สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 5

เมื่อโครงสร้างพังทลาย

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ศูนย์เกลี้ยงหมายความว่ายังไงคะคุณรินรดา? ถ้าเงินในบัญชีโครงการโซน A มันระเหยหายไปหมดเกลี้ยงในชั่วข้ามคืนโดยไม่มีลายเซ็นต์ของฉันหรือไอ้คุณวิศวกรหน้ายักษ์นั่นเซ็นอนุมัติ... ทางเลือกเดียวที่เรามีไม่ใช่การนั่งทำหน้าเครียดใส่กันนะคะ แต่คือการไปรื้อตู้เซฟของฝ่ายการเงินให้พังคามือตอนนี้เลยต่างหาก!" เสียงตบโต๊ะทำงานดังสนั่นก้องห้องประชุมชั่วคราวกลางไซต์งาน กวินท์ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนถึงข้อศอกกำลังจ้องหน้าจอแท็บเล็ตในมือด้วยดวงตาวาวโรจน์ ปลายจิ้มหน้าจอแรงเสียจนฟิล์มแทบทะลุ ความงามเฉี่ยวคมแบบสถาปนิกแถวหน้าไม่ได้ช่วยลดความเกรี้ยวกราดลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้เจ้าตัวดูเย้ายวนอันตรายในยามที่กำลังหัวเสียสุดขีด "ใจเย็นก่อนสิกวินท์... ฉันกำลังเช็คกับทางธนาคารอยู่เนี่ย แต่ปัญหามันไม่ได้มีแค่นั้นน่ะสิคะ" รินรดาหน้าซีดเผือด ยื่นโทรศัพท์มือถือที่เปิดภาพถ่ายจากไซต์งานเข้ามาใกล้ "โครงสร้างเหล็กหลักของโซน A ที่เพิ่งเทคอนกรีตทับไปเมื่อวาน... เกิดรอยร้าวค่ะ รอยร้าวแนวเฉียงที่ฐานเสาหลักรับน้ำหนัก... แบบนี้หมายความว่าโครงสร้างกำลังจะพังทลายลงมาถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างภายในครึ่งชั่วโมงนี้!" พรวด! เก้าอี้สไตล์โมเดิร์นถูกผลناتถอยหลังด้วยแรงอารมณ์ กวินท์ก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมโดยไม่รอฟังคำท้วงติงใดๆ อีก ส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังรัวเร็วดั่งจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว งบประมาณที่หายไปกับโครงสร้างที่กำลังจะพัง... นี่มันแผนการสกปรกชัดๆ ใครบางคนจงใจเล่นงานโปรเจกต์นี้ และเป้าหมายก็คือการทำลายชื่อเสียงของเขาและไอ้มนุษย์วิศวกรปากร้ายคนนั้น "ภีม! อยู่ไหนวะ ออกมานี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!" กวินท์ตะโกนก้องทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างโซน A ลมร้อนจัดของบ่ายวันนี้ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย ฝุ่นปูนฟุ้งกระจาย เสียงเครื่องจักรถูกสั่งให้หยุดทำงานกะทันหัน คนงานต่างวิ่งวุ่นหลบมุมเมื่อเห็นสถาปนิกคนสวยกำลังเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ร่างสูงโปรดของภีมก้าวออกมาจากใต้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หมวกนิรภัยสีขาวถูกถอดออกแล้วใช้มือเสยผมชื้นเหงื่อขึ้นลวกๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดไม่แพ้กัน เสื้อช็อปวิศวกรเปื้อนฝุ่นปูนบางเบายิ่งขับให้ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วเข้มดูทรงอำนาจและจริงจังเป็นสองเท่า "ไม่ต้องแหกปากมาไกลขนาดนั้นก็ได้ กวินท์... ฉันเห็นรอยร้าวบ้าๆ นั่นตั้งแต่ก่อนเธอจะเดินมาถึงแล้วล่ะ" เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนกระด้างเอ่ยขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายเดินมาหยุดยืนประชิด "แล้วทำไมคุณถึงยังยืนทำหน้าตายอยู่อย่างนี้ล่ะคะคุณวิศวกร! งบก็หาย โครงสร้างก็กำลังจะทรุด ถ้าตึกนี้พังลงมาจริงๆ คนแรกที่จะโดนสอบวินัยและติดคุกหัวโตก็คือคุณกับฉันนี่แหละ!" กวินท์พุ่งเข้าไปประชิดตัว ใช้ปลายนิ้วเรียวJิ้มลงบนอกเสื้อช็อปของอีกฝ่ายแรงๆ ด้วยความโมโหระคนร้อนใจ ภีมไม่1หลบเลี่ยง แถมยังเอื้อมมือหนามาคว้าข้อมือเรียวที่กำลังจิ้มอกตัวเองไว้อย่างมั่นคง แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงกวินท์ให้อยู่กับที่ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านเนื้อผ้าจนสถาปนิกหนุ่มต้องชะงักเงยหน้าขึ้นมอง "เลิกตื่นตูมแล้วใช้สมองคิดตามฉันสิ, กวินท์" ภีมก้มลงมองสบตา ใบหน้าคมเข้มโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจเจือกลิ่นฝุ่นจางๆ ปะทะกัน "รอยร้าวนั่นไม่ได้เกิดจากคุณภาพปูนห่วยแตก แต่มันเกิดจากการรับน้ำหนักไม่สมดุล... ซึ่งเป็นผลมาจากการที่คานเหล็กหลักถูกถอดสลักออกไปสามจุดเมื่อคืนนี้" กวินท์เบิกตากว้าง ลืมความโกรธเมื่อครู่ไปชั่วขณะ "ถอดสลัก? ใครกล้าทำแบบนั้นในไซต์งานที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาขนาดนี้?" "ก็ไอ้คนที่มันฮุบเงินงบประมาณก้อนสุดท้ายไปเมื่อคืนไงล่ะ" ภีมแค่น The laugh ในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแวววابอันตราย "มันจงใจทำลายหลักฐานและหวังให้โครงสร้างพังทลายลงมาทับความผิดทั้งหมด แต่... มันลืมคิดไปว่าวิศวกรคุมงานอย่างฉัน ไม่เคยนอนหลับเต็มตาเวลาทำงานกับคนเรื่องมากอย่างเธอหรอกน่า" "นี่คุณด่าฉันหรือชมฉันคะเนี่ย?" กวินท์กัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ แม้สถานการณ์จะคับขันจนแทบหายใจไม่ออก แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะให้กับความใกล้ชิดและท่าทีนิ่งสงบแต่มั่น 100% ของคนตรงหน้า "ชมมั้ง... ถ้าเธอยังไม่เลิกเถียงแล้วมาช่วยฉันแบกรับคานเหล็กค้ำยันนี่แทนคำพูด" ภีมปล่อยข้อมือบาง ก่อนจะหันไปออกคำสั่งเสียงดังลั่นให้คนงานเตรียมเสาเหล็กไฮโดรลิกเข้ามาเสริมความมั่นคงทันที "รินรดา! เอาแบบแปลนโครงสร้างโซน A ฉบับจริงมานี่! ส่วนเธอ... กวินท์ อยากรอดคุกไปออกแบบตึกอื่นต่อไหม? ถ้าอยาก ก็หุบปากแล้วมาช่วยฉันคำนวณจุดรับน้ำหนักใหม่เดี๋ยวนี้!" สถาปนิกปากเก่งเม้มปากแน่นอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างร่างสูง สลัดความกลัวและอีโก้ทิ้งไปชั่วขณะ มือเรียวรับแบบแปลนมาจากรินรดาแล้วกางออกบนแผ่นไม้กระดานชั่วคราว ไหล่บางเบียดชิดกับไหล่กว้างของวิศวกรหนุ่มโดยไม่1ตั้งใจ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายเหงื่อจางๆ ของคนข้างกายทำเอาสมาธิที่ควรจะอยู่กับตัวเลขเริ่มสั่นคลอน "ตรงนี้... ถ้าเราใส่แจ็คพั้วท์ค้ำยันเข้าไปสองจุดพร้อมกัน น่าจะพยุงน้ำหนักไว้ได้ทันก่อนที่คอนกรีตจะเซ็ตตัวผิดรูป" กวินท์ชี้ปลายนิ้วลงบนแบบแปลน เสียงเริ่มกลับมามั่นคงและจริงจัง "ความคิดไม่เลว... สำหรับคนปากจัดอย่างเธอ" ภีมโน้มตัวลงต่ำจนแก้มเกือบชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างใบหู ทำเอากวินท์ต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้ "แต่ถ้าจะให้ปลอดภัยจริงๆ เธอต้องเป็นคนออกคำสั่งสั่งการคนงานฝั่งซ้าย ส่วนฉันจะลุยเข้าไปขันน็อตล็อกฝั่งขวาเอง... อย่าดื้อนะกวินท์ ถ้าโครงสร้างนี้พัง ฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอเจ็บตัวเด็ดขาด" คำพูดห้วนๆ ที่แฝงความห่วงใยแบบไม่ยอมเสียฟอร์มทำเอากวินท์ชะงักเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตากลมโตไหวระริก ทว่าก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะได้ทันเอ่ยปากตอบโต้อะไรกลับไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของภีมก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ภีมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดอยู่แล้วกลับมืดมนลงทันทีจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบหันกลับมามองกวินท์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนยากจะคาดเดา "มีอะไรคะภีม หน้าตาคุณดู..." "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น..." ภีมคว้ามือสมาปนิกคนสวยมากุมไว้แน่นโดยไม่สนใจสายตาใครในไซต์งาน "คนโทรมาไม่ใช่ธนาคาร... แต่เป็นเบอร์ของ 'คุณปู่' เธอ... ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน" หมอกไม้ไผ่ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านสำหรับการติดตามและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดกันและคลั่งรักของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%