สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 27

ความจริงที่ต้องเผชิญ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังสนั่น ลั่นทักทายความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มือตัดได้ รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าประตูกระจก มือยังคงค้างอยู่กับลูกบิด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจกับภาพตรงหน้า ก่อนจะรีบถอยหลังกรูดแล้วทำท่าจะปิดประตูหนีเมื่อเห็นว่าเธอก้าวเข้ามาผิดจังหวะเวลาอย่างแรง "อ๊ะ... เอิ่ม... หนู... หนูควรปิดประตูแล้วเดินถอยหลังกลับไปใหม่ใช่ไหมคะเนี่ยรุ่นพี่?" เสียงสั่นเครือของสถาปนิกรุ่นน้องเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ไม่ต้อง! อยู่ก่อนริน..." เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบจนน่ากลัวของกวินท์เอ่ยขัดขึ้น สถาปหนุ่มหนAเจ้าของรอยยิ้มเยعยหยันและฝีปากคมกริบราวกับใบมีดโกนในยามปกติ ตอนนี้กลับมีเพียงใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม และดวงตาคู่คมที่กำลังไหวระริกอย่างปิดไม่มิด เขากวาดตามองเอกสารที่กระจัดกระจายบนโต๊ะ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับร่างสูงของวิศวกรหนุ่มที่ยืนค้ำโต๊ะอยู่ฝั่งตรงข้าม ภีมไม่ได้สนใจรินรดาสักนิด ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มจ้องเขม็งไปที่กวินท์ราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ กรามหนาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน บรรยากาศรอบตัวของภีมในตอนนี้เต็มไปด้วยรังสีความหงุดหงิดและคุกรุ่นอย่างถึงที่สุด มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン "นายจะเงียบอีกนานไหม กวินท์" ภีมเค้นเสียงลอดไรฟัน ถามย้ำคำถามเดิมที่เพิ่งตะ Dดค้านใส่หน้าสถาปนิกหนุ่มไปเมื่อวินาทีที่แล้ว "เรื่องที่พวกมันเอาไปโพสต์ในบอร์ดอุตสาหกรรม... เรื่องโปรเจกต์เก่าที่เชียงใหม่เมื่อสามปีก่อน มันหมายความว่ายังไง นายยอมให้พวกมันเหยียบหัวอยู่ฝ่ายเดียวหรือไงวะ!" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยืนตัวลีบอยู่มุมห้อง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เมื่อได้ยินชื่อ 'โปรเจกต์เชียงใหม่' และคำว่า 'บอร์ดอุตสาหกรรม' หัวใจของคนเป็นน้องก็กระตุกวูบ เพราะทุกคนในวงการรู้ดีว่านั่นคือรอยด่างพร้อยชิ้นใหญ่ที่สุดในประวัติการทำงานของกวินท์ สถาปนิกมือรางวัลที่เคยเกือบจะต้องแขวนดราฟต์บอร์ดอำลาวงการมาแล้ว กวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มลวกๆ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาสีเข้มตวัดมองภีมด้วยแววตาทิฐิสูงส่งตามเคย แม้ว่าภายในใจจะปั่นป่วนราวกับมีพายุเฮอร์ริเคนพัดผ่านก็ตาม "มันก็แค่เรื่องอดีต ภีม นายจะเดือดร้อนอะไรนักหนา ฉันเป็นเจ้าของโปรเจกต์ ฉันจะทำพังหรือจะโดนฟ้อง มันก็เรื่องของฉัน ไม่ได้เกี่ยวกับวิศวกรคุมงานอย่างนาย" กวินท์จงใจเลือกใช้คำพูดที่บาดลึกและผลักไส เพื่อปกปิดความเปราะบางที่กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าสาธารณชน "ปากดี!" ภีมก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน มือหนาตบลงบนกระจกเสียงดังสนั่นจนกวินท์ต้องสะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย "นายคิดว่าตัวเองเป็นใคร ฮึ? เก่งนักหรือไงที่ยอมก้มหัวให้พวกคู่แข่งเอาชื่อเสียงสามปีที่ผ่านมาไปย่ำยีเล่นบนอินเทอร์เน็ตแบบนั้น! นายรู้ไหมว่าคนอื่นเขากำลังนินทากันสนุกปากแค่ไหนว่าสถาปนิกมือหนึ่งอย่างกวินท์เคย... ขโมยไอเดีย!" คำว่า *'ขโมยไอเดีย'* หลุดออกมาจากปากของภีม ทำให้ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เธอรู้ดีว่านั่นคือข้อกล่าวหาที่เป็นเท็จและเป็นแผลเป็นในใจของรุ่นพี่คนนี้มาโดยตลอด กวินท์นิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าว ทิฐิอันสูงส่งค้ำคอจนเขาไม่อยอมปริปากแก้ตัว ความเจ็บปวดจากอดีตที่พยายามกลบฝังไว้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมากลางแสงแดดโดยฝีมือของคู่แข่งทางธุรกิจที่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของเขาก่อนการประมูลโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ปลายปีนี้ และที่แย่ยิ่งกว่าคือ... คนที่รู้จุดอ่อนนี้ดีที่สุดอย่างภีม กลับกำลังยืนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธปนความผิดหวัง "แล้วไงล่ะ?" กวินท์เชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะเย้ยถูกยกขึ้นที่มุมปากอย่างฝืนทน "ถ้ารusกสึkว่าฉันมันแย่ขนาดนั้น นายก็ถอนตัวจากการเป็นวิศวกรคู่โปรเจกต์นี้สิ! ไปทำ1งานกับคนอื่นที่สะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่องโน่น จะมาทนยืนเถียงกับคนมีประวัติมัวหมองอย่างฉันทำไมเล่า!" *เพล้ง!* (ไม่ใช่เสียงแก้วแตก แต่เป็นเสียงความอดทนของภีมที่ขาดผึ่ง) ร่างสูงของวิศวกรหนุ่มพุ่งเข้าประชิดตัวกวินท์อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว มือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนทั้งสองข้างของสถาปนิกหนุ่มแล้วออกแรงดึงให้ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบจะisลบเลือน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงความรุ่มร้อนที่คุกรุ่นอยู่ในอกของคนทั้งคู่ "นายคิดว่าฉันอยากถอนตัวเหรอ กวินท์?" เสียงของภีมต่ำพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นตันใจ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่พยายามหลบหลีก "นายคิดว่าที่ฉันวิ่งวุ่นเคลียร์ข่าว ปิดปากพวกเว็บอร์ดบ้าบอ และยืนด่ากราดคนทั้งออฟฟิศตั้งแต่มืดจนถึงตอนนี้ เพราะฉันว่างมากนักใช่ไหม?!" กวินท์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจที่เคยด้านชาเริ่มเต้นรัวระรัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ "นะ... นายทำอะไรนะ?" "ฉันกำลังปกป้องนายอยู่นี่ไงไอ้บ้า!" ภีมตวาดลั่นด้วยความเหลืออด ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาชิดจนอกแนบอก "นายคิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเรื่องเมื่อสามปีก่อนมันไม่ใช่ความผิดนาย! นายยอมรับผิดแทนรุ่นพี่คนสนิทคนนั้นเพราะไม่อยากให้ครอบครัวเขาพัง แล้วดูสิ่งที่นายได้กลับมาสิ... พวกมันเอาความใจอ่อนของนายมาเป็นเครื่องมือเหยียบย่ำ!" รินรดารีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความตกใจกับความลับระดับชาติที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมา เธอมองรุ่นพี่ทั้งสองคนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจและลุ้นระทึก กวินท์ตัวชาดิ่ง มือเรียวที่เคยพยายามผลักไสอีกฝ่ายกลับทิ้งตัวลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง กำแพงทิฐิที่เขาสร้างขึ้นมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา ความลับที่เขาเก็บงำไว้เป็นตราบาป ถูกคนตรงหน้าขุดขึ้นมาพูดด้วยน้ำหนักเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและ... ความเจ็บปวดที่ไม่แพ้กัน "นาย... รู้ได้ยังไง..." เสียงของกวินท์แผ่วเบาจนแทบกระซิบ "ไม่มีอะไรที่วิศวกรอย่างฉันสืบไม่ได้หรอกถ้ามันเกี่ยวกับนาย" ภีมผ่อนลมหายใจอุ่นร้อนรดลงบนหน้าผากมน แววตาที่เคยดุดันและแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยน ลึกล้ำ และเปี่ยมไปด้วยความคลั่งรักที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมาตลอด มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกลานสายตาของคนตัวเล็กออกอย่างเบามือ ผิดวิสัยวิศวกรปากร้ายคนเดิมอย่างสิ้นเชิง "อย่าทำเป็นเก่งในวันที่ไม่มีใครยืนข้างๆ อีกเลย กวินท์" ภีมกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลทุ้มต่ำจนคนฟังหัวใจสั่นไหว "นายมีฉัน... จำไว้ว่านายยังมีฉันที่พร้อมจะชนกับทุก3คนบนโลกนี้ เพื่อปกป้องชื่อเสียงของสถาปนิกปากจัดคนนี้เข้าใจไหม" กวินท์เม้มริมฝีปากแน่น ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความรู้สึกพรั่งพรูเข้ามาจุกอยู่ที่อก ทั้งโกรธ ทั้งซาบซึ้ง และพ่ายแพ้ให้กับความใส่ใจของวิศวกรสายคุมงานคนนี้อย่างราบคาบ เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดอะไรบางอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอของตัวเอง ทว่า... ในวินาทีที่ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้าไปใกล้กันจนปลายจมูกแทบจะแตะกันนั้นเอง *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปรดของ 'ท่านประธานบริษัท' ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ และเอ่ยทักเสียงดังฟังชัด "อ้าว กวินท์ ภีม พวกเธออยู่กันครบพอดี... ฉันมีข่าวใหญ่เรื่องคดีความเมื่อสามปีก่อนที่เพิ่งได้หลักฐานใหม่มาว่ะ ว่าแต่นี่พวกเธอ... กำลังทำอะไรกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินและอินไปกับเคมีของสองหนุ่มกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%