สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 26

รักษาแผลใจและแผลกาย

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
กลิ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ฉุนกึกจนแสบจมูก ตัดผ่านความเงียบงันภายในห้องพักชั่วคราวท้ายไซต์งานที่ตอนนี้ถูกใช้เป็นห้องพยาบาลจำเป็น "อยู่นิ่ง ๆ สิคะคุณวิศวกร จะขยับไปไหนนักหนา ถ้าไม่อยากให้แผลมันอักเสบจนต้องโดนตัดขาข้างนั้นทิ้งไปเสียก่อน" เสียงหวานติดจะเหวี่ยงเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับแรงกดหนัก ๆ ที่ฝ่ามือเรียวบางของสถาปนิกหนุ่มนามว่ากวินท์ ซึ่งเวลานี้กำลังสวมวิญญาณเป็นพยาบาลจำเป็นอย่างจำใจ ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววหงุดหงิดระคนกังวลลึก ๆ ที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาートวางฟอร์ม ภีมกัดฟันกรอด ความเจ็บแสบแล่นแปล๊บมาจากรอยถลอกและแผลฟกช้ำตามลำแขนและช่วงเอว เหตุการณ์ชุลมุนเมื่อครู่ตอนที่โครงเหล็กนั่งร้านเกิดทรุดตัวลงมาเฉียดฉิว ยังคงติดตาจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่สิ่งที่ทำให้เขาประสาทเสียยิ่งกว่าความเจ็บที่เนื้อตัว กลับเป็นแววตาตื่นตระหนกที่กวินท์เผลอหลุดออกมาแวบหนึ่ง ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบปรับสีหน้าเป็นเย็นชาใส่เขาเหมือนเดิมในตอนนี้ "ปากคอระรานเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคุณสถาปนิก ใครกันแน่ที่ทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อผมตั้งแต่เห็นแผลผมเนี่ย" ภีมแค่นหัวเราะในลำคอ แม้จะเจ็บจนต้องสูดปากเข้าลึก ๆ ทุกครั้งที่สำลีก้านชุบยาแตะลงบนปากแผล "เป็นห่วงก็บอกดี ๆ ไม่ต้องมาประชดประชันก็ได้มั้ง" "ใครเป็นห่วงคุณ ทัศนคติแคบเกินไปหรือเปล่าคะคุณภีม" กวินท์สวนกลับทันควัน มือเรียวแกล้งกดสำลีลงบนแผลแรงขึ้นอีกนิดด้วยความหมั่นไส้ จนคนตัวโตกว่าถึงกับสะดุ้งเฮือก หน้าตาเหเกร็ง "ดิฉันแค่ไม่อยากให้งานของไซต์นี้ต้องชะงักเพราะวิศวกรสมองกล้ามเนื้ออย่างคุณเกิดเดี้ยงไปเสียก่อนกำหนดต่างหาก งานเอกสารเบิกงบงวดหน้ายังกองเป็นภูเขาเลี่ยงไม่ได้หรอกนะยะ" "ปากแข็งชะมัด..." ภีมพึมพำลอดไรฟัน สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสของคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เขาอย่างใกล้ชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขานี้แทบจะเรียกว่าหายใจรดต้นคอ กวินท์โน้มตัวลงมาต่ำเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของผ้าก๊อซ ปลายจมูกโด่งรั้นอยู่ห่างจากแก้มสากของเขาไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แนวไม้หอมสะอาดที่ประจวบเหมาะกับกลิ่นอายฝุ่นดินและเหงื่อจากการทำงานของภีม หลอมรวมกันเป็นบรรยากาศประหลาดที่ทำให้ห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นี้แคบลงไปถนัดตา หัวใจของกวินท์เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เขารีบชักมือกลับทันทีที่ปิดพลาสเตอร์แผ่นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย แต่ความรีบร้อนนั้นกลับทำให้ข้อศอกไปติดกับขอบโต๊ะ จนร่างโปร่งเซถลาเสียหลักล้มลงไปทับร่างของวิศวกรหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้โซฟาพอดี "อุ๊ย!" เสียงอุทานหลุดจากปากกวินท์พร้อมกับมือทั้งสองข้างที่คว้าหมับลงบนลาดไหล่กว้างตามสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อพบว่าตอนนี้ใบหน้าของตนเองอยู่ห่างจากภีมเพียงแค่ลมหายใจกั้น ภีมเองก็ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มไหววับด้วยประกายบางอย่างที่ไม่อาจคาดเดา วงแขนแข็งแรงที่ปกติมักจะใช้แบกหามวัสดุก่อสร้าง ตอนนี้กลับยกขึ้นโอบเอวบางของสถาปนิกปากจัดเอาไว้โดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างเพรียวร่วงหล่นลงไปกระแทกพื้น ไม่มีใครขยับเขยื้อน... เวลาในไซต์งานที่เคยหมุนไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยเสียงโวยวาย ราวกับถูกกดปุ่มหยุดชั่วคราว มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดกันและกัน และจังหวะการเต้นของหัวใจสองดวงที่ดังแข่งกันจนน่าตื่นกลัว กวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความร้อนผ่าวแล่นลามเลียขึ้นมาถึงใบหูขาวสะอาด เขาพยายามจะดันอกแกร่งของอีกฝ่ายออก แต่ทว่าอ้อมแขนนั้นกลับรัดแน่นขึ้น ราวกับคีมเหล็กที่หลอมละลายด้วยความอ่อนโยน "ปล่อยได้แล้วค่ะคุณภีม..." เสียงที่เคยเฉียบคมและทรงพลังเมื่อครู่ กลับสั่นพร่าและเบาราวกับเสียงกระซิบ "คุณ... แผลยังไม่หายดีนะ เดี๋ยวก็ปริออกหรอก" "ปล่อยแน่ครับ... แต่ไม่ใช่ตอนนี้" ภีมกระซิบตอบ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าชวนใจสั่น สายตาร้อนแรงทอดมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันอย่างประหม่า "คุณรู้ตัวไหมกวินท์... ว่าเวลาที่คุณไม่ได้กำลังอ้างเรื่องงาน หรือกำลังหาเรื่องเถียงผม หน้าตาคุณตอนนี้น่ามองชะมัด" "คุณ...!" กวินท์เตรียมจะเอאะคำพูดจิกกัดทรงพลังมาโต้กลับเพื่อกู้ฟอร์ม แต่ทว่าก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกไป ปลายนิ้วอุ่นจัดของภีมก็แตะแผ่วเบาลงที่ข้างแก้มเนียน ไล้ผ่านโหนกแก้มขึ้นมาเกลี่ยกรอบแว่นสายตาให้เข้าที่อย่างเบามือ เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนเกินกว่าวิศวกรปากร้ายคนนี้จะเคยแสดงออกกับใครหน้าไหน ความเงียบที่โรยตัวลงมาไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ผลักดันให้ความรู้สึกของทั้งคู่ก้าวล้ำเส้นแบ่งเขตความเป็นเพื่อนร่วมงานไปทีละนิด กวินท์หลบสายตาไม่ได้ เขาถูกตรึงไว้ด้วยนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววคลั่งรักอย่างไม่ปิดบังเสียแล้วในนาทีนี้ ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและระยะห่างระหว่างใบหน้าเริ่มลดลงเรื่อย ๆ จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกันนั้นเอง... *ปัง!* เสียงประตูห้องพักถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท แรงกระแทกทำเอาบานประตูกระแทกผนังเสียงดังสนั่น พร้อมกับร่างของรินรดา สถาปนิกรุ่นน้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง "พี่กวินท์! แย่แล้วค่ะ! เอกสารอนุมัติงบด่วนจากสำนักงานใหญ่ตีกลับมาแล้ว แถมผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจากสิงคโปร์กำลังเดินตรวจไซต์งานอยู่ข้างนอกตอนนี้... และที่สำคัญที่สุด..." รินรดาชะงักกึก อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นภาพตรงหน้า—สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งของบริษัทกำลังคร่อมทับอยู่บนตักของวิศวกรหนุ่มสายลุย ในท่าทางที่หมิ่นเหม่เกินกว่าจะแก้ตัวทัน "อ๊ะ... เอิ่ม... หนู... หนูควรปิดประตูแล้วเดินถอยหลังกลับไปใหม่ใช่ไหมคะเนี่ยรุ่นพี่?" หมอกไม้ไผ่ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและส่งกำลังใจให้กันมาตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%