"พี่ริน... พี่เข้ามาตอนไหน"
เสียงของกวินท์ไม่ได้สั่นไหวอย่างที่ควรจะเป็น แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมา เขาผละออกจากภีมอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อเชิ้ตที่ยับย่นให้เข้าที่ด้วยท่าทีเรียบเฉย ทว่าแววตากลับหลบวูบไปยังแบบแปลนที่วางระเกะระกะบนโต๊ะไม้ตัวยาว ขณะที่ภีม... วิศวกรหนุ่มผู้ปากหนัก ขยับกรามแน่นจนขึ้นสันนูน เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เสมองไปทางอื่น ใบหน้าคมเข้มแดงซ่านลามไปถึงใบหู
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ถาดกาแฟในมือสั่นระริกจนช้อนกระทบแก้วเกิดเสียงดังเคร้ง เธอไม่ได้โง่ถึงขนาดมองไม่ออกว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นในห้องทำงานที่ปิดตายนี้
"ฉัน... ฉันแค่จะมาตามให้ไปดูหน้างานน่ะค่ะ" รินรดาเค้นเสียงตอบ มือเรียวบีบถาดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "พื้นโซน C เกิดปัญหาเรื่องระดับเทปูนอีกแล้ว พี่ภีมคะ... ไปดูหน่อยเถอะค่ะ"
ภีมพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ราวกับจะระบายความอึดอัด ก่อนจะหันมามองกวินท์ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "เคลียร์งานให้เสร็จ ถ้าจะแก้แบบ ให้รอผมกลับมาคุย"
เขาทิ้งท้ายแค่นั้นแล้วเดินเบียดไหล่รินรดาออกไปโดยไม่หันกลับมามอง กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาจางหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนกระอักกระอ่วน
กวินท์ถอนหายใจยาว พยายามสลัดความรู้สึก 'เกือบ' จะวาบหวิวเมื่อครู่ออกไปจากสมอง เขาหยิบปากกาเขียนแบบขึ้นมา แต่ทว่า... จังหวะที่เขาจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใหม่กลับไม่ใช่เสียงของรินรดา
"ทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผีล่ะครับ คุณสถาปนิก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและติดกวนประสาทดังขึ้นจากหน้าประตูห้องทำงาน กวินท์เงยหน้าขึ้นทันที ภาพที่เห็นคือผู้ชายร่างสูงโปร่ง สวมสูทลำลองสีเทาเข้มใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มพรายที่ดูยังไงก็ไม่น่าไว้วางใจ
"คุณธันย์?" กวินท์เลิกคิ้ว ปากบางเหยียดตรง "ไซต์งานวิศวกรรมไม่ใช่สนามเด็กเล่นของลูกเจ้าของโครงการนะครับ ถ้าไม่มีธุระเร่งด่วน กรุณาออกไป"
ธันย์ก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดที่ใบหน้าของกวินท์ "ผมแค่แวะมาดูความคืบหน้า... แล้วก็มาดู 'คนสำคัญ' ของโครงการด้วย เห็นช่วงนี้มีข่าวลือหนาหูว่าวิศวกรกับสถาปนิกเขา... คุยกันถูกคอเป็นพิเศษ"
กวินท์วางปากกาลงบนโต๊ะด้วยเสียงดังปัง เขาจ้องหน้าอีกฝ่ายตรงๆ "ข่าวลือคือเรื่องของคนว่างงาน แต่หน้างานคือเรื่องของผม ถ้าคุณไม่มีปัญหากับโครงสร้าง ก็เชิญออกไปได้แล้ว"
"ดุจัง" ธันย์หัวเราะเบาๆ เดินตรงเข้ามาจนประชิดขอบโต๊ะทำงานของกวินท์ "แต่ที่ผมมาวันนี้ ไม่ได้มาเพื่อฟังคำไล่ ผมมาเพื่อจะบอกว่า... ผมตัดสินใจจะเสนอโครงการ 'ปรับเปลี่ยนดีไซน์ระเบียงกระจก' ให้เป็นวัสดุที่ผมนำเข้าเอง ซึ่งมันน่าจะเหมาะกับรสนิยมของคุณมากกว่านะกวินท์"
กวินท์ขมวดคิ้วแน่น วัสดุตัวนั้นเขาเคยปฏิเสธไปแล้วเพราะมันไม่ได้มาตรฐานตามที่เขาต้องการ "ผมบอกไปแล้วว่าไม่ใช้ มันไม่ได้สเปก"
"บางที... การยอมยืดหยุ่นบ้าง ก็ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นนะ" ธันย์เอื้อมมือมาหมายจะแตะปลายคางของกวินท์ แต่นิ้วของเขายังไม่ทันสัมผัสผิวเนียน เสียงประตูก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างรุนแรงจนกระทบผนังดังสนั่น
"งานที่โซน C เสร็จแล้ว"
ภีมยืนหอบหายใจอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปที่มือของธันย์ที่ค้างอยู่กลางอากาศ บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที ภีมเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม เขาขยับตัวคั่นกลางระหว่างกวินท์กับธันย์อย่างถือวิสาสะ
"คุณธันย์" ภีมเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงต่ำจนน่าขนลุก "ถ้าจะคุยเรื่องวัสดุ รบกวนไปคุยที่ห้องประชุม และต้องมีผมอยู่ด้วย ในฐานะผู้คุมงาน ผมมีสิทธิ์ขาดที่จะปฏิเสธของห่วยๆ ที่คุณเอามาเสนอ"
ธันย์ชักมือกลับแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก "ใจร้อนจังนะวิศวกร กลัวอะไรเหรอ? กลัวว่ากวินท์เขาจะเปลี่ยนใจไปใช้ของที่ดีกว่า... หรือกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนไปหาคนอื่นที่ให้สิ่งที่เขามองหาได้มากกว่ากันแน่?"
คำพูดนั้นเหมือนลูกดอกอาบยาพิษที่พุ่งตรงเข้ากลางใจกวินท์ เขาชะงักไปเล็กน้อย แต่ภีมกลับตอบโต้ด้วยการขยับเข้าใกล้ธันย์จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
"กวินท์เขาเป็นสถาปนิก เขาฉลาดพอที่จะแยกแยะออกว่าอะไรคือ 'ของดี' และอะไรคือ 'ขยะที่เอามาโฆษณาเกินจริง'" ภีมก้มลงกระซิบที่ข้างหูธันย์ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "และถ้าคุณยังไม่เลิกวุ่นวายกับเขาล่ะก็... ต่อให้คุณจะเป็นลูกเจ้าของโครงการ ผมก็มีวิธีทำให้คุณออกจากไซต์งานนี้ไปแบบไม่น่าดูนัก... ออกไป"
ธันย์มองกวินท์แวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอแล้วเดินผละออกไปทิ้งไว้เพียงความกดดันมหาศาล
ห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง กวินท์ยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างของภีมที่ยังคงยืนบดบังเขาอยู่ ภีมยังไม่หันกลับมา เขายืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน
"ไปยุ่งกับเขาทำไม" กวินท์ถามเสียงเรียบ แม้ในใจจะแอบรู้สึกขอบคุณ
ภีมหันกลับมา แววตาดุดันนั้นวูบไหวลงเหลือเพียงความรวดร้าวที่ปิดไม่มิด "ผมก็แค่... ทำในสิ่งที่ผมต้องทำ"
"หมายถึงงาน? หรือหมายถึงอะไรกันแน่ ภีม?" กวินท์ก้าวออกมาจากหลังโต๊ะ ยืนประจันหน้ากับอีกฝ่าย "คุณโกรธที่เขาสัมผัสผม หรือโกรธที่ผมยอมให้เขาเข้ามาใกล้ขนาดนั้น?"
ภีมพุ่งเข้าคว้าข้อมือกวินท์แล้วดึงเข้าหาตัวจนอกแกร่งเบียดชิดกับร่างบาง แรงดึงนั้นหนักหน่วงและเต็มไปด้วยความหึงหวงที่รุนแรงจนกวินท์เกือบจะหายใจไม่ออก
"อย่าถามในสิ่งที่รู้อยู่แล้ว" ภีมกระซิบชิดริมฝีปาก "ผมไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องคุณ... โดยเฉพาะไอ้หมอนั่น"
"แต่คุณก็ปากแข็งมาตลอด" กวินท์ท้าทาย สายตาที่มองภีมมีความวูบไหวและเรียกร้อง "ทำตัวเหมือนไม่สน แต่กลับทำแบบนี้... คุณต้องการอะไรกันแน่ ภีม?"
ภีมไม่ตอบ แต่กดจูบลงมาที่ริมฝีปากกวินท์อย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน ไม่ใช่จูบที่นุ่มนวล แต่เป็นจูบที่ประกาศความเป็นเจ้าของอย่างบ้าคลั่ง กวินท์เบิกตากว้าง ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลงและตอบรับจูบนั้นด้วยความเต็มใจ
ทว่า... ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังจะถลำลึกเกินควบคุม เสียงเคาะประตูสามครั้งก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของรินรดาที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต
"พี่ภีม พี่กวินท์คะ! เกิดเรื่องแล้ว! แบบแปลนที่พี่กวินท์แก้ไว้... มันหายไปจากเซิร์ฟเวอร์กลาง แถมตอนนี้คนของธันย์กำลังจะเริ่มเทปูนตามแบบเก่าที่ผิดพลาดอยู่ค่ะ!"
กวินท์และภีมผละออกจากกันอย่างแรง ทิ้งไว้เพียงความตื่นตระหนกที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงาน กวินท์รีบคว้าแท็บเล็ตขึ้นมาดู สีหน้าของเขาซีดเผือดเมื่อเห็นสถานะไฟล์ที่กลายเป็น 'ถูกลบ'
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่โรแมนติกเหมือนเมื่อครู่ แต่มันคือสัญญาณของพายุใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ในไซต์งานแห่งนี้
รี้ดเดอร์คะ... ความรักที่เพิ่งจะเริ่มหวานกลับต้องมาเจอศึกหนักที่วางหมากไว้ร้ายกาจเหลือเกิน หมอกไม้ไผ่ขอเอาใจช่วยกวินท์กับภีมให้ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปให้ได้นะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 22
คนนอกที่พยายามแทรก
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!