สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 12

ขอโทษด้วยวิธีที่แปลกที่สุด

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
หน้าจอแล็ปท็อปสว่างวาบในความมืดของห้องนั่งเล่น กวินท์ยังคงนั่งจดจ่ออยู่กับแบบแปลนโครงสร้างที่ถูกตีกลับมาเป็นรอบที่สาม ตัวอักษรสีแดงจากอีเมลของบริษัทวิศวกรรมคู่กรณี—หรือพูดให้ถูกคือจากฝีมือของนายวิศวกรปากร้ายคนนั้น—ยังคงเรืองแสงบาดตา สถาปนิกรุ่นพี่ถอนหายใจยาวเหยียด ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะกระวนกระวายใจ ทิฐิในอกมันค้ำคอจนไม่อยากจะเป็นฝ่ายต่อสายไปก่อน แต่ความจริงที่ว่าเดดไลน์การส่งมอบแบบงวดนี้เหลืออีกไม่ถึงสัปดาห์ก็ทำให้เขาแทบอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด "ให้ตายสิ... จะเอาชนะกันไปถึงไหน" กวินท์พึมพำกับความว่างเปล่า ขณะกำลังจะเอื้อมมือไปคว้าสมาร์ตโฟนเพื่อกดโทรหาเพื่อนสนิทอย่างรินรดา เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล ตีสองสิบห้านาที... ใครกันที่จะมาเคาะประตูห้องชุดในเวลานี้? ร่างโปร่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน ก้าวเท้าเดินไปส่องตาแมวอย่างระแวดระวัง ทว่าภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์ตาปลาแคบๆ กลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ใบหน้าคมคายที่คุ้นเคยจนน่าหงุดหงิดกำลังยืนอยู่หน้าห้อง เสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับชายหนุ่มทำงานหนัก และที่สำคัญ... ในมือของภีมกำลังถือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทพร้อมกับกล่องกาแฟกระป๋องที่ดูเหมือนเพิ่งกดมาจากตู้หยอดเหรียญ กวินท์สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกระชากประตูเปิดออกด้วยสีหน้าเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คุณสติหลุดหรือไง ถึงมาเดินเคาะห้องคนอื่นตอนตีสอง?" เสียงหวานเอ่ยตอกกลับทันทีที่บานประตูเปิดออก ไม่มีความตกใจเจืออยู่ในน้ำเสียง มีเพียงความกรุ่นโกรธที่ถูกสะสมมาตลอดทั้งวัน ภีมไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีนั้น ชายหนุ่มก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ อาศัยความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงก้มมองสถาปนิกปากเก่งที่ยืนกอดอกขวางทางอยู่ สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองร่องรอยความอ่อนล้าใต้ดวงตากลมโตอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะโยนแฟลชไดรฟ์ในมือลงบนโต๊ะทำงานใกล้ตัว "ถ้าผมไม่มา คุณก็คงนั่งตาแข็งแก้งานโครงสร้างผิดๆ จุดเดิมไปจนถึงเช้า แล้วก็โทรไปโวยวายกับรินรดาว่าผมกลั่นแลงคุณอีกรอบ" ภีมตอบเสียงเรียบ หูของวิศวกรหนุ่มขึ้นสีแดงจางๆ โดยที่เจ้าตัวพยายามเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อน กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสวยหรี่ลงอย่างจับผิด "กลั่นแกล้ง? นี่คุณยังมีความละอายใจอยู่บ้างไหมที่ตีกลับแบบผมมาสามรอบ ทั้งที่มันเป็นดีไซน์ที่ผ่านการคำนวณสุนทรียะมาอย่างดีแล้ว คุณมันพวกหัวทึบที่มีแต่ตัวเลขอยู่ในหัว ไม่มีศิลปะในหัวใจ!" "ศิลปะกินไม่ได้หรอกครับคุณกวินท์ ถ้าโครงสร้างมันรับน้ำหนักไม่ได้ตามที่ผมแก้ไป ตึกที่คุณภูมิใจนักหนาก็จะพังลงมาทับหัวคนอื่นตายห่า" ภีมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดขึ้นจนเกิดแรงปะทะทางอารมณ์ที่ระอุขึ้นมาในห้องนั่งเล่นแคบๆ ระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองลดลงเรื่อยๆ โดยไม่มีใครรู้ตัว กวินท์ก้าวเข้าไปประชิดเพื่อกดดัน ขณะที่ภีมเองก็โน้มตัวลงมาสบตาอย่างไม่ยอมแพ้ เคมีที่คุ้นเคย—ความดื้อรั้นปะทะความถือดี—แผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ "แล้วทำไมคุณต้องดั้นด้นมาส่งเองถึงที่นี่ด้วย ส่งอีเมลมาก็ได้นี่" กวินท์ถามเสียงแผ่วลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อดวงตาคมคายคู่นั้นไม่ได้มองที่ปากเก่งๆ ของเขาอีกต่อไป แต่กวาดสายตามองสำรวจใบหน้าเนียนที่เริ่มมีร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน ภีมชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด "เพราะผมรู้ว่าคุณดื้อ ตาของคุณมันรั้นจนไม่อยากเชื่ออีเมลแจ้งเตือนหรอก... และอีกอย่าง" วิศวกรหนุ่มเว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปใกล้จนกวินท์ต้องเอนหลังพิงขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ "ผมแค่อยากเห็นกับตาว่าคุณเลิกนั่งทำหน้าเครียดใส่จอคอมพิวเตอร์สักที" คำพูดนั้นทำเอาคนฟังถึงกับพูดไม่ออก กวินท์รู้สึกราวกับมีฝูงผีเสื้อบินวนอยู่ในท้อง หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน ทิฐิที่เคยตั้งกำแพงไว้สูงลิ่วเริ่มสั่นคลอนด้วยความอบอุ่นประหลาดที่แทรกซึมเข้ามาผ่านท่าทีดุๆ นั้น "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" กวินท์เบือนหน้าหนีซ่อนรอยแดงเรื่อที่ลามเลียขึ้นถึงใบหู มือเรียวยื่นไปคว้าแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะมาถือไว้เพื่อหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ "ขอบใจสำหรับข้อมูลก็แล้วกัน เชิญกลับได้แล้ว ดึกมากแล้ว" ภีมไม่ขยับเขยื้อน ร่างสูงใหญ่ยังคงยืนปักหลักอยู่ตรงหน้า กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และอากาศยามค่ำคืนทำให้กวินท์รู้สึกราวกับถูกโอบล้อมไว้โดยไม่รู้ตัว "ยังกลับไม่ได้หรอก" ภีมกระซิบเสียงต่ำ ใบหน้าคมเลื่อนเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "จนกว่าคุณจะสัญญาว่าพรุ่งนี้เช้า... จะยอมกินกาแฟกระป๋องที่ผมซื้อมาให้ และเลิกนอนดึกแบบนี้อีก" กวินท์เงยหน้าขึ้นสบตา ปากอ้าจะเถียงกลับตามนิสัยเดิม ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ สถาปนิกหนุ่มเหลือบสายตาไปมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด และเพียงแค่เห็นชื่อผู้ส่ง... ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก ร่างทั้งร่างแข็งค้างทันที *รินรดา: "พี่กวินท์! แย่แล้วค่ะ รีบเปิดดูข่าวหน้าหนึ่งด่วน ไซต์งานฝั่งทิศเหนือเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"* หมอกไม้ไผ่หวังว่าเนื้อหาตอนี้จะทำให้คุณรี้ดรู้สึกใจเต้นแรงไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%