“คุณกำลังหนีความจริง หรือหนีใจตัวเองกันแน่คะ รินรดา?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำของธันวาไม่ได้ฟังดูคาดคั้น แต่กลับสั่นประสาทคนฟังได้อย่างประหลาด เขาขยับกายเข้ามาประชิดขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาตรวจสอบรายละเอียดในพิมพ์เขียวร่างสุดท้ายบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
รินรดาชะงักมือที่กำลังถือปากกาเน้นข้อความ หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอพยายามตั้งสติ รวบรวมความมั่นใจที่สั่งสมมาตลอดการทำงานหลายปี “ดิฉันแค่โฟกัสกับงานค่ะ คุณธันวา โปรเจกต์นี้มีความหมายกับบริษัทมากเกินกว่าที่จะปล่อยให้มีช่องโหว่... แม้แต่ช่องโหว่เล็กน้อยเรื่องความรู้สึกก็ตาม”
“ความรู้สึกไม่ใช่ช่องโหว่ แต่มันคือโครงสร้างหลักของการตัดสินใจนะคะริน”
ไม่ทันที่เธอจะได้ตอบโต้ จู่ๆ ไฟทั้งออฟฟิศก็ดับพรึบลง ความมืดสนิทเข้าปกคลุมพื้นที่ทุกตารางนิ้วในทันที บรรยากาศเงียบสงบกลายเป็นความมืดมิดที่น่าหวาดหวั่น รินรดาสะดุ้งเฮือก เผลอถอยหลังจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างจัง
“ว้าย!”
ก่อนที่ร่างบางจะเสียหลักล้มลง มือหนาที่อบอุ่นและคุ้นเคยก็คว้าเอวบางเอาไว้ได้ทัน แรงดึงจากเขาทำให้เธอถลาเข้าไปปะทะกับอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความสะอาดแบบผู้ชายทำงานของเขาโชยเข้าจมูก รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจอุ่นร้อนของธันวาปัดผ่านขมับเธอไปเบาๆ ท่ามกลางความมืดที่ทำให้ประสาทสัมผัสอื่นเด่นชัดขึ้นเป็นทวีคูณ
“ไม่ต้องกลัวค่ะ” เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาแต่กังวานในความเงียบ “ผมอยู่นี่”
รินรดาพยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืด เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือที่ยังคงประคองอยู่ที่เอวคอด เขากระชับวงแขนแน่นขึ้นอีกนิดอย่างปกป้อง สัมผัสที่เกินขอบเขตเพื่อนร่วมงานทำให้ความรู้สึกที่เธอพยายามกดทับไว้เริ่มสั่นคลอน ปมในใจเรื่องการถูกทอดทิ้งที่เคยสร้างกำแพงหนาเตอะไว้ดูเหมือนจะถูกเขากะเทาะออกด้วยความใส่ใจที่เขามีให้เสมอมา
“ไฟคงดับทั้งชั้น” เธอพยายามพูดให้เป็นปกติ ทั้งที่หัวใจเต้นโครมคราม “ฉันว่าฉันควรออกไปดูที่หน้าห้อง...”
“ตอนนี้ทางเดินข้างนอกมืดสนิทและอันตรายเกินไปค่ะ” ธันวาแย้งขึ้นทันควัน มืออีกข้างของเขาเลื่อนขึ้นมาแตะแก้มเธอเบาๆ ปลายนิ้วสัมผัสผิวเนียนละเอียดอย่างแผ่วเบาจนเธอขนลุกซู่ “คุณเป็นคนเก่ง ริน... เก่งจนบางครั้งก็ลืมไปว่าคุณก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องการใครสักคนดูแล ในวันที่แสงดาวเลือนหายแบบนี้ ให้ผมเป็นแสงนำทางให้คุณได้ไหมคะ?”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกโหยหาที่ฝังลึกอยู่ข้างในกำลังเรียกร้องให้เธอปล่อยวาง แต่เสียงเตือนในใจกลับนึกถึงรวิชญ์... ชายคนที่กำลังจ้องจะเล่นงานเธอและบริษัทผ่านโครงการนี้ เธอรู้ดีว่าการยอมรับความรู้สึกที่มีต่อธันวา อาจหมายถึงการเปิดช่องโหว่ให้ศัตรูเข้าถึงจุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดของเธอ
“คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะธันวา... โลกของฉันมันไม่ได้สวยงามเหมือนความรู้สึกที่คุณมอบให้”
“งั้นเรามาทำให้มันสวยงามด้วยกันไหมคะ?” เขาก้มลงกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำให้สมองของเธอขาวโพลน “แค่คืนนี้... ลืมเรื่องโปรเจกต์ ลืมเรื่องรวิชญ์ ลืมโลกทั้งใบ แล้วเหลือแค่คุณกับผม”
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังจะยอมแพ้ เสียงกดรหัสประตูออฟฟิศที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบก็ทำลายทุกอย่างลง บานประตูหนักอึ้งค่อยๆ แง้มออกพร้อมกับแสงไฟจากหน้าจอมือถือที่ส่องสว่างเข้ามาในห้อง
“รินรดา... ผมรู้ว่าคุณยังอยู่ในนี้” เสียงของรวิชญ์ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและแฝงไปด้วยชัยชนะ “และผมก็รู้ด้วยว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว... ความลับที่เธอกำลังปกปิดน่ะ มันจบลงตั้งแต่วินาทีที่ผมก้าวเข้ามาแล้ว”
ธันวาผละออกจากรินรดาเล็กน้อย แต่สายตายังคงจ้องมองร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากความอ่อนโยนกลายเป็นความแข็งกร้าว รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจขาดห้วง เมื่อเห็นเงาของใครอีกคนที่ยืนซ้อนหลังรวิชญ์... คนที่เธอไม่มีวันคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับและพันธะสีเทาภายใต้แสงดาวด้วยกันนะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 6
ความใกล้ชิดที่เกินขอบเขต
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!