สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 23

ความโกรธที่ควบคุมไม่อยู่

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“คุณกำลังจะบอกว่า การที่ผมต้องอยู่เคลียร์หน้างานจนดึกดื่น คือหน้าที่... แต่การที่คุณไปนั่งจิบไวน์กับ ‘คนอื่น’ คือสิทธิส่วนบุคคลใช่ไหมคะ ภีม?” เสียงของกวินท์ไม่ได้ดัง แต่กลับสั่นสะเทือนไปทั่วออฟฟิศชั่วคราวกลางไซต์งาน แรงกดดันจากร่างสูงโปร่งที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะเขียนแบบ ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ภีมวางหมวกเซฟตี้ลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ จนฝุ่นฟุ้งกระจาย เขาไม่ได้หลบสายตาที่ราวกับใบมีดโกนของกวินท์ แววตาคมดุของวิศวกรหนุ่มวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ “มันก็แค่การนัดคุยงานธุรกิจ กวินท์ อย่าทำตัวไร้สาระให้มันมากนัก” ภีมแค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนากระชากคอเสื้อเชิ้ตที่เริ่มยับย่นออกเล็กน้อยเพื่อระบายอารมณ์ “หรือว่าที่หงุดหงิดขนาดนี้ เพราะเสียดายที่ผมไม่ได้ชวนคุณไป ‘นั่งเฝ้า’ ด้วย?” “เสียดาย?” กวินท์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงจดจ้องคนตรงหน้าอย่างเย็นชา “คุณสำคัญตัวผิดไปไกลมากเลยนะคะภีม ฉันแค่รำคาญที่ต้องมาคอยแก้ปัญหาหน้างานแทนคนที่มี ‘ธุระสำคัญ’ มากกว่าโครงสร้างตึกที่กำลังจะถล่มลงมาเพราะความประมาทของคุณ” “ความประมาทงั้นเหรอ?” ภีมก้าวเท้าเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย “ไอ้ความประมาทที่ว่าเนี่ย มันก็ยังดูแลโครงการให้คุณจนจบ ไม่เคยมีส่วนไหนพัง... ไม่เหมือน ‘หัวใจ’ ของบางคนหรอกนะ ที่พังไม่เป็นท่าเพียงเพราะเห็นผมไปกับคนอื่นแค่ครั้งเดียว” คำพูดจี้จุดทำให้กวินท์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความโกรธที่สั่งสมมาตั้งแต่เห็นภาพภีมก้าวขึ้นรถหรูคันนั้นกับลูกค้าสาวคนสำคัญเมื่อช่วงค่ำพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนคุมไม่อยู่ กวินท์คว้าแฟลนแปลนงานบนโต๊ะขว้างลงพื้นอย่างแรงจนกระดาษกระจายว่อน “อย่ามาทำเป็นรู้ดี!” กวินท์สวนกลับ เสียงเริ่มสั่นด้วยความอัดอั้น “คุณจะไปกับใคร จะสนิทสนมกับใครในงานเลี้ยงนั่นฉันไม่สน แต่สิ่งที่ฉันรับไม่ได้คือการที่คุณทิ้งงานที่ค้างไว้ แล้วปล่อยให้ฉันต้องรับหน้ากับความล่าช้านี้เพียงลำพัง คุณมันก็แค่คนเห็นแก่ตัวที่เอาแต่ใจจนไม่มีความรับผิดชอบ!” “เห็นแก่ตัวเหรอ?” ภีมตวาดลั่น มือหนาคว้าข้อมือของกวินท์เอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำร้าย แต่หนักแน่นพอที่จะตรึงอีกฝ่ายให้อยู่กับที่ “ถ้าผมเห็นแก่ตัวจริงๆ ผมคงไม่ยอมทิ้งงานเลี้ยงมาดึกๆ ดื่นๆ เพื่อจะกลับมาดูว่าคุณหนูสถาปนิกที่เอาแต่บ้างานคนนี้ จะยังนั่งอยู่ตรงนี้หรือเปล่า... คุณมันก็แค่พวกปากแข็งที่ใจไม่กล้าพอจะยอมรับว่า ‘หึง’!” กวินท์เบิกตากว้าง ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมในเสี้ยววินาทีนั้น หัวใจของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินคำพูดที่ตรงไปตรงมาจนน่าใจหาย แรงปะทะระหว่างทิฐิที่สูงลิ่วกับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชาเริ่มพังทลายลง “ปล่อยฉัน...” กวินท์พยายามดึงข้อมือออก แต่ภีมกลับดึงร่างของเขาเข้าไปหาตัวมากขึ้นจนแผ่นอกแนบชิดกัน ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่รดรินกันอยู่เพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นปูนในไซต์งานกลายเป็นความเย้ายวนที่น่าอันตรายที่สุดในตอนนี้ “ไม่ปล่อย” ภีมกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงที่เคยดุดันเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและกดต่ำ “ในเมื่อปากคุณมันร้ายนัก ก็ลองพูดประโยคเดิมให้ฟังอีกรอบสิ... เอาให้ชัด ว่าที่โกรธอยู่เนี่ย เพราะเรื่องงาน หรือเพราะ ‘ผม’ กันแน่?” กวินท์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่วูบไหวของวิศวกรหนุ่ม ความโกรธที่เคยร้อนแรงเริ่มมอดไหม้เหลือเพียงความต้องการที่ปะทุขึ้นแทนที่ ทิฐิที่เคยมีถูกท้าทายด้วยความดื้อรั้นของคนตรงหน้า จนแทบจะกลั้นอารมณ์ไว้ไม่ไหว “คุณมันหลงตัวเอง...” กวินท์กัดริมฝีปากแน่น พยายามจะดึงสติที่แตกกระเจิงกลับคืนมา แต่ดูเหมือนคำพูดนั้นจะไร้น้ำหนักไปถนัดตา เมื่อภีมเลื่อนมือจากข้อมือขึ้นมาประคองใบหน้าของเขาไว้ด้วยความเบามืออย่างไม่คาดคิด ทว่า ท่ามกลางความตึงเครียดที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบจากทางเดินด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นมา ตามด้วยเสียงเคาะประตูไม้ที่ดังรัวราวกับมีเรื่องด่วน จนทั้งคู่ต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว “คุณกวินท์คะ! คุณภีม! อยู่ข้างในไหมคะ?” เสียงของรินรดา ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต หญิงสาวชะงักกึกทันทีที่เห็นสภาพของคนทั้งสองที่ยืนห่างกันไม่ถึงคืบ แววตาของรินรดาเบิกกว้างเมื่อเห็นคราบฝุ่นบนไหล่ของกวินท์และสายตาที่ยังคงคุกรุ่นของภีม “เอ่อ... คือว่า... เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้างานโซน B แล้วค่ะ ดินถล่มปิดทางเข้า... พวกคุณต้องรีบไปดูเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!” หัวใจของกวินท์และภีมกระตุกวูบในทันที ความขัดแย้งส่วนตัวมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงสัญชาตญาณของการทำงานที่พุ่งสูงขึ้น ภีมรีบคว้าหมวกเซฟตี้บนโต๊ะแล้วหันมามองกวินท์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน แววตาที่พร้อมจะลุยและปกป้อง ทว่าก่อนที่กวินท์จะก้าวเท้าตามออกไป รินรดาก็ขยับเข้ามาใกล้เขาแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของกวินท์แทบหยุดไหล “คุณกวินท์คะ... เรื่องดินถล่มน่ะเป็นเรื่องจริง แต่สาเหตุที่มันถล่ม... ไม่ใช่เพราะธรรมชาติหรอกค่ะ มีคนจงใจทำลายโครงสร้างที่เราเสริมไว้เมื่อตอนเย็นนี้เอง” กวินท์นิ่งค้างไป ราวกับถูกกระชากลงสู่หุบเหวแห่งความจริงที่เพิ่งเปิดเผย ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ว่าใครกันที่อยู่เบื้องหลังความพินาศครั้งนี้ แล้วความสัมพันธ์ของกวินท์กับภีมจะเดินต่อไปอย่างไรท่ามกลางวิกฤตที่กำลังคืบคลานเข้ามา... แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ! ด้วยรักจากใจ... หมอกไม้ไผ่ค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%