สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 21

เช้าวันใหม่กับความประหม่า

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ถ้าแฟ้มเอกสารชุดนี้ยังไม่มีลายเซ็นของคุณกวินท์วางอยู่บนโต๊ะผมภายในสิบนาทีนี้ ก็เตรียมตัวเห็นงวดงานหน้าถูกตีกลับจนกว่าชีวิตจะหาไม่... ฝากบอกเขาด้วยนะคะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกดให้ต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบลอดผ่านโทรศัพท์ภายในสำนักงาน แม้จะไม่มีคำหยาบคายหลุดออกมาสักคำ แต่คนฟังอย่างรินรดากลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับโดนพิษงูเห่าแผ่แม่เบี้ยอยู่ใกล้หู ร่างบางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับประตูห้องทำงานกระจกฝ้าที่ปิดสนิทของสถาปนิกตัวแสบประจำออฟฟิศด้วยความหนักใจ ให้ตายเถอะ... สองคนนี้รบราฆ่าฟันกันมาตั้งแต่ฐานรากยันโครงสร้างหลังคา ยังไม่สาแก่ใจอีกหรือไง ถึงได้แผ่รังสีอำมหิตใส่กันตั้งแต่แปดโมงเช้าแบบนี้ ภายในห้องทำงานส่วนตัว กวินท์กำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้มเป็นจังหวะรัวเร็ว ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์และทิฐิอันแรงกล้า กลับฉายแววเหม่อลอยและหงุดหงิดระคนกันจนน่าแปลกตา ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง สัมผัสอุ่นจัดที่ข้างแก้ม เสียงลมหายใจที่สะดุดกึก และสายตาที่เกือบจะหลุดคำสารภาพออกมาของภีม... วิศวกรปากร้ายคนนั้น "บ้าเอ๊ย..." กวินท์สบถเบาๆ กับตัวเอง พลางยกมือขึ้นลูบต้นคอเมื่อนึกถึงอุณหภูมิร่างกายที่พุ่งสูงอย่างไร้เหตุผลเมื่อคืน เขาไม่ได้กลัวภีมสักนิด—และไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่าหัวใจตัวเองกำลังเต้นผิดจังหวะเพราะผู้ชายคนนั้น แต่ปัญหาคือ "ความประหม่า" ที่เขากำลังเผชิญอยู่มันชวนให้หงุดหงิดชะมัด ปกติแล้วกวินท์คือสถาปนิกผู้คุมเกม ทุกเส้นสายและลายเส้นบนแบบแปลนต้องอยู่ใต้การควบคุมของเขา แต่วันนี้... แค่คิดว่าจะต้องเดินออกไปเผชิญหน้ากับร่างสูงโปร่งที่ยืนคุมงานอยู่หน้าไซต์งานฝั่งตรงข้าม ขาทั้งสองข้างก็พาลจะก้าวไม่ออกเสียดื้อๆ ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้องประชุมใหญ่ฝั่งวิศวกรรม ภีมกำลังยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่แสดงแบบแปลนโครงสร้าง แต่สมองของเขากลับว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง รอยแดงที่หูของเขาเมื่อคืนถูกระบายด้วยความร้อนผ่าวทุกครั้งที่สมองประมวลผลคำพูดและระยะห่างระหว่างเขากับสถาปนิกปากจัดคนนั้น ภีมเกลียดความรู้สึกแบบนี้... ความรู้สึกที่เหมือนตัวเองกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มเยาะหยันและสายตาท้าทายคู่นั้น ปกติเขาเป็นคนเด็ดขาดและใจเย็นเสมอในยามเผชิญหน้ากับปัญหาหน้างาน แต่ทำไมพอนึกถึงหน้ากวินท์ หัวใจเจ้ากรรมถึงได้กระหน่ำเต้นรัวจนควบคุมไม่อยู่แบบนี้วะ "พี่ภีมคะ แบบแปลนโครงสร้างชั้นสามที่ขอไป..." เสียงใสของรินรดาดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่ผลักประตูเข้ามาด้วยความเร่งรีบ แต่พอเห็นสายตาดุดันที่ภีมตวัดกลับมามอง เธอก็ต้องรีบกลืนคำพูดที่เหลือลงคอแล้วชูแฟ้มในมือขึ้นเหนือหัวทันที "นี่ค่ะ! ของคุณกวินท์ เซ็นอนุมัติให้ด้วยนะคะ ทางนั้นเขาฝากมาบอกว่า... ถ้าคุณภีมรีบนัก ก็เชิญเดินเอามาเซ็นเองที่โต๊ะสถาปนิกโน่นเลยค่ะ" รินรดารีบโยนระเบิดลูกใหญ่แล้วชิ่งถอยหลังกรูดออกจากห้องทันทีอย่างรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี ปล่อยให้วิศวกรหนุ่มยืนกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนสันกระดาษยับย่น ให้ตาย... กล้าท้าทายกันถึงถิ่นเชียวหรือ ภีมแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมด้วยความเร็วที่บ่งบอกถึงอารมณ์คุกกรุ่น เป้าหมายคือห้องทำงานของสถาปนิกตัวดีที่จงใจหลบหน้าเขามาตลอดทั้งเช้า การหลีกเลี่ยงไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย กลับยิ่งทำให้ความอึดอัดพุ่งทะยานจนแตดขีดสุด เขาไม่ชอบการเล่นซ่อนหา และที่สำคัญที่สุด... เขาต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับสายตาแปลกๆ เมื่อคืนนี้ แกร็ก! ประตูกระจกฝ้าของห้องทำงานสถาปนิกถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท กวินท์ที่กำลังนั่งไขว่ห้างหมุนเก้าอี้หันมามองด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย แต่ก็รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยและเชิดปลายคางขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัวทันที "ไม่มีมารยาทเอาเสียเลยนะคุณวิศวกร ไม่เคยมีใครสอนหรือไงว่าเวลาจะเข้าห้องคนอื่นเค้าเคาะประตูรึเปล่า?" กวินท์เปิดฉากจิกกัดทันที น้ำเสียงหวานติดจะเหวี่ยงเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ภีมไม่ตอบโต้ด้วยวาจา แต่ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนกวินท์ต้องเอนตัวพิงพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ ร่างสูงวางแฟ้มเอกสารกระแทកโต๊ะดังปัง! จนกระดาษข้างในสะเทือน "หลบหน้าผมทำไม?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามตรงประเด็น ดวงตาคมกริบจดจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความจริง "ใครหลบคุณ? อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยวิศวกร งานบนโต๊ะผมมีถมไป ไม่มีเวลาว่างไปเดินเล่นหลบหน้าใครหรอกค่ะ" กวินท์เชิดหน้าเถียงกลับทันควัน แม้ว่าหัวใจจะเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินก็ตามที ภีมแค่นหัวเราะในลำคอ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดจนขอบโต๊ะชนกับหน้าท้องแกร่ง บังคับให้เก้าอี้ทำงานของกวินท์ต้องถอยร่นไปด้านหลังจนติดกำแพงกระจก ร่างสูงโน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างย้ำขอบพนักเก้าอี้ กักขังร่างเพศตรงข้ามไว้ตรงกลางอย่างจงใจ "ปากเก่งแบบนี้... แปลว่าเมื่อคืนไม่ได้เก็บเอาคำพูดของผมไปนอนคิดสินะ?" ภีมกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าเจือความเย้าแหย่ที่ทำเอากวินท์ถึงกับลมหายใจสะดุด กวินท์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนเสียฟอร์ม ทิฐิที่มีอยู่เต็มร้อยสั่งให้ผลักอกแกร่งออกไป แต่ฝ่ามือเรียวกลับสั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสถูกเนื้อผ้าเนื้อดีที่แนบอยู่กับแผ่นอกหนา "ถอยไปนะคุณภีม คุณไม่มีสิทธิ์มา..." คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อภีมไม่ได้ถอยห่างตามคำสั่ง แต่กลับขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากลมหายใจที่รินรดอยู่บนพวงแก้มทำให้กวินท์สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ "ไม่มีสิทธิ์เหรอ..." ภีมทวนคำ เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ทรงพลังดั่งเวทมนตร์สะกด "งั้นลองบอกผมหน่อยสิครับ... ว่าสายตาที่คุณมองผมเมื่อคืนนี้ มันหมายความว่ายังไงกันแน่" ดวงตาคมกริบเลื่อนลงมองริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี กวินท์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่ไร้ทางหนีทีไล่ ความเงียบงันระหว่างทั้งคู่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่พร้อมจะเผาผลาญทุกข้ออ้างและทิฐิที่มีให้มอดไหม้ในพริบตาเดียว ก่อนที่กวินท์จะทันได้ตั้งสติอ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า "พะ...พี่กวินท์! คุณภีม! แย่แล้วค่ะ! แบบโครงสร้างฐานรากโซน C เกิดปัญหาใหญ่แล้วค่ะ!" รินรดาร้องลั่นห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด ขณะที่ทั้งภีมและกวินท์ต่างผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกละมุนเข้มข้นนี้เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%