสินใจ เชิญคุณออกไปก่อนที่บอสจะกลับมาจะดีกว่าครับ"
"บอส?" ธีร์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างเขากับรินรดาลดลงเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฉุนกึกจนเธอนึกอยากจะเบือนหน้าหนี "เรียกมันว่าบอสทั้งที่ใจรู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเรามันข้ามขั้นกว่านั้นไปนานแล้วเหรอ รินรดา... หรือลืมไปแล้วว่าสัญญาฉบับนั้นที่เธอกำลังกอดอยู่น่ะ มันคือพันธนาการที่กำลังจะหมดอายุในอีกสามวัน"
คำว่า 'สามวัน' กระแทกใจรินรดาจนสั่นสะท้าน เธอรู้ดีว่าเวลาของเธอกับคีรินกำลังจะหมดลง และเมื่อถึงตอนนั้น... ความสัมพันธ์ที่เป็นเพียง 'ดีล' จะยังคงเหลืออะไรให้ยึดเหนี่ยว
"มันไม่ใช่เรื่องของคุณ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นแรงด้วยความหวาดหวั่น แต่เธอก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอ "และถ้าคุณหวังจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือปั่นหัวเขา บอกไว้ตรงนี้เลยว่าเสียเวลาเปล่า"
"ปั่นหัวเหรอ?" ธีร์เหยียดยิ้มร้ายกาจ มือหนาเอื้อมไปแตะขอบโต๊ะทำงานพลางไล่นิ้วไปตามเอกสาร "ผมไม่ได้มาเพื่อปั่นหัว ผมมาเพื่อหยิบยื่น 'ทางเลือก' ให้ต่างหาก คีรินให้เธอได้แค่ฐานะพนักงานชั่วคราวที่รอวันถูกเขี่ยทิ้ง แต่ถ้าเธอมาอยู่ข้างผม... สิ่งที่เธอจะได้ไม่ใช่แค่สัญญาฉบับใหม่ แต่มันคือความเป็นธรรมที่เธอน่าจะได้รับมาตั้งนานแล้ว"
"ความเป็นธรรมจากคนอย่างคุณเนี่ยนะ?" รินรดาเค้นเสียงหัวเราะ "คุณก็แค่เสือที่จ้องจะกัดคอคนอื่น แล้วก็คิดว่าทุกคนจะโง่เดินเข้าไปในถ้ำของคุณงั้นสินะ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของธีร์เปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความวาวโรจน์ เขาไม่ชอบใจนักที่เห็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่สวยนั้น
"ปากเก่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน" ธีร์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนปลายเท้าเกือบจะชิดกัน "แต่ระวังไว้เถอะ ความกล้าที่ไร้ที่พึ่งน่ะสุดท้ายมันจะกลายเป็นความพินาศ รินรดา... คีรินไม่ได้ปกป้องเธอได้อย่างที่เธอคิดหรอก ในขณะที่เธอเฝ้านับถอยหลังวันสิ้นสุดสัญญา หมอนั่นอาจจะกำลังตกลงปลงใจกับใครอีกคนเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจที่สูงกว่าเธอหลายเท่า"
คำพูดนั้นเหมือนเข็มแหลมที่แทงลงไปกลางใจ รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง แม้เธอจะพยายามเตือนตัวเองว่าเขาแค่พยายามปั่นหัว แต่ภาพความเย็นชาของคีรินในบางครั้งก็ย้อนกลับมาหลอกหลอน
*โครม!*
เสียงประตูห้องทำงานถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ที่ดูดุดันไม่แพ้พายุ คีรินยืนหอบหายใจเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดฉายแววอำมหิตทันทีที่เห็นธีร์ยืนอยู่ใกล้หญิงสาวคนรักของเขา
"แกเข้ามาทำอะไรในนี้... ธีร์" คีรินเค้นเสียงรอดไรฟัน
ธีร์หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าด้วยท่าทีสบายๆ เขาจัดปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น "ก็แค่แวะมาทักทายคนที่กำลังจะหมดอายุไขในบริษัทของแกไง คีริน... ดูเหมือนเธอจะอยากรู้ความจริงอะไรบางอย่างนะ ว่าไหม?"
คีรินก้าวฉับๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน เขาผลักร่างของรินรดาไปไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณปกป้องที่แสดงออกอย่างชัดเจน รัศมีอำนาจรอบตัวเขาแผ่ขยายจนบรรยากาศหนักอึ้ง
"ไสหัวไป ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วลากแกออกไปเอง" คีรินข่มขู่ น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความโกรธที่พยายามสะกดไว้
ธีร์แค่นหัวเราะพลางถอยหลังไปที่ประตู ก่อนจะหยุดกึกแล้วหันมาทิ้งระเบิดลูกสุดท้าย
"ได้... ผมจะไป แต่รินรดา... อย่าลืมที่ผมบอกนะ สามวันน่ะ... มันน้อยเกินกว่าจะเข้าใจว่าใครกันแน่ที่เธอกำลังกอดสัญญาที่ไม่มีวันเป็นจริง"
สิ้นเสียงของธีร์ เขาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด คีรินหันกลับมาหารินรดา แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความสับสนที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
"เขาพูดเรื่องอะไร" คีรินถาม เสียงของเขาต่ำและสั่นเล็กน้อย "สัญญาอะไรที่เธอกำลังกอดไว้ รินรดา... บอกฉันมาว่าเธอซ่อนอะไรไว้กันแน่"
รินรดานิ่งงัน มือที่กอดแฟ้มเอกสารอยู่สั่นระริก เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่เธอกำลังพยายามผลักไสเพื่อที่จะปกป้องตัวเอง ทว่าในวินาทีที่สายตาประสานกัน เธอกลับเห็นความเจ็บปวดในแววตาของคีริน... ความเจ็บปวดที่อาจจะหมายความว่าเขาเองก็ไม่ได้มองเธอเป็นเพียง 'ของเล่น' อย่างที่เธอหวาดระแวงมาตลอด
รินรดาตัดสินใจก้าวเข้าไปหาเขาหนึ่งก้าว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไม่แพ้กัน
"ถ้าสัญญาฉบับนี้จบลง... คุณจะยังเป็นคีรินที่ฉันรู้จักอยู่ไหม"
คีรินชะงัก เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินบนใบหน้าของเธอ "ถามคำถามนี้ในเวลาที่ผิดที่สุดเลยนะรินรดา... เพราะคำตอบของฉันน่ะ มันอาจจะทำลายทุกอย่างที่เราสร้างมาเลยก็ได้"
เขายื่นมือมาคว้าแฟ้มเอกสารในมือเธอ แต่แทนที่จะดึงมันออกไป เขากลับกดทับลงบนมือของเธอด้วยน้ำหนักที่หนักแน่น ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอด้วยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน
"สัญญาของเธอน่ะมันหมดอายุไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว... แต่ที่ฉันยังไม่บอก เพราะฉันกำลังหาวิธีรั้งเธอไว้ในฐานะอื่น... ที่ไม่ใช่คู่สัญญา แต่เป็นคนของฉันตลอดไป"
ในวินาทีที่รินรดากำลังจะอ้าปากถามถึงความหมายของคำว่า 'คนของฉัน' เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของคีรินก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศนั้นลงทันที รินรดาเหลือบมองหน้าจอที่โชว์เบอร์โทรศัพท์ที่คุ้นตา... มันคือเบอร์ของเลขาส่วนตัวของคีรินที่เคยเป็นคนทำสัญญาฉบับนั้น แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบคือข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอแท็บเล็ตของเขาในจังหวะเดียวกัน
*มันเป็นรูปของเอกสารฉบับหนึ่ง... และลายเซ็นใต้ชื่อผู้ถือสัญญา ไม่ใช่ชื่อของรินรดา แต่มันคือชื่อของ 'เธอคนนั้น' ที่เคยทิ้งคีรินไปเมื่อสามปีก่อน!*
จอมยุทธ์เสื้อแพรขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 30 แล้วนะครับ หวังว่าหัวใจของทุกท่านจะยังคงเต้นแรงไปพร้อมกับตัวละครของผมนะครับ
ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 30
เมื่อดีลกำลังจะจบลง
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!