รอยดินสอ 2B บนกระดาษไขแผ่นนั้นไม่ได้ผิดรูป แต่มันกำลังกรีดร้องใส่หน้ากวินท์ด้วยความจริงที่โหดร้ายที่สุด
“คุณกำลังบอกฉันว่า... ฐานรากโซน B ที่ตอกเสาเข็มไปเมื่อเดือนก่อน มีออฟเซ็ตเคลื่อนตัวจากจุดศูนย์กลางสามเซนติเมตรอย่างนั้นเหรอคะ?”
เสียงของกวินท์ไม่ได้ดัง แต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่กรีดลงบนกระดาษสถาปัตยกรรมชิ้นเอก เขายืนค้ำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในสำนักงานสนาม กลิ่นอฝุ่นปูนและกาแฟดำเข้มข้นลอยอบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันไม่อาจกลบความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบจะคว้ามาจับต้องได้ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องเขม็งไปยังร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่
ภีมถอนหายใจยาว พ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยท่าทีที่กวินท์หมั่นไส้มาตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉยจนน่ากระทืบ—หากไม่ติดว่าไหล่หนาและสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกำลังฟ้องว่าเจ้าตัวเครียดไม่แพ้กัน
“ไม่ใช่แค่สามเซนติเมตรครับ... เอ่อ หมายถึง... สามจุดห้าเซนติเมตร” ภีมแก้ตัวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจกวนประสาท “และถ้าคุณสถาปัตย์คนเก่งใช้สายตาอันเฉียบคมมองทะลุโมเดล 3D ออกมาดูหน้างานจริงเมื่อวานนี้ คุณก็จะเห็นว่าคานรับน้ำหนักชั้นสองมันกำลังจะ ‘ฝืน’ โครงสร้างเดิมอยู่แล้ว”
“ฉันเป็นสถาปนิกค่ะคุณภีม หน้าที่ของฉันคือดีไซน์ความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่มานั่งเช็กพิกัดตอกเสาเข็มใต้ดินที่คุณควรจะรับผิดชอบตั้งแต่แรก!” กวินท์กระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ เสียงดังปังจนรินรดาที่กำลังเดินถือแก้วกาแฟผ่านมาถึงกับสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดออกไปจากรัศมีระเบิดทันที
“ปากเก่งจังนะ” ภีมก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละก้าว ความสูงที่ได้เปรียบทำให้เขาต้องก้มมองลงมาเล็กน้อย ดวงตาคมดุคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านยาก ระหว่างความหงุดหงิดกับความเอ็นดูที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง “ตอนวาดเส้นโค้งเว้าพวกนี้ คุณใช้ความรู้สึกนำหน้าวิศวกรรมสastใช่ไหมล่ะ พอเจอความจริงหน้างานเข้าหน่อย ทำเป็นมารubโวยวายใส่ผม”
“นี่คุณ!” กวินท์นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเหลืออด “ถ้าโปรเจกต์นี้พังเพราะความสะินของวิศวกรปากเสียอย่างคุณ ฉันนี่แหละจะเอาแบบแปลนฉบับนี้ไปเคาะหัวคุณคนแรกเลยคอยดู!”
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ ภีมไม่ถอยหนี เขากลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนกวินท์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกันถ้ากวินท์ไม่เผลอเอียงหน้าหนIไปเสี้ยววินาที กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแดดและฝุ่นปูนอ่อนๆ จากตัวภีมทำเอาสถาปนิกปากเก่งถึงกับลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
“จะเคาะหัวผม... หรือจะทำอย่างอื่นดีล่ะครับ” ภีมกระซิบเสียงพร่า แววตาที่มองมาไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความท้าทายและความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ “แต่บอกไว้ก่อนนะ... ข้อผิดพลาดเก่านี่ ไม่ใช่ฝีมือผมคนเดียวหรอก”
“หมายความว่ายังไงคะ?” กวินท์ขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นผิดจังหวะด้วยความไม่สบอารมณ์ปนความตระหนก
“เปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของคุณดูสิครับ... ตรงช่องลับใต้พิมพ์เขียวฉบับแรกสุดที่คุณเซ็นอนุมัติเมื่อหเดือนก่อนนั่นแหละ”
ภีมผละตัวออกไปยืนกอดอกตามเดิม ทิ้งให้กวินท์ยืนงوงงอยู่กับที่ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปดึงลิ้นชักไม้สีเข้มที่ฝืดเคืองออกมาช้าๆ ภายในนั้น นอกจากกระดาษโน้ตและอุปกรณ์เขียนแบบแล้ว ยังมีซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ ซองหนึ่งวางนอนอยู่ นอกเหนือจากรายงานทางธรณีวิทยาที่ถูกละเลยไปแล้ว บนซองนั้นยังมีลายมือหวัดๆ ของใครบางคนเขียนกำกับไว้ด้วยปากกาหมึกซึมสีน้ำเงิน
*‘ระวังเรื่องการทรุดตัวของแนวตะวันออก... สถาปนิกหัวดื้ออาจจะต้องเสียน้ำตาถ้าไม่ยอมแก้ตั้งแต่ตอนนี้’*
กวินท์เบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าวิศวกรหนุ่มทันที แต่ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากจะได้เอ่ยถามอะไรออกไป เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
“คุณกวินท์คะ! คุณภีมคะ! แย่แล้วค่ะ!” เสียงรินรดาร้องตะโกนลั่นจากด้านนอก ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้อณุญาต รินรดายืนหอบหายใจโยนแท็บเล็ตในมือมาบนโต๊ะ หน้าตาซีดเผือด “ผู้บริหารระดับสูงจากส่วนกลาง... มาตรวจไซต์งานกะทันหันตอนนี้เลยค่ะ! และเขากำลังเดินมาที่นี่แล้ว!”
ขอบพระคุณคุณรี้ดทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความละมุนและปะทะคารมไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 16
ความลับใต้พิมพ์เขียว
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!