สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน•ตอนที่ 28

ที่พึ่งหนึ่งเดียว

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือของบุคคลที่สามร่วงกระทบพื้นเสียงดัง *ตุบ* ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงจังหวะหัวใจเต้น รินรดาอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างสลับมองหน้าสถาปนิกปากจัดกับวิศวกรหนุ่มร่างสูงที่ยืนบังเธอไว้มิดชิด ระยะห่างระหว่างกวินท์กับภีมเมื่อครู่—ก่อนที่ประตูกระจกห้องประชุมจะถูกผลักเปิดเข้ามาอย่างไร้มารยาท—ใกล้ชิดเสียจนถ้าลมพัดผ่าน ปลายจมูกของทั้งคู่คงชนกันพอดี "เอ่อ... ฉัน... ฉันควรจะเคาะประตูก่อนสินะคะ?" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ใบหน้าของรุ่นน้องสาวซับสีแดงเรื่อด้วยความทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะก้มลงเก็บแฟ้มหรือวิ่งหนีออกไปจากรัศมีอารมณ์ที่คุกรุ่นนี้ดี กวินท์เป็นฝ่ายได้สติก่อน สถาปนิกหนุ่มถอยหลังครึ่งก้าว จัดปกเสื้อเชิ้ตสีขาวของตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามสัญชาตญาณ แม้ปลายนิ้วจะยังสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ที่ค้างคาเมื่อครู่ก็ตาม ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่สบอารมณ์ "รู้ตัวก็ดีค่ะน้องริน" กวินท์เชิดคางขึ้น น้ำเสียงติดจะกระแทกกระทั้นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า "แล้วเมื่อกี้... ที่บอกว่ามีข่าวใหญ่เรื่องคดีความเมื่อสามปีก่อน หมายความว่ายังไงคะ? อย่ามาทำเป็นโยนระเบิดเวลาแล้วยืนใบ้กินอยู่ตรงนั้น" ภีมไม่ได้ขยับตัวหนี เขายังคงยืนขวางอยู่ข้างกายกวินท์ในมุมอารมณ์ที่พร้อมจะปะทะกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้หากมันบังaชาญกล้าทำร้ายคนปากแข็งตรงหน้า ดวงตาคมดุของวิศวกรหนุ่มจ้องเขม็งไปยังแฟ้มเอกสารบนพื้น ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองรินรดาด้วยความกดดันระดับสูงสุด "พูดมาให้เคลียร์ริน" ภีมเอ่ยเสียงต่ำ รabความทุ้มลึกที่กดต่ำลงจนน่ากลัว "ข่าวอะไรเกี่ยวกับคดีเมื่อสามปีก่อน ที่ทำให้โครงสร้างโปรเจกต์นี้เกือบพังมาแล้วรอบหนึ่ง" รินรดารีบย่อตัวลงเก็บแฟ้มเอกสารขึ้นมาอ้อมแอ้มตอบด้วยความลิบลับ "ก็... ก็หลักฐานชิ้นใหม่ที่สำนักงานใหญ่เพิ่งกู้คืนมาได้จากฮาร์ดไดรฟ์สำรองของอดีตหัวหน้าทีมชุดเก่าค่ะ! มัน... มันไม่ใช่แค่เรื่องความประมาทเลินเล่อธรรมดา แต่มันมีเอกสารปลอมแปลงลายเซ็น และชื่อของคนที่รับเงินใต้โต๊ะเพื่อปัดตกสเปกวัสดุโครงสร้าง... ซึ่งหนึ่งในนั้น มีชื่อของบริษัทที่เรากำลังดีลอยู่ด้วยค่ะ!" สิ้นเสียงของรุ่นน้อง บรรยากาศในห้องประชุมแคบๆ ก็ราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น กวินท์ชะงัก ร่างเพรียวบางในชุดทำงานเนี้ยบกริบแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยไหววูบด้วยความรู้สึกซับซ้อน คดีเมื่อสามปีก่อน... แผลเป็นชิ้นใหญ่ที่เกือบทำลายความฝันในการเป็นสถาปนิกของเขาให้ดับวูบลง ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นคนทำ แต่กลับต้องแบกรับคำคร่ำครวญและเสียงนินทาจากคนในวงการอยู่หลายปี กว่าจะปีนป่ายกลับขึ้นมายืนในจุดนี้ได้ เลือดตาแทบกระเด็น และตอนนี้ มันกำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางกระแสสังคมที่จ้องจะเหยียบซ้ำ "หลักฐานอยู่ที่ไหนคะ?" กวินท์ถามเสียงแหบพร่า ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันหนาทึบ "นี่ค่ะ..." รินรดายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วเรียวของกวินท์จะเอื้อมไปแตะ มือหนาของภีมก็คว้าหมับเข้าที่ซองเอกสารนั้นเสียก่อน ภีมดึงซองเอกสารมาถือไว้เอง เปิดดูคร่าวๆ ด้วยสายตาคมกริบที่กวาดผ่านตัวหนังสือทุกบรรทัดอย่างรวดเร็ว กรามแกร่งขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธกรุ่นที่พุ่งพล่าน วิศวกรหนุ่มเกลียดที่สุดคือความไม่ยุติธรรม และเกลียดมากกว่าคือการเห็นคนอื่นพยายามใช้เรื่องนี้มาทำลายคนที่เขากำลัง... ปกป้องด้วยชีวิต "ไม่ต้องดูหรอกกวินท์" ภีมพูดเสียงเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นเด็ดขาดจนไม่อาจขัดขืน "เอกสารพלבบแบบนี้ปล่อยให้ฉันจัดการเอง เธอมีหน้าที่แค่ยืนสวยๆ แล้วทำงานออกแบบของเธอไป" "พูดบ้าอะไรของเธอภีม!" กวินท์หันขวับมาแหวใส่ทันที ความกลัวที่ถูกกระตุ้นทำให้สัญชาตญาณการป้องกันตัวทำงาน ปากบางเฉียบพ่นคำพูดเชือดเฉือนออกไปตามเคย "นี่มันเรื่องของฉัน! อดีตของฉัน! เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งว่าไม่ต้องดูฮะ?!" "มีสิทธิ์ในฐานะที่ฉันเป็นหัวหน้าทีมวิศวกรที่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของตึกนี้! และมีสิทธิ์ในฐานะ..." ภีมชะงักไปนิดหนึ่ง ปล่อยให้ประโยคหลังกลืนหายไปในลำคอ แต่ดวงตาคู่คมที่มองตรงมากลับเต็มไปด้วยความคลั่งรักและความห่วงใยที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด "...ในฐานะคนที่จะไม่ยอมให้ใครมาทำลายเธอเป็นครั้งที่สองเว้ย!" กวินท์ถึงกับใบ้กิน คำพูดจาขวานผ่าซากแต่จริงใจจนทะลุปรอทรอบนี้เล่นเอาสถาปนิกปากจัดถึงกับเรียบเรียงคำด่าไม่ถูก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะกระชั้นชิดเพราะความโกรธ กลับพลิกผันมาเต้นรัวระคนสั่นไหวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก รินรดาลอบกลืนน้ำลาย มองซ้ายมองขวากับเคมีที่พุ่งทะลุเพดานจนเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินระดับสิบแอมป์ในห้องนี้ "เอ่อ... งั้น... งั้นฉันขอตัวไปเคลียร์เรื่องผังโครงสร้างชั้นใต้ดินก่อนนะคะ พอดีวิศวกรฝ่ายภาคสนามโทรตามพอดี..." รุ่นน้องสาวรีบถอยกรูดออกไปจากห้องอย่างรู้จังหวะ พร้อมกับปิดประตูกระจกสนิท ทิ้งให้คนทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบที่มีเสียงหัวใจเต้นดังแข่งกัน เมื่อประตูปิดลง ภีมก็วางซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึ้ง* ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวกวินท์อย่างรวดเร็ว จนคนตัวเล็กต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะกระจกเย็นเฉียบ "เธอจะดื้อไปถึงไหนฮะกวินท์" ภีมวางมือข้างหนึ่งค้ำขอบโต๊ะกักตัวกวินท์ไว้ตรงกลาง อีกข้างเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มเนียนอย่างเบามือ น้ำเสียงที่เคยดุดันเมื่อครู่กลับอ่อนลงจนน่าใจหาย "รู้ไหมว่าตอนที่รินมันเปิดเข้ามาแล้วบอกว่ามีเรื่องคดีเก่า... หัวใจฉันหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ไม่ใช่เพราะกลัวบริษัทเดือดร้อน... แต่เพราะกลัวว่าเธอจะแบกรับมันไว้คนเดียวอีกแล้ว" กวินท์เม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความทิฐิที่เคยมีถูกความอบอุ่นเจือความดุของคนตรงหน้าหลอมละลายจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นน้อยๆ เพื่อกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นขึ้นมาขอบตา "ใครบอกว่าฉันจะแบกไว้คนเดียว..." กวินท์พึมพำเสียงเบา หันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจัด "ฉันก็แค่... กำลังจะจัดการมันในแบบของฉัน..." "แบบของเธอคือการเก็บเงียบแล้วทำตัวเป็นเม่นคอยกางขนใส่ทุกคนเนี่ยนะ?" ภีมแค่นหัวเราะในลำคอ แต่นัยน์ตากลับทอประกายความอ่อนโยนลึกซึ้ง นิ้วหยาบกร้านไล้กรอบหน้าเรียวบังคับให้กวินท์ต้องหันกลับมาสบตา "เลิกทำเป็นเก่งสักวันไม่ได้หรือไง กวินท์... จำไว้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว" ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันทำให้สติของกวินท์กระเจิงไปหมด ปากที่เคยร้ายกาจตอนนี้กลับหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินมาถ่วงไว้ หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ภีม... นี่เธอกำลัง..." กวินท์กระซิบเสียงสั่น เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้าเมื่อใบหน้าคมคายของวิศวกรหนุ่มโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมดราม่าในเสี้ยววินาที "พี่กวินท์! คุณภีม! แย่แล้วครับ!" เสียงตะโกนของลูกน้องในไซต์งานดังทะลุเข้ามาพร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดผางอีกครั้ง "มีนักข่าวกลุ่มใหญ่บุกเข้ามาที่ล็อบบี้ด้านล่าง ถามหาเรื่องคดีฉาวเมื่อสามปีก่อน แล้วก็บอกว่าบริษัทเรากำลังจะพังพินาศเพราะใช้วัสดุก่อสร้างด้อยคุณภาพ!" ภีมชะงัก กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่นอีกครั้ง ความโกรธรอบใหม่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่ความหวานชื่นเมื่อครู่ วิศวกรหนุ่มผละออกจากกวินท์ช้าๆ แต่ดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีด กวินท์สูดหายใจเข้าลึก ภูมิต้านทานความท้าทายถูกปลุกเร้าขึ้นมาทันที สถาปนิกหนุ่มหยิบสูทตัวนอกมาสวมอย่างรวดเร็ว แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวและเย่อหยิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ "อยากเล่นเกมสกปรกนักใช่ไหมคะ" กวินท์เหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ก่อนจะหันไปสบตากับวิศวกรหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกาย "ไปค่ะภีม... ไปดูกันซิว่าใครกันแน่ที่จะต้องพังพินาศ" ภีมมองรอยยิ้มนั้น มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มคลั่งรักที่เต็มไปด้วยความดุดันและพร้อมจะลุยไฟไปพร้อมกับคนตรงหน้า "หึ... ตามใจสถาปนิกคนเก่งอยู่แล้ว" ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเท้าออกจากห้องประชุมเพื่อเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ที่ล็อบบี้ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของภีมก็สั่นครืดขึ้นมา หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด—**"ประธานกรรมการบริหาร"** คนที่เซ็นอนุมัติโปรเจกต์นี้และเป็นคนเดียวกับที่กุมความลับทั้งหมดของคดีเมื่อสามปีก่อน! ภีมหยุดเดินกะทันหัน กวินท์หันกลับมามองด้วยความสงสัยระคนตื่นตระหนกเมื่อเห็นสีหน้าของวิศวกรหนุ่มที่เผือดสีลงไปถนัดตา "...ว่าไงครับท่าน?" ภีมกดรับสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เสียงปลายสายหัวเราะเยือกเย็นลอดออกมาเบาๆ ท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมจากข้างนอก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของกวินท์และภีมหยุดหมุนในพริบตา— *"แกจะลงไปเคลียร์กับนักข่าวให้เสียเวลาทำไมวะภีม... ในเมื่อหลักฐานชิ้นใหม่ที่พวกแกตามหาอยู่กับฉัน... และคนที่สั่งให้ปลอมแปลงเอกสารเมื่อสามปีก่อน ก็คือคนใกล้ตัวที่พวกแกไว้ใจที่สุดต่างหากล่ะ"* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความปากจัดและคลั่งรักของคู่กัดคู่นี้เสมอนะคะ! ❤️
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคุมงาน: ใครจะยอมหักก่อนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%