“ถ้าคิดว่าโครงสร้างเหล็กตรงพลาซ่าหลักมันรับน้ำหนักไม่ได้ ก็ไปรื้อทิ้งแล้วเขียนแบบใหม่มาซะ—แต่บอกไว้ก่อนนะกวินท์ ว่าถ้าทำแบบนั้น กำหนดส่งมอบงานเดือนหน้า เตรียมตัวไปนอนเฝ้าไซต์งานจนรากงอกได้เลย”
คำพูดประโยคสุดท้ายทิ้งน้ำหนักลงกลางห้องราวกับระเบิดเวลา กวินท์หันขวับกลับมามองหน้าภีมทันที ความตึงเครียดเรื่องงานกลับมาพุ่งทะยานเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ในเสี้ยววินาที ขณะที่ภีมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมเข้มตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตระหนักถึงหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาเคาะประตูห้องทำงานของพวกเขา
สถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกเสื้อสูทขยับไหว ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาคู่นั้นวาววับด้วยความถือดีที่พร้อมจะพุ่งชนทุกอุปสรรค ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นวิศวกรผู้ทรงอิทธิพลประจำโครงการนี้แค่ไหนก็ตาม
“คุณภีมกำลังจะบอกว่า... สถาปัตยกรรมที่ผมใช้เวลาออกแบบมาเป็นเดือนๆ มันด้อยค่ากว่าตารางคำนวณหน้าเดียวบนโต๊ะทำงานของคุณว่างั้นเถอะคะ?” กวินท์เน้นเสียงทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ “ถ้าโครงสร้างของคุณมันยืดหยุ่นพอจะรับจินตนาการของมนุษย์ได้ เราคงไม่ต้องมานั่งเถียงกันจนหูชาแบบนี้หรอกนะคะ”
“จินตนาการของคุณมันไม่ได้ช่วยให้ตึกไม่ถล่มลงมาทับหัวคนงานหรอกนะกวินท์” ภีมก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละก้าว ขายาวๆ ของวิศวกรหนุ่มทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับสถาปนิกตัวแสบหดแคบลงอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวและกาแฟเข้มๆ ลอยปะทะจมูกจนกวินท์ต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ “ผมไม่ได้บอกว่าแบบของคุณมันแย่... อย่าเพิ่งร้อนตัวสครับ”
“ฉันไม่ได้ร้อนตัว!” กวินท์สวนกลับทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธปนเคือง “แล้วหยุดเรียกฉันแบบนั้นด้วย ฉันชื่อกวินท์ ไม่ใช่สครับขัดผิวอะไรของคุณทั้งนั้น!”
“ก็ท่าทางคุณตอนนี้มันเหมือนแมวขู่ฟ่อ ขนพองสยองเกล้าซะขนาดนั้น จะให้ผมเรียกว่าอะไรล่ะครับ คุณสถาปนิกปากจัด” ภีมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ทีจะได้เห็น มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ยแบบที่เคยทำ แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงความเอ็นดูระคนหมั่นไส้อย่างปิดไม่มิด
กวินท์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ระยะห่างระหว่างพวกเขาน้อยเสียจนสามารถนับขนตางอนยาวของอีกฝ่ายได้ หัวใจเจ้ากรรมในอกกระหน่ำเต้นโครมครามจนน่าหงุดหงิด มันไม่ใช่จังหวะการเต้นเพราะความโกรธ แต่มันคือความปั่นป่วนที่เกิดจากสายตาคู่คมที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขาต่างหาก
สายตาที่... กำลังอ่านทะลุทะลวงเข้ามาถึงความพยายามทั้งหมดที่เขาซ่อนไว้หลังเส้นสายบนกระดาษวาดเขียน
“ถอยไปเลยนะ คุณตัวโตเกินไปแล้วนะภีม” กวินท์ยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้ากลับทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดันกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก ภีมไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลัง แต่เขากลับยกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทราบลงบนกรอบหน้าต่างกระจกด้านหลังของกวินท์ กลายเป็นการกักขังร่างเพรียวเอาไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย
“ถ้าผมถอย แล้วใครจะช่วยแก้ปัญหาดีเทลบ้าๆ ที่คุณวาดมาให้ผมแก้ล่ะหึ?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้กวินท์ต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และวาบหวามในคราวเดียวกัน
“ดีเทลบ้าๆ อะไรกัน นั่นมันนวัตกรรมทางสถาปัตยกรรมต่างหากเล่า!” กวินท์เถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเอง “ถ้าคุณมีความสามารถพอนะ คุณจะรู้ว่าเส้นโค้งตรงโถงต้อนรับมันเชื่อมโยงกับระบบระบายอากาศยังไง โดยที่ไม่ต้องทำลายเสาหลักพวกนั้นเลยสักต้น”
ภีมเงียบไปครู่ใหญ่ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่รั้นสุดเหวี่ยง ร่องรอยความเหนื่อยอ่อนที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มเย่อหยิ่งของกวินท์ไม่ได้รอดพ้นไปจากสายตาของวิศวกรหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์นี้มา สถาปนิกคนนี้ทำงานหามรุ่งหามค่ำ แก้แบบมาไม่ต่ำกว่าสบรอบเพื่อรักษามาตรฐานความงามที่เจ้าตัวตั้งไว้สูงลิ่ว แม้ภีมจะปากร้ายคอยจิกกัดอยู่เสมอ แต่ลึกๆ แล้ว เขารู้ดีว่างานของกวินท์นั้น... งดงามอย่างไร้ที่ติ
งามจนบางครั้ง... เขารู้สึกอิจฉากระดาษแผ่นนั้นที่ได้อยู่ในมือของกวินท์ตลอดเวลา
“ผมรู้...” จู่ๆ เสียงของภีมก็อ่อนลง ความดุดันก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความนุ่มลึกที่ชวนให้ใจสั่น “ผมรู้ว่าคุณพยายามมากแค่ไหนกับเส้นโค้งบ้าๆ นั่น”
กวินท์กะพริบตาปริบๆ สมองที่เคยแล่นฉิวด้านการออกแบบกลับหยุดทำงานไปชั่วขณะเมื่อเจอประโยคนี้เข้าจังๆ “วะ... ว่ายังไงนะ?”
“ผมบอกว่า...” ภีมโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนจมูกโด่งเกือบจะชนกับสันจมูกรั้นของอีกฝ่าย “แบบที่คุณส่งมาเมื่อคืน... มันเป็นงานชิ้นที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในชีวิตการเป็นวิศวกรของผมเลยล่ะกวินท์”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ไม่มีเสียงโต้เถียง ไม่มีเสียงกระแทกแฟ้มเอกสาร มีเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่ดังแข่งกันในอก กวินท์เบิกตากว้าง สมองประมวลผลคำชมอ้อมๆ ที่เจือความจริงใจแบบเต็มร้อยจากปากผู้ชายปากร้ายคนนี้ ใบหน้าที่เคยขาวเนียนบัดนี้แดงลามไปจนถึงใบหูอย่างห้ามไม่อยู่
นี่... นี่คือคำชมจากภีมอย่างนั้นเหรอ? วิศวกรสายคุมงานผู้ไม่เคยชมใครนอกจากผลลัพธ์ของคอนกรีตและเหล็กเส้นเนี่ยนะ!
“คุณ... พูดจริงเหรอเนี่ย?” กวินท์ถามเสียงแผ่ว ความพยองที่มีเมื่อครู่วันนี้หายวับไปกับตา เหลือเพียงความเขินอายที่ทำตัวไม่ถูกจนต้องเบือนหน้าหนีไปมองวิวด้านนอกกระจกแทน
“ผมไม่เคยพูดเล่นเรื่องงาน... และก็ไม่เคยพูดเล่นเรื่องอื่นด้วย” ภีมขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับขอบใบหูที่แดงก่ำ “แต่ถ้าคุณยังดื้อไม่ยอมกินข้าวเที่ยงที่คุณรินรดาสั่งมาให้อีกละก็... ผมนี่แหละจะอุ้มคุณลงไปกินข้างล่างด้วยตัวเองจริงๆ ด้วย”
“นี่คุณขู่ผมเหรอภีม!” กวินท์หันขวับกลับมาเอาเรื่องทันที ทว่าจังหวะนั้นเอง...
*แกร็ก!*
เสียงลูกบิดประตูห้องทำงานถูกหมุนเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของรินรดารุ่นน้องสถาปนิกที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารกองโตในมือ โดยไม่ได้ทันสังเกตบรรยากาศชวนหายใจไม่ทั่วท้องของคนทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย
“พี่กวินท์! พี่ภีม! แย่แล้วค่ะ! ฝ่ายจัดซื้อเพิ่งส่งอีเมลมาแจ้งว่าหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีที่พวกเราสั่งไว้สำหรับล็อบบี้... เกิดปัญหาใหญ่ที่ท่าเรือแล้วค่ะ!”
คำพูดของรินรดาราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน ทั้งกวินท์และภีมผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต ความหวานซึ้งเมื่อครู่อลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่พุ่งขึ้นมาแทนที่
กวินท์หน้าถอดสีทันที หินอ่อนล็อตนั้นคือหัวใจสำคัญของงานดีไซน์ทั้งหมด ถ้ามีปัญหา... งานเปิดตัวเดือนหน้าพังไม่เป็นท่าแน่!
ภีมขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้ากลับมาเคร่งเครียดดุดันดังเดิมในเสี้ยววินาที วิศวกรหนุ่มหันไปสบตากับกวินท์ที่กำลังยืนหน้าซีดเผือดอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนที่มือหนาจะคว้าข้อมือเรียวของสถาปนิกตัวแสบเอาไว้แน่นโดยอัตโนมัติ
“อย่าเพิ่งสติแตก” ภีมเอ่ยเสียงเข้ม แต่น้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่นและมั่นคงจนกวินท์รู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในอกอย่างประหลาด “หยิบเสื้อโค้ทของคุณซะ... เราต้องไปเคลียร์เรื่องนี้ที่ท่าเรือด้วยกัน เดี๋ยวนี้!”
ติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 9 ค่ะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้หมอกไม้ไผ่เสมอนะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 8
คำชมที่ซ่อนอยู่ในความด่า
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!