แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกในห้องประชุมใหญ่ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้กาแฟเย็นชืดในแก้วกระเซ็นออกมาเล็กน้อย กวินท์สะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว แต่ใบหน้าเรียบตึงและคางที่เชิดขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัวไม่ได้แสดงพิรุธใดๆ ออกมาเลยสักนิด ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมคมกริบตวัดมองผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แม้ว่าตัวเลขในรายงานความเสียหายของโครงสร้างส่วนต่อขยายเฟสสามจะทำเอาคนอ่านแทบหยุดหายใจก็ตาม
"คุณกวินท์... คุณอธิบายมาสิครับ ว่าทำไมแบบสถาปัตยกรรมกับหน้างานจริงถึงได้เบี่ยงเบนไปเกือบสิบเซนติเมตรแบบนี้ ถ้าเสาเข็มต้นนี้ทรุดตัวลงมาตอนส่งมอบงานจริงๆ ใครจะรับผิดชอบชีวิตคนนับร้อยที่ต้องเข้ามาใช้งานตึกนี้!"
เสียงตวาดก้องของผู้อำนวยการโครงการดังสะท้อนไปทั่วห้องประชุมที่เงียบกริบ รินรดาที่นั่งอยู่มุมโต๊ะถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวเล็กจิกเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะด้วยความเครียดจัด ใครๆ ก็รู้ว่าข้อผิดพลาดนี้ร้ายแรงแค่ไหน และในฐานะหัวหน้าสถาปนิก กวินท์คือเป้าหมายหลักที่ต้องรับหน้าเสื่อในความพินาศครั้งนี้
กวินท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อซ่อนความสั่นไหวในอก เรียวปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง สมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางแก้ตัว เขาจำได้แม่นยำว่าตนเองส่งแบบแปลนที่แก้ไขล่าสุดให้ทางทีมวิศวกรรมตรวจสอบแล้ว แต่ถ้าหากเกิดความผิดพลาดขึ้นจริงในหน้างาน ความรับผิดชอบทั้งหมดก็จะตกเป็นของเขาโดยไม่มีข้อแก้ตัว... และนั่นหมายถึงอนาคตในวิชาชีพที่สั่งสมมาหลายปีอาจจบลงในพริบตา
ทว่า ก่อนที่กวินท์จะทันได้อ้าปากเปล่งคำแก้ตัวใดๆ ออกมาเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีอันทิฐิสูงของตน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชลซีพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดโปーンก็ก้าวพรวดเข้ามาหยุดยืนแทรกกลางระหว่างเขากับโต๊ะประชุม
"ผมเป็นคนสั่งแก้แบบหน้างานเองครับ"
เสียงทุ้มต่ำ ห้วนสั้น และเต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาดดังแทรกขึ้นมาทันที ภีมยืนนิ่ง ใบหน้าคมสันบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารทุกคนด้วยแววตาดุดันราวกับพญาเสือที่พร้อมขย้ำเหยื่อ เขาไม่ได้หันมามองกวินท์แม้แต่น้อย แต่แผ่นหลังกว้างที่ก้าวเข้ามาบังร่างโปร่งไว้มิดชิดนั้นให้ความรู้สึกปกป้องอย่างประหลาด
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ผู้อำนวยการขมวดคิ้วมุ่น "คุณภีม? คุณหมายความว่ายังไง วิศวกรควบคุมงานอย่างคุณเป็นคนสั่งเปลี่ยนสเปกโครงสร้างโดยไม่ผ่านที่ประชุมเนี่ยนะ! คุณบ้าไปแล้วหรือไง!"
"ผมไม่ได้บ้าครับ" ภีมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกน "หน้างานจริงมีอุปสรรคเรื่องแนวท่อระบบใต้ดินเดิมที่ไม่ได้ระบุไว้ในแบบแปลนดั้งเดิม ถ้าไม่ขยับแนวเสาตรงจุดนั้น โครงสร้างหลักทั้งหมดจะรับน้ำหนักไม่ได้และพังทลายลงมาในระยะยาว ผมเป็นคนตัดสินใจหน้างานเอง และถ้าจะมีใครต้องรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด เชิญลงโทษที่ผมคนเดียวได้เลยครับ"
กวินท์เบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ความโกรธระคนตกใจพุ่งพล่านขึ้นมาจนจุกอก เขาจำได้แม่นว่าหน้างานตรงนั้นไม่มีปัญหาเรื่องท่อใต้ดินอะไรทั้งสิ้น! นั่นคือข้ออ้าง... เป็นคำโกหกสีขาวที่ภีมกุขึ้นมาเพื่อรับผิดแทนเขารวมถึงปกป้องอนาคตของเขาอย่างหน้าตาเฉย!
"นี่คุณ..." กวินท์ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ มือเรียวคว้าแขนเสื้อของภีมไว้แน่น แรงบีบสะท้อนความไม่พอใจและความร้อนรนที่ตีรวนอยู่ในอก "คุณพูดบ้าอะไรออกมา! นั่นไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อย แบบนั้นมัน..."
"หุบปากน่า กวินท์" ภีมตวัดสายตากลับมามองสถาปนิกจอมทิฐิ ดวงตาคู่นั้นดุจัดแต่แฝงประกายบางอย่างที่ร้อนแรงและลึกซึ้งจนคนมองแทบหายใจไม่ออก เป็นสายตาที่สั่งห้ามไม่ให้เถียง เป็นสายตาที่ยอมแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่ากว้างๆ ของตัวเองโดยไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนตรงหน้าได้แม้แต่ปลายเล็บ
"แต่ว่า..." กวินท์เม้มปากแน่น ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในใจมันจุกจนพูดไม่ออก ผู้ชายปากร้าย เย็นชา และชอบทำตัวน่าหงุดหงิดใส่เขาตลอดเวลาคนนี้... กำลังเอาตำแหน่งงานและอนาคตของตัวเองมาเดิมพันเพื่อช่วยเขาอย่างนั้นหรือ
"คุณภีม! การกระทำของคุณถือเป็นการละเมิดกฎร้ายแรง พรุ่งนี้เช้าผมต้องการใบบันทึกชี้แจงอย่างเป็นทางการ ไม่อย่างนั้นคุณเตรียมตัวรับทัณฑ์บนได้เลย!" ผู้อำนวยการตบโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโห ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกนอกห้องประชุมไปตามด้วยคณะผู้บริหารคนอื่นๆ
ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง เหลือเพียงคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางกองเอกสารและเศษซากความวุ่นวาย
ภีมถอนหายใจยาว พรูลมหายใจร้อนๆ ออกมาจากอกก่อนจะหันกลับมามองสถาปนิกตัวแสบที่ยังคงยืนกำหมัดแน่น กรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนด้วยความเครียด
"ทำไมต้องทำแบบนี้..." เสียงของกวินท์แผ่วเบาลงกว่าเดิม ความเย่อหยิ่งทิฐิสูงที่เคยมีหายวับไปกับตา เหลือเพียงความสั่นเครือเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความดื้อรั้น "คุณบ้าหรือไงภีม รู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ ถ้าโดนไล่ออกขึ้นมาจริงๆล่ะ..."
"แล้วจะให้ผมยืนมองคนปากเก่งแถวนี้โดนเฉหัวส่งออกไปหรือไง" ภีมสวนกลับ น้ำเสียงดุแต่แววตาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างโปร่งจนกวินท์ต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะประชุมด้านหลังอย่างไร้ทางหนี
"ผม..." กวินท์อ้าปากจะเถียง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความห่วงใยภายใต้มาดดุๆ นั้น คำพูดทุกคำก็ติดอยู่ที่ลำคอ
ภีมยกมือขึ้น ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับเครื่องมือช่างค่อยๆ เอื้อมมาเกลี่ยกรอบแว่นและปอยผมที่ตกลงมาปรอหน้าผากมนออกให้อย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับบุคลิกห้าวหาญของเจ้าตัวโดยสิ้นเชิง
"เลิกทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ได้แล้ว กวินท์..." ภีมกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ "เรื่องงานผมจัดการเองได้... แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมจัดการไม่ได้ ถ้าคุณยังดื้อไม่เลิกแบบนี้"
กวินท์ชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ "เรื่องอะไร..."
ภีมไม่ตอบทันที ทว่าใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วใส ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากบางของสถาปนิกหนุ่มสลับกับนัยน์ตากลมโตที่สั่นระริก
"เรื่องหัวใจผม... ที่ตอนนี้มันไม่ยอมฟังคำสั่งผมอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต่มีคุณเข้ามาวุ่นวายในชีวิต"
ประโยคสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันทำเอาสถาปนิกปากเก่งถึงกับนิ่งค้าง สมองขาวโพลน หัวใจเต้นรัวระทึกจนดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง
ทว่า ก่อนที่กวินท์จะได้ทันตั้งตัวหรือเอ่ยปากตอบโต้อะไร ประตูห้องประชุมที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหอบแฮกของรินรดaที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"พี่ภีม! พี่กวินท์! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้างานโซน C..."
รินรดารีบหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งสองที่ยืนชิดติดกันจนแทบจะรวมร่างกันอยู่แล้ว สถาปนิกรุ่นน้องกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแล้วหันหลังกลับแทบไม่ทัน
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ! หนูไม่น่าเข้ามาขัดจังหวะความรักเลย เชิญพวกพี่เคลียร์กันให้เสร็จก่อนนะคะ หนูยังเด็ก หนูยังไม่อยากตาบอด!"
ภีมถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย ขณะที่กวินท์หน้าแดงแจ๋ ดันอกแกร่งของวิศวกรหนุ่มให้ออกห่างด้วยความเขินอายปนหมั่นไส้ ก่อนจะรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเดินหนีออกไปทันที
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 17
คำโกหกสีขาว
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!