ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส•ตอนที่ 6

ใครห้ามก่อนแพ้

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ใครใช้ให้แกเข้ามาโดยไม่เคาะขออนุญาต... ไอ้ธีร์!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของคีรินดังสนั่น ประหนึ่งพญาไกรสรที่ถูกล่วงล้ำอาณาเขต บรรยากาศในห้องทำงานหรูหราอุณหติลดฮวบลงจนติดลบในเสี้ยววินาที รินรดาที่ยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างแรงปะทะทางสายตาถึงกับสะดุ้งสุดตัว เอกสารในมือเกือบหล่นร่วงลงสู่พื้น ทว่าความสนใจของเธอในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่กองงานตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นศึกสงครามประสาทที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างชายหนุ่มสองคน ธีร์ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบไว้ด้วยความกวนประสาท ชุดสูทแบรนด์ดังรับกับเรือนร่างสมส่วน ร่างสูงโปร่งหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงไม่กี่ก้าว สายตาคมปลาบกวาดมองสภาพภายในห้องที่แลดู ‘ใกล้ชิด’ ผิดปกติระหว่างประธานหนุ่มกับเลขาฯ สาว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นเลือดของคีริน "ขอโทษทีครับคุณคีริน พอดีเลขาฯ หน้าห้องคุณบอกว่าผมเข้ามาได้... อ้อ สงสัยผมคงเข้าใจผิดคิดว่าห้องทำงานประธานเปิดต้อนรับแขกเสมอเสียอีก" ธีร์จงใจเน้นเสียงคำว่า ‘เปิดต้อนรับ’ พร้อมกับปรายตามองรินรดาด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเชิงแทะเล็ม คีรินแค่นเสียง ‘หึ’ ในลำคอ ดวงตาคมกริบราวใบมีดโกนจ้องเขม็งไปที่ผู้บุกรุก ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาบังรินรดาไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ การกระทำนั้นแสดงออกถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก "ห้องทำงานผมเปิดต้อนรับ ‘แขก’ ครับ... แต่ไม่ใช่กับ ‘โจร’ ที่ชอบถือวิสาสะเข้าห้องคนอื่นอย่างไร้มารยาท" คีรินสวนกลับทันควัน ไดอะล็อกคมกริบเชือดเฉือนแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน "ว่าแต่คุณมีธุระอะไร หรือว่าโปรเจกต์ที่บริษัทคุณกำลังจะเจ๊ง จนต้องมาขอความเมตตาจากผมแต่เช้า" ธีร์หุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตาสายแววความกรุ่นโกรธขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็ว สมกับที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่เขี้ยวลากดินไม่แพ้กัน "ผมไม่ได้มาขอความเมตตาครับ... ผมมาทวงของที่ควรจะเป็นของผมต่างหาก" ธีร์พูดพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว สายตาพุ่งตรงไปยังรินรดาที่หลบอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของคีริน "สวัสดีครับคุณรินรดา เอกสารพรีเซนต์งานเมื่อวานพร้อมแล้วใช่ไหมครับ พอดีผมสนใจอยากร่วมงานกับคุณเป็นส่วนตัวเป็นพิเศษ" "ขอโทษนะคะคุณธีร์ ฉัน..." "เธอไม่ว่าง!" คีรินสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดจนกดดันให้อากาศรอบตัวหนักอึ้ง "รินรดาเป็นเลขาฯ ของผม และงานทั้งหมดในตอนนี้ อยู่ภายใต้การควบคุมของผมคนเดียวเท่านั้น ถ้าคุณไม่มีเรื่องงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัทโดยตรง ก็เชิญไสหัวออกไปจากห้องผมได้แล้ว" รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะระทึก แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความเผด็จการเอาแต่ใจของคีรินนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ยามที่แผ่นหลังกว้างนี้ยืนหยัดปกป้องเธอจากสายตาแทะเล็มของธีร์ มันกลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ธีร์หัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หล่า "หวงก้างเสียจริงนะครับคุณคีริน ระวังเถอะ... ของดีๆ ถ้ามัวแต่หวงแล้วเผลอปล่อยให้หลุดมือไป ระวังจะไม่มีแม้แต่ซากให้เก็บ" "ต่อให้เป็นของที่คนอื่นอยากได้จนตัวสั่น แต่ถ้าผมไม่ปล่อย... ก็ไม่มีวันมีใครหน้าไหนแย่งไปได้ทั้งนั้น" คีรินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและจริงจังจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธีร์ ราวกับจะประกาศิตสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว ธีร์ไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะปรายตามองรินรดาอีกครั้งด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง "หวังว่าคุณคีรินจะรักษาของชิ้นนี้ไว้ได้ตลอดรอดฝากนะครับ... แล้วพบกันใหม่ครับคุณรินรดา" เมื่อร่างของธีร์ลับหายออกไปพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังสนั่น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอก้าวถอยหลังออกห่างจากคีรินเล็กน้อยเมื่อร่างสูงหันขวับกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะและคำถามมากมาย "ยืนใกล้ไอ้เวรนั่นขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่" คีรินเปิดฉากคาดคั้น น้ำเสียงห้วนจัดบ่งบอกถึงความหึงหวงที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ "ฉันไม่ได้ยืนใกล้นะคะ... เอ้ย! ฉันไม่ได้ยืนใกล้เขาสักหน่อย เขาเดินเข้ามาเองต่างหากล่ะค่ะท่านประธาน" รินรดาเผลอหลุดปากแก้ตัวเสียงแข็ง ก่อนจะรีบเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเห็นคิ้วหนาของอีกฝ่ายกระตุกขึ้น "แล้วอีกอย่าง... มันเป็นเรื่องงานค่ะคุณคีริน" "งาน?" คีรินแค่นหัวเราะก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดา จนแผ่นหลังบางแนบติดกับชั้นวางเอกสารด้านหลัง ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียน "งานบ้าอะไรของมัน ถึงต้องมาหาเธอถึงห้องทำงานส่วนตัวแต่เช้า แถมยังมองเธอด้วยสายตาหื่นกระหายแบบนั้น... คิดว่าฉันตาบอดหรือไงรินรดา!" "นี่คุณ! หึงรึไงคะถึงได้พาลไปทั่วแบบนี้" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของคีรินกำลังรุกรานประสาทสัมผัสของเธอจนแทบจำแนกทิศทางไม่ถูก "ใช่! ฉันหึง!" คีรินสวนกลับทันควันโดยไม่มีการลังเลหรือฟอร์มจัดเหมือนเคย ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "หึงจนแทบจะควักลูกตาไอ้บ้านั่นทิ้งตั้งแต่กล้ามนุษยสัมพันธ์เกินร้อยใส่เธอแล้ว... พอใจรึยัง!" คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่งทำเอารินรดาชะงักง้าง สมองขาวโพลนไปหมด เธออ้าปากค้าง ไดอะล็อกที่เตรียมจะเถียงกลับติดอยู่ที่ลำคอ ความซึนเดระที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มจนแดงก่ำ คีรินเห็นเธอนิ่งอึ้งไป ก็พลอยได้ใจ ร้ายกาจขึ้นมาทันที รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย มือหนายื่นไปทาบกับชั้นวางเอกสาร กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ "แต่เอาเถอะ... ในเมื่อเธอทำให้ฉันหงุดหงิดแต่เช้าขนาดนี้ เรามาเคลียร์เรื่องของเรากันดีกว่า" คีรินเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย น้ำเสียงเปลี่ยนจากเกรี้ยวกราดเป็นนุ่มทุ้มชวนใจสั่น "เรื่อง... เรื่องอะไรอีกคะ งานบนโต๊ะฉันยังกองเป็นภูเขาอยู่นะคะคุณคีริน" รินรดาเบี่ยงหน้าหนีสายตาวับวาวคู่นั้น หัวใจเต้นโครมคราม "เรื่องพนันของเราไง" คีรินโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนทำเอาขนลุกซู่ "ถ้าโปรเจกต์นี้บริษัทเราชนะ ฉันจะขอรางวัลเป็น... การเดตกับเธอแบบสองต่อสองนอกเวลางาน สามวันเต็มๆ" "ห๊ะ! ใครไปตกลงรับคำท้าคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ!" รินรดาหันขวับกลับมาเถียง หน้าตาตื่นตระหนก "ก็เดี๋ยวนี้แหละ" คีรินยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "แต่ถ้าเธอชนะ... เธออยากได้อะไรจากฉันล่ะ อยากให้ฉันกราบขอขมา หรืออยากได้หุ้นบริษัทเพิ่มสักสัปดาห์ ฉันก็ยอมทั้งนั้น" "ฉันไม่ได้อยากได้หุ้นหรืออะไรทั้งนั้นแหละค่ะ..." รินรดาพึมพำเสียงเบา หัวใจยวบยาบลงไปกองที่ตาตุ่มเมื่อเจอสายตาร้อนแรงที่มองมา "งั้นก็แสดงว่าตกลงตามนี้..." คีรินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยักแทบจะเฉียดผ่านแก้มเนียน "จำไว้นะรินรดา... เกมนี้ ใครห้ามใจตัวเองก่อน... คนนั้นแพ้" รินรดากลั้นหายใจ สมองประมวลผลไม่ทันกับความเจ้าเล่ห์ของประธานหนุ่ม เธออaปากจะปฏิเสธ แต่ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนพายุอารมณ์อย่างไม่รู้กาลเทศะ ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาฯ หน้าห้องที่หน้าตาตื่นตระหนก "ขอประทานโทษค่ะท่านประธาน... คือว่า... ทางบอร์ดบริหารฉุกเฉิน และ... และคุณพ่อของคุณคีริน กำลังเดินทางมาที่ห้องนี้ค่ะ!" คีรินชะงัก สีหน้าเปลี่ยนจากความคลั่งรักกลายเป็นความเคร่งขรึมในพริบตาเดียว เขายืดตัวตรง ถอยห่างจากรินรดาทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘คุณพ่อ’ รินรดาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกปนตื่นตระหนก เธอรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ และก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่างตามตำแหน่งเลขาฯ แต่ทว่า... ในจังหวะที่สายตาของเธอประสานเข้ากับร่างสูงที่ก้าวเข้ามาใหม่ผ่านกรอบประตูที่เปิดกว้าง ร่างทั้งร่างของรินรดาก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ชายวัยกลางคนท่าทางทรงอำนาจ ใบหน้าคมคายที่มีร่องรอยตามกาลเวลาแต่ยังคงความดุดันไม่แพ้ลูกชาย ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองคีรินและรินรดาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่อ่านไม่ออก "หวังว่าฉันคงไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญ... ระหว่างท่านประธานกับเลขาฯ ส่วนตัวหรอกนะ คีริน" __________________________________________________ (ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความคลั่งรักของท่านประธานคีรินกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลร้ายสะกดรักคุณบอส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%