สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 6

สายตาที่เผลอมอง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ปล่อยค่ะคุณภีม... บ้าหรือเปล่า มาพูดเรื่องบ้าอะไรตอนนี้!" เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของกวินท์ไม่ได้ทำให้วิศวกรหนุ่มร่างสูงสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ฝ่ามือใหญ่ที่กุมข้อมือเรียวไว้กลับกระชับแน่นขึ้นจนสัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นระรัว ไม่ใช่แค่ชีพจรของกวินท์ แต่รวมถึงของตัวเขาเองด้วย สายลมร้อนในไซต์งานช่วงบ่ายแก่ๆ พัดพาเอาฝุ่นปูนและกลิ่นเหล็กเส้นลอยวนรอบตัว ทว่าบรรยากาศรอบกายพวกเขากลับเยียบเย็นลงอย่างประหลาด เมื่อประโยคปริศนาเกี่ยวกับโทรศัพท์สายมรณะเมื่อสามปีก่อนยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววดุดันและเย่อหยิ่งของสถาปนิกคนสวยเวลานี้กลับไหววับ ฉายความตกใจระคนหวาดระแวงอย่างปิดไม่มิด ภีมไม่ได้ขยายความต่อทันที เขากวาดสายตาคมกริบมองสำรวจใบเนียนใสที่เริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความโกรธปนตื่นตระหนก ก่อนจะค่อยๆ คลายมือออกช้าๆ ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายคามือ—กิริยาอ่อนโยนขัดกับคำพูดปากร้ายที่ชอบพ่นใส่กันทุกวันเสียเหลือเกิน "ผมไม่ได้บ้า..." ภีมลดเสียงลงต่ำ ทุ้มนุ่มจนคนฟังต้องเม้มริมฝีปากแน่น "และผมก็ไม่ได้ว่างพอจะเอาเรื่องความเป็นความตายของใครมาล้อเล่น ถ้าไม่เชื่อ... คุณลองหยิบมือถือเครื่องนั้นขึ้นมาเช็คประวัติการโทรดูสิครับ คุณกวินท์" กวินท์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปดูเกร็งขึ้นมาทันที นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยยามคว2านหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อ ดวงตาคู่สวยยังคงจ้องเขม็งมาที่วิศวกรหนุ่มราวกับกำลังประเมินว่านี่คือเกมจิตวิทยาชวนประสาทกินอีกรูปแบบหนึ่งของเขาหรือเปล่า แต่ทว่า... หน้าจอสมาร์ตโฟนที่สว่างวาบขึ้นมา กลับแสดงเบอร์โทรศัพท์สายที่ไม่ได้รับเมื่อห้านาทีที่แล้ว ซึ่งเป็นเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่มีรหัสพื้นที่และตัวเลขชุดนั้นฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของกวินท์มาตลอดสามปีเต็ม... เบอร์โทรศัพท์บ้านของตระกูลที่ควรจะถูกปิดตายไปตั้งแต่วันที่ปู่เสียชีวิต ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือกลหนักจากชั้นบนที่กำลังตอกเสาเข็มสะเทือนเลื่อนลั่น กวินท์ยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาป ความหยิ่งทะนงและท่าทีปากเก่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง ภีมมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแน่น 2 อก ความตั้งใจแรกที่จะแกล้งแซวหรือหาเรื่องกัดกันเหมือนทุกทีถูกพับเก็บใส่กระเป๋าไปจนหมดสิ้น ตั้งแต่เห็นสถาปนิกคนนี้ยืนหน้าซีดเผือดถือโทรศัพท์มือถือค้างไว้เมื่อครู่ เขาก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และมันเชื่อมโยงกับบาดแผลในใจที่กวินท์พยายามปกปิดมาตลอด "เลิกทำหน้าเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่างสักทีได้ไหมครับ" ภีมถอนหายใจยาว ยื่นมือออกไปหมายจะแตะไหล่บางเพื่อดึงสติ แต่อีกฝ่ายกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว "อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ คุณภีม!" กวินท์เชิดหน้าขึ้นพยายามรวบรวมเศษซากความมั่น 2 ของตัวเองกลับคืนมา แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ "คุณไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน... คุณรู้ได้ยังไงเรื่องปู่ของฉัน คุณแอบสืบเรื่องฉันเหรอ!" "ผมไม่ได้ว่างงานขนาดนั้นหรอกน่า" ภีมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดๆ ที่ความหวังดีของเขาถูกมองเป็นภัยคุกคาม "แต่บังเอิญว่าตอนที่คุณเดินคุยโทรศัพท์หน้ากองวัสดุเมื่อกี้ หน้าจอของคุณมันหันมาทางผมพอดี... แล้วชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอมันสะดุดตาผม ก็เท่านั้นเอง" กวินท์กัดริมฝีปากล่างแน่นจนห่อเลือด "แล้วยังไง? คุณจะเอาเรื่องนี้ไปนินทากับคนอื่นในบริษัทต่อว่างั้น? เชิญเลยนะ! อยากรู้นักว่าพวกปากหอยปากปูจะเอาไปเม้าท์กันสนุกปากแค่ไหน" "คุณนี่มัน..." ภีมขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความซึนเดเระและนิสัยปากไม่ตรงกับใจพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนอยากจะเขย่าร่างบางให้หลุดความดื้อรั้นออกมา "ผมไม่ใช่คนปากโป้งแบบที่คุณคิดนะกวินท์! ที่ผมพูดขึ้นมาเพราะเห็นคุณหน้าซีดจะเป็นลมอยู่รอมร่อต่างหาก หัดมองเจตนาคนอื่นให้มันดีๆ ซะบ้าง!" บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดเสียยิ่งกว่าโครงสร้างเหล็กที่กำลังรับน้ำหนัก ไดอะล็อกเชือดเฉือนที่เคยเป็นอาวุธประจำตัวของทั้งคู่กลับถูกแทนที่ด้วยความอึมครึมทางอารมณ์ที่ซับซ้อนกว่าเดิม กวินท์จ้องหน้าวิศวกรหนุ่มเขม็ง มองลึกเข้าไปในดวงตาคมคู่นั้นเพื่อค้นหาความเยาะเย้ย แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดตามประสาคนปากร้ายใจดี ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรตอกหน้าใส่กันอีกครั้ง เสียงฝีเท้ากựบกับพร้อมเสียงใสๆ ของรินรดาก็ลอยละลิ่วมาแต่ไกล "พี่กวินท์! พี่ภีม! แย่แล้วค่ะ แบบแปลนโครงสร้างโซน D มีปัญหา ผู้รับเหมาทักท้วงเรื่องระยะเสาเอ็น..." รินรดารีบวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบแฮกอยู่ตรงหน้า แต่พอสังเกตเห็นบรรยากาศรอบตัวรุ่นพี่ทั้งสองคนที่ยืนประจันหน้ากันด้วยระยะห่างที่ใกล้ชิดผิดปกติ แถมยังมีรังสีอำมหิตพวยพุ่งออกมาเป็นระลอกๆ น้องเล็กของทีมก็ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "เอ่อ... หนู... หนูขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?" รินรดาหัวเราะแห้งๆ พลางกวาดสายตามองสลับไปมาระหว่างใบหน้าบึ้งตึงของภีมกับท่าทีตื่นตัวระแวดระวังของกวินท์ กวินท์รีบเบนสายตาหนีจากภีม ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในแววตา ก่อนจะหันไปหารุ่นน้องด้วยน้ำเสียงที่พยายามดึงให้ราบเรียบที่สุด "ไม่มีอะไร... เสาโซน D ว่ายังไงนะรินรดา? พาฉันไปดูเดี๋ยวนี้เลย" พูดจบ กวินท์ก็ก้าวฉับๆ เดินนำหน้ารุ่นน้องไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองวิศวกรหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังเลยสักนิด ทิ้งให้ภีมยืนมองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งห่วง ทั้งฉุน และ... เผลอยิ้มออกมาบางเบาอย่างไม่รู้ตัว ภีมยกมือขึ้นกอดอก สายตาคมกريบจับจ้องร่างโปร่งที่กำลังก้มๆ เงยๆ ชี้แจงแบบแปลนกับรินรดาด้วยท่าทางจริงจัง ท่ามกลางความวุ่นวายของไซต์งานก่อสร้าง ร่างของกวินท์โดดเด่นสะดุดตาเสมอในสายตาของเขา ต่อให้ปากจะบอกว่าเกลียดความเรื่องมากของสถาปนิกคนนี้แค่ไหน... แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกวินาทีที่ผ่านมา สายตาของเขาไม่เคยละไปจากผู้ชายปากเก่งคนนี้ได้เลยสักครั้ง และยิ่งความลับเรื่องโทรศัพท์สายนั้นถูกเปิดเผยขึ้นมา ภีมก็ยิ่งรู้สึกลึกๆ ว่า... เขาไม่มีวันปล่อยให้กวินท์ต้องแบกรับเรื่องบ้าๆ นี้ไว้คนเดียวแน่ๆ แต่ทว่า... ในจังหวะที่ภีมกำลังจะก้าวเท้าเดินตามเข้าไปสมทบ สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยร่างหนึ่งกำลังเดินเลี้ยวมาจากมุมตึกโครงสร้างด้านหลัง—ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทภูมิฐานที่สวมหมวกนิรภัยบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่โครงหน้าและท่าทางการเดินนั้น... ทำให้เลือดในกายของวิศวกรหนุ่มเย็นเฉียบลงในพริบตา รอยยิ้มที่มุมปากของภีมหายวับไปทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า บุคคลที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากจุดที่กวินท์ยืนอยู่ไม่ถึงสิบเมตร... คือชายชราที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ในสุสานมานานกว่าสามปีเต็มแล้ว! "ช... หรือว่า..." ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%