เสียงกระดาษ A3 สองแผ่นปลิวหวือลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้นกระเบื้องยาง เป็นอันปิดฉากการถกเถียงเรื่องระยะร่นของบันไดหนีไฟที่ยาวนานกว่าสามชั่วโมงเต็ม กวินท์ย่อตัวลงเก็บมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้า ปลายนิ้วเรียวยาวสะบัดฝุ่นผงจางๆ ออกจากมุมกระดาษ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด
"ถ้าโครงสร้างเหล็กตรงนี้มันรับน้ำหนักไม่ได้ตามที่อีโก้ของคุณประเมินไว้ตั้งแต่แรก เราก็คงไม่ต้องมานั่งแก้แบบกันจนตาโหลเป็นหมีแพนด้าแบบนี้หรอกนะคะ คุณภีม"
กวินท์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความจิกกัดที่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง สถาปนิกหนุ่มปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างลวกๆ ดวงตาคู่สวยมองลอดแว่นกรอบบางไปยังวิศวกรหนุ่มที่ยืนคุมเกมอยู่เหนือกว่า
ภีมไหวไหล่เบาๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพยับเยินของอีกฝ่าย—ตั้งแต่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่กระดุมหลุดลุ่ยไปสองเม็ด เนกไทที่ถูกถอดโยนไว้บนโซฟา จนถึงรอยคล้ำจางๆ ใต้ดวงตาคู่คมนั้น
"ผมเตือนคุณเรื่องโมเมนต์ความโค้งงอของคานไปรอบที่เท่าไหร่แล้วครับ คุณกวินท์? ถ้าคุณยอมรับฟังวิศวกรเสียบ้างตั้งแต่รอบแรก แทนที่จะมัวแต่ห่วงความโค้งเว้าของสถาปัตยกรรมไร้สาระพวกนั้น ป่านนี้เราคงนอนกอดหมอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ กันตั้งแต่สองทุ่มแล้ว ไม่ใช่มานั่งติดแหง็กอยู่บนตึกร้างที่ระบบไฟสำรองกำลังจะตัดในอีกสิบนาทีข้างหน้าแบบนี้"
ภีมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่แต่แววตากลับจริงจัง เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีกระดาษแปลนสถาปัตยกรรมกระจายเกลื่อน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นลอยมาแตะจมูกกวินท์ ทำให้สถาปนิกปากเก่งต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ
ไม่ใช่เพราะกลัว... แต่เพราะระยะห่างระหว่างพวกเขามันเริ่มแคบเกินความจำเป็นต่างหาก
"ถ้ารำคาญนัก ทำไมไม่เซ็นอนุมัติแบบแล้วไสหัวกลับคอนโดไปล่ะคะ ไม่มีใครรั้งคุณไว้นี่" กวินท์เชิดหน้าขึ้น ทิฐิสูงลิ่วค้ำคอจนไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้คนตรงข้ามได้ใจ แม้ว่าท้องของเขาจะส่งเสียงร้องประท้วงเพราะมื้อเย็นมีเพียงแซนด์วิชสามเหลี่ยมหมดอายุจากร้านสะดวกซื้อเมื่อห้าชั่วโมงก่อนก็ตาม
ภีมไม่ตอบ ทว่าดวงตากลับหรี่ลงเล็กน้อย เขากวาดสายตามองแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนหยดน้ำเกาะพราวบนโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ความหงุดหงิดในแววตาเมื่อครู่พลันเจือจางลง เหลือเพียงความระอาใจที่เจือความห่วงใยแบบซึนๆ ตามประสาผู้ชายปากแข็ง
"ดื้อด้าน" ภีมพึมพำสั้นๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในมุมแพนทรีเล็กๆ ของออฟฟิศชั่วคราว ทิ้งให้กวินท์ยืนขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงง
ไม่ถึงห้านาที วิศวกรหนุ่มก็เดินกลับมาพร้อมแก้วกระดาษสองใบ กลิ่นหอมกรุ่นของโจ๊กกึ่งสำเร็จรูปพวยพุ่งออกมาพร้อมกับไอร้อนจางๆ ภีมวางมันลงตรงหน้าสถาปนิกจอมทิฐิเสียงดังปึ้ง จนน้ำซุปกระฉอกเล็กน้อย
"กินซะ ก่อนที่คุณจะลมพับคาโต๊ะเขียนแบบแล้วผมต้องแบกคุณไปโรงพยาบาลให้เป็นภาระอีกรอบ"
กวินท์ก้มมองถ้วยโจ๊กสลับกับใบציมบึ้งตึงของอีกฝ่าย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น แม้จะอยากเชิดใส่แล้วปัดมันทิ้งลงถังขยะให้รู้แล้วรู้รอด แต่กลิ่นหอมยวนใจของขิงและหมูสับร้อนๆ ก็ทำเอาท้องไส้ประท้วงหนักหน่วงจนน่าอาย
"ใครบอกว่าผมหิว..." ปากปฏิเสธเสียงแข็ง แต่,มือกลับเอื้อมไปหยิบช้อนพลาสติกมาถือไว้โดยอัตโนมัติ
ภีมแค่นหัวเราะในลำคอ ทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกอดอกมองอีกฝ่ายตักโจ๊กเข้าปากด้วยท่าทีเงอะงะแต่ก็ยอมกินแต่โดยดี ความเงียบโรยตัวลงมาปกคลุมพื้นที่ออฟฟิศอีกครั้ง มีเพียงเสียงช้อนกระทบขอบแก้วกระดาษและเสียงเครื่องปรับอากาศส่วนกลางที่กำลังจะหมดอายุการใช้งาน
"อร่อยไหมล่ะ โจ๊กเด็กหอฝีมือวิศวกรโครงสร้าง" ภีมเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงผ่อนคลายกว่าเดิม
กวินท์เคี้ยวตุ้ยๆ ก่อนจะกลืนลงคอแล้วตวัดสายตาค้อนใส่ "สู้ฝีมือเชฟกระทะเหล็กไม่ได้หรอกค่ะ แต่ก็พอกลืนลงคอได้โดยไม่ต้องเคี้ยวเศษเหล็ก"
มุมปากของภีมกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งกวินท์ถึงจะได้เห็น—รอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับการถกเถียงเรื่องหน้าตัดคานเหล็ก หรือการตรวจหน้างานที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง แต่มันคือรอยยิ้มที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาดในค่ำคืนที่ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาเคาะกระจกหน้าต่าง
"ถ้ากินอิ่มแล้ว ก็ลุกขึ้นมาดูตรงนี้หน่อยสิครับ..." ภีมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของกวินท์เบาๆ เพื่อดึงให้ลุกขึ้นตาม
สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่อุ่นจัดตัดกับความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศทำให้กวินท์สะดุ้งเล็กน้อย แต่ทว่า... เขากลับไม่ได้สะบัดออกอย่างที่ปากมักจะขู่ไว้เสมอ
ร่างสูงของวิศวกรขยับเข้ามาประชิดด้านหลังขณะที่ทั้งสองโน้มตัวลงเหนือโต๊ะทำงานที่มีแบบแปลนแผ่นใหญ่กางอยู่ ภีมโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนเส้นผมสีเข้มเกือบจะปัดโดนข้างแก้มของสถาปนิกหนุ่ม ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ใกล้ใบหูทำให้กวินท์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ตรงนี้... ถ้าเราปรับมุมเหล็กค้ำยันลงมาอีกสององศา แบบที่คุณต้องการมันจะรับน้ำหนักได้พอดี และโครงสร้างของผมก็จะไม่พังลงมาทับหัวใครด้วย" เสียงทุ้มกระซิบอยู่ชิดริมใบหู น้ำเสียงราบเรียบแต่กลับสั่นประสาทสัมผัสของกวินท์ให้ปั่นป่วนได้อย่างน่าประหลาด
กวินท์กะพริบตาปริบๆ สมองที่เคยแล่นฉิวเรื่องงานกลับตื้อตันไปหมดเมื่อระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นกายสะอาดๆ ของภีมผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความอบอุ่นจากแผ่นอกกว้างที่แนบชิดอยู่ด้านหลัง ทำให้สมาธิที่สะสมมาทั้งวันพังทลายลงในพริบตา
"อืม... ก็... ก็ได้ค่ะ" กวินท์ตอบเสียงตะกوتตะกักโดยไม่รู้ตัว รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างควบคุมไม่ได้
ภีมชะงักไปนิดเมื่อได้ยินเสียงสั่นเครือผิดวิสัยของคนปากเก่ง เขาก้มมองเสี้ยวหน้าเนียนที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในแสงไฟสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ริมฝีปากหยักยกยิ้มกว้างขึ้นอย่างนึกสนุก
"แปลกจูกนะครับ ปกติเห็นเถียงผมฉอดๆ แต่วันนี้ทำไมเงียบจัง... หรือว่ากำลังคิดเรื่องอื่นอยู่?" ภีมจงใจกระซิบชิดใบหูมากขึ้น น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมา
กวินท์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เขากำลังจะหันไปตอกกลับให้สมศักดิ์ศรีสถาปนิกมือหนึ่งเสียหน่อย แต่ทว่า...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานที่วางอยู่ห่างออกไปไม่ถึงศอกแผדเสียงแหลมสูงขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งโหยงผละออกจากกันแทบไม่ทัน
ภีมถอนหายใจออกมาอย่างหัวเสีย ขณะที่กวินท์รีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว วิศวกรหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูก면หน้าจอ ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่
"ว่าไงครับไอ้ริน..." ภีมกรอกเสียงลงไปในสายด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
ทว่าเสียงปลายสายกลับสวนกลับมาด้วยน้ำร้อนรนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ และประโยคถัดมาก็ทำให้ภีมต้องเบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกใจ
*(พี่ภีม! แย่แล้ว! รีบลงมาดูข้างล่างด่วนเลยค่ะ! มีคนบุกเข้ามาที่ไซต์งาน แถม... แถมเขากำลังรื้อแบบแปลนโซน A ที่เพิ่งอนุมัติไปเละหมดแล้ว!)*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความละมุนปนพายุอารมณ์ในตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและจิกหมอนไปกับเคมีคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 3
ข้ออ้างของการทำงานล่วงเวลา
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!