เสียงวางแก้วน้ำกระทบลงบนหินอ่อนของโต๊ะอาหารดัง *‘กริ๊ง’* เบาๆ แต่กลับกรีดลึกลงไปในความเงียบงันที่ปกคลุมพื้นที่รอบตัวได้อย่างน่าประหลาด
กวินท์ก้มมองจานสลัดในมือที่แทบไม่ได้พร่องไปจากเดิมเลยตั้งแต่พนักงานเสิร์ฟมาเสิร์ฟเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ปลายนิ้วเรียวที่มักจะจับดินสอและปากกาเขียนแบบได้อย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้กลับกำลังหมุนก้านแก้วไวน์ในมือไปมาอย่างไร้จุดหมาย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาพยายามหลบเลี่ยงการสบตาตรงๆ กับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างสุดกำลัง เพราะแค่บรรยากาศรอบตัวผู้ชายคนนี้ก็แผ่รังสีความกดดันออกมาจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นของแข็งอยู่แล้ว
"ถ้าอาหารร้านนี้มันรสชาติแย่จนคุณกลืนไม่ลงขนาดนั้น บอกผมได้นะคะ... เดี๋ยวผมจะได้สั่งให้เขาเปลี่ยนเมนูให้ใหม่ หรือไม่ก็... พาไปร้านอื่นที่คุณคิดว่ามัน 'คู่ควร' กับสถาปนิกปากจัดอย่างคุณมากกว่านี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบ ภีมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ ต่างจากกวินท์ลิบลับ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดดที่ถูกถอดวางไว้บนโต๊ะกำลังจ้องมองท่าทีอึดอัดของอีกฝ่ายด้วยความขบขันระคนเอ็นดู สายตาคู่นั้นทั้งดุดันและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน จนกวินท์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุมด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจหาคำอธิบายมาหักล้างได้
"ผมไม่ได้เรื่องมากเรื่องอาหารค่ะคุณภีม... แค่คิดอยู่ว่าไอ้นัดกะทันหันที่ลากผมออกมาจากกองแบบแปลนโครงสร้างตึกเฟสสามเนี่ย มันมีวาระซ่อนเร้นอะไรที่สำคัญขนาดต้องให้วิศวกรหัวหน้าควบคุมงานอย่างคุณต้องลงมาตามตัวผมด้วยตัวเอง" กวินท์เงยหน้าขึ้นเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความสั่นไหวในน้ำเสียง ปากเรียวบางขยับตอบโต้กลับไปทันควันตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "หรือว่า... คิดถึงผมจนทนหน้าบูดๆ ของตัวเองในไซต์งานไม่ไหวแล้วล่ะคะ?"
คำพูดจิกกัดที่พยายามทำเป็นเล่นแต่ซ่อนความประหม่าเอาไว้เต็มเปี่ยม ทำให้มุมปากของภีมกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ รอยยิ้มที่ทำให้กวินท์นึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนในห้องทำงาน รอยยิ้มที่ทิ้งจังหวะการเต้นของหัวใจเขาให้รวนเรจนเกือบควบคุมไม่อยู่
"ปากเก่งขึ้นเยอะเลยนี่คะ... หลังจากตอนบ่ายที่ยืนมือสั่นจนเกือบทำแฟ้มร่วงใส่เท้าผม" ภีมจงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างระหว่างกัน แขนแกร่งสองข้างประสานกันบนโต๊ะอาหาร ดวงตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายราวกับต้องการอ่านความลับที่ซ่อนอยู่ข้างใน "ผมอุตส่าห์ใจดีพามาเลี้ยงข้าวเพื่อไถ่โทษเรื่องที่ชอบพูดจาขัดหูในที่ประชุม... แต่ดูท่าทางคุณแล้ว เหมือนอยากจะเอาส้อมแทงผมมากกว่ากินอาหารร่วมกันซะอีกนะ"
"รู้ตัวก็ดีนี่คะ" กวินท์สวนกลับทันควัน ใบหน้าเนียนเริ่มมีริ้วสีแดงระเรื่อแต้มขึ้นมาที่พวงแก้มอย่างปิดไม่มิด ความใกล้ชิดที่ถูกจู่โจมอย่างไร้การตั้งตัวทำให้เขาต้องเบือนหน้าหนีไปมองวิวภายนอกกระจกใสของร้านอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้าแทน "ถ้าไม่มีเรื่องงานสำคัญอะไร ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ รู้สึกว่าอากาศแถวนี้มันเริ่มหายใจไม่ค่อยออกยังไงก็ไม่รู้"
"นั่งลงค่ะ... กวินท์"
น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันทีทำให้ร่างบางที่ทำท่าจะลุกขึ้นยืนชะงักกึก กวินท์หันกลับมามองด้วยความไม่พอใจ แต่ทว่าแววตาของภีมในตอนนี้กลับไม่มีร่องรอยของการหยอกล้อหลงเหลืออยู่เลย มันเป็นแววตาที่ลุ่มลึกและจริงจังจนน่ากลัว เป็นสายตาแบบเดียวกันกับเวลาที่อีกฝ่ายยืนตรวจแบบโครงสร้างวิศวกรรมที่พลาดไม่ได้แม้แต่มิลลิเมตรเดียว
"ผมไม่ได้พาคุณออกมาเพราะเรื่องงานในแบบที่คุณคิดหรอกนะคะ..." ภีมเอ่ยเบาๆ แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ มือหนายื่นออกไปวางทับลงบนหลังมือของกวินท์ที่กำเข้าหากันแน่นอยู่บนโต๊ะ แรงสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งเฮือกแต่กลับไม่ยอมชักมือหนี "ที่ผมนัดคุณมาวันนี้... เพราะผมมีเรื่องที่ต้องเคลียร์ให้มันชัดเจนระหว่างเรา"
หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบ ไอร้อนจากฝ่ามือของวิศวกรหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึกจนแทบจะหลอมละลายทิฐิทั้งหมดที่มีในตัวให้พังทลายลงมา ไดอะล็อกและการกระทำที่ไม่อาจคาดเดาของผู้ชายคนนี้มักจะทำให้เขากลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอยู่เสมอ และเขาก็รู้ดีว่าเวลานี้ตัวเองกำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดผึ่งลงได้ทุกเมื่อ
"เรื่อง... อะไรล่ะคะ" กวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามรักษามาดความนิ่งเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองชุดในอกจะดังจนกลบเสียงเพลงคลอเบาๆ ในร้านไปหมดแล้วก็ตาม
ภีมไม่ตอบในทันที ดวงตาคู่คมเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรงๆ อีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอัดแน่นที่เก็บซ่อนไว้มานาน
"เรื่องที่ว่า... ตกลงแล้วที่เรากัดกันอยู่ทุกวันนี้ มันเป็นเพราะงาน... หรือเป็นเพราะผมชอบคุณกันแน่คะ กวินท์"
เพล้ง!
เสียงแก้วไวน์ของโต๊ะข้างเคียงหล่นแตกกระจายเรียกความสนใจจากคนรอบข้าง แต่สำหรับกวินท์แล้ว โลกทั้งใบกลับหยุดหมุนลงตรงวินาทีที่ประโยคคำถามนั้นลอยเข้ามากระทบโสตประสาท ร่างเพรียวแข็งทื่อค้างเติ่ง ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนสมองประมวลผลแทบไม่ทัน กับการสารภาพตรงไปตรงมาแบบไม่มีฟิลเตอร์กรองใดๆ ของผู้ชายปากแข็งคนนี้
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหารอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดแบบเดิมอีกต่อไป หากแต่มันคือความตึงเครียดที่อบอวลไปด้วยความหวานล้ำและอันตรายต่อหัวใจอย่างถึงที่สุด
ทว่า... ในจังหวะที่กวินท์อ้าปากเตรียมจะเอ่ยคำตอบอะไรสักอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายและอาการทำอะไรไม่ถูกนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยพร้อมกับเสียงทักทายสดใสก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกเขาเสียก่อน
"อ้าว! พี่ภีม พี่กวินท์ บังเอิญจังเลยค่ะ มากินข้าวร้านเดียวกันได้ยังไงเนี่ย... อุ๊ย! รบกวนเวลาสวีทกันอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย พอดีหนูพาเพื่อนมาโต๊ะโน้น... เดี๋ยวแวะมาทักเฉยๆ ค่ะ!"
รินรดาในชุดไปรเวทสวยเก๋ยืนโบกมือยิ้มร่าอยู่ข้างโต๊ะ โดยที่ข้างกายเธอกลับมีร่างสูงโปรดของใครอีกคนก้าวตามมาสมทบ—ผู้ชายใบหน้าคมคายรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่กวินท์จำได้แม่นว่าคือสถาปนิกหนุ่มฟรีلาซรุ่นพี่ที่เคยมีข่าวพัวพันกับโปรเจกต์ใหญ่และมีปัญหากระทกระทั่งกับภีมมาก่อนหน้านี้!
ดวงตาคมของภีมไหววับด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิดเมื่อเหลือบไปเห็นแขกไม่ได้รับเชิญ ขณะที่กวินท์กลับรู้สึกเหมือนได้ลมหายใจเฮือกใหญ่กลับคืนมา ทว่าหัวใจกลับยิ่งเต้นระรัวหนักกว่าเดิมเมื่อบรรยากาศรอบโต๊ะพลันพลิกผันจากเรื่องส่วนตัวกลายเป็นสนามอารมณ์ระอุขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาทีนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความละมุนและปะทะคารมไปกับความซึนของพี่ภีมกับน้องกวินท์ในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 19
นัดกินข้าวที่ไม่ใช่นัดงาน
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!