“วางปากกานั่นลงเดี๋ยวนี้ค่ะ รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานของสถาปนิกสาว กลิ่นอายของกาแฟที่เย็นชืดและกองกระดาษพิมพ์เขียวที่กระจัดกระจายทำให้บรรยากาศดูอึดอัดจนน่าหายใจไม่ออก รินรดาชะงักมือที่กำลังร่างเส้นสายบนแปลนอาคาร ดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีความล้าปรากฏชัดค่อยๆ เงยขึ้นมองร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางผ่อนคลายเกินเหตุ
ธันวาไม่ได้สวมสูทเนี๊ยบกริบเหมือนที่เคยเห็น เขาอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมคอออกสองเม็ด แขนเสื้อพับขึ้นเผยให้เห็นแขนท่อนล่างที่มีเส้นเลือดนูนสวยงามจากการทำงานหนัก สิ่งที่อยู่ในมือเขาไม่ใช่เอกสารโครงการ แต่เป็นกล่องเก็บอุณหภูมิสีเรียบหรูที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นจนคนนั่งทำงานลืมเรื่องความหิวไปนานถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามไม่ได้
“คุณธันวา... นี่มันเที่ยงคืนกว่าแล้วนะคะ” รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามรักษาความมั่นคงในน้ำเสียงทั้งที่หัวใจสั่นไหวกับสายตาคมกริบที่มองมา
“ผมทราบค่ะ ว่าเที่ยงคืนแล้ว” เขาก้าวเดินเข้ามาใกล้จนความอบอุ่นจากร่างกายแผ่ซ่านเข้ามาในระยะใกล้ชิด “และผมก็ทราบด้วยว่าคุณลืมทานมื้อเย็นไปพร้อมกับความรับผิดชอบที่มากเกินจำเป็น”
รินรดาวางปากกาลงในที่สุด เธอถอนหายใจยาว “งานนี้รวิชญ์เขาจ้องจะเล่นงานอยู่ ถ้าฉันพลาดแม้แต่นิดเดียว โครงการนี้อาจจะหลุดมือไปได้ง่ายๆ คุณก็รู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่จะเล่นตามกติกา”
ธันวาไม่ตอบทันที เขาค่อยๆ วางกล่องอาหารลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษ ก่อนจะเปิดฝาออก กลิ่นหอมของซุปเห็ดทรัฟเฟิลอุ่นๆ และขนมปังอบเนยสดโชยเข้าปะทะจมูกจนรินรดาเผลอหลับตาพริ้ม ความเครียดที่สะสมมาตลอดทั้งวันราวกับจะสลายตัวไปเพียงเพราะกลิ่นอาหารที่อีกฝ่ายตั้งใจเตรียมมาให้
“กินก่อนเถอะค่ะ” เขาเลื่อนช้อนพลาสติกมาตรงหน้าเธอ “ต่อให้โครงการสำคัญแค่ไหน แต่มันก็ไม่มีค่าพอที่จะทำให้คุณต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้ ถ้าคุณป่วย... คนที่สะใจที่สุดก็คือรวิชญ์ ไม่ใช่คนอื่นหรอกนะ”
รินรดารับช้อนมาอย่างจำนน เธอมองชายหนุ่มที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม สายตาของเขามองเธอด้วยความเอ็นดูที่เจือความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อยากจะตีความ... ความรู้สึกที่เรียกว่า ‘ความเป็นห่วง’ ซึ่งมันดูจะเกินเลยไปสำหรับคำว่า ‘พันธะทางธุรกิจ’
“ทำไมถึงต้องดูแลฉันขนาดนี้คะ?” เธอถามขณะตักซุปเข้าปาก รสชาติที่กลมกล่อมและอุ่นซ่านไปถึงหัวใจทำให้เธอยิ่งรู้สึกพ่ายแพ้ต่อความใส่ใจของเขา
ธันวายิ้มมุมปาก นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า “เพราะสำหรับผม... คุณไม่ใช่แค่พนักงานหรือสถาปนิกที่ร่วมงานด้วย รินรดา ผมมีสัญชาตญาณของการปกป้อง และคุณ... คือคนที่ผมไม่อยากให้ความหวังดีของใครคนไหนต้องกลายเป็นฝุ่นผงเพียงเพราะคุณละเลยตัวเอง”
คำพูดของเขาแฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งจนรินรดาต้องก้มหน้าหลบสายตา เธอรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่แก้มท่ามกลางความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในยามดึก ธันวาไม่ได้บังคับให้เธอเปิดใจ แต่เขากลับค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล
“ถ้าคุณคิดจะเอาชนะรวิชญ์ คุณต้องมีสติและร่างกายที่พร้อม” เขาลุกขึ้นยืน ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา “พรุ่งนี้เช้า ผมจะเข้ามารับคุณแต่เช้า เตรียมตัวให้พร้อม เรามีเรื่องต้องไปจัดการที่ไซต์งาน”
รินรดามองแผ่นหลังกว้างของเขากำลังเดินจากไป แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะผลักบานประตูออกไปนั้น เขาก็หยุดชะงักและหันกลับมามองเธออีกครั้ง สายตาคู่นั้นเปลี่ยนไปเป็นความจริงจังที่คาดเดาไม่ได้
“อ้อ... เกือบลืมบอกไป” เขากล่าวเสียงเรียบ “รวิชญ์เพิ่งส่งข้อความหาผมเมื่อครู่ เขาบอกว่าเขามี ‘ของขวัญพิเศษ’ ชิ้นหนึ่งที่จะมอบให้คุณในวันเปิดประมูลโครงการ... และของขวัญชิ้นนั้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอดีตของคุณที่ปารีส”
ใบหน้าของรินรดาซีดเผือดลงในทันที ปากกาในมือที่เพิ่งวางไปร่วงหล่นลงพื้นส่งเสียงดังสนั่น ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบของความเหนื่อยล้า... แต่มันคือความเงียบของความหวาดกลัวที่กำลังจะเปิดเผยออกมา
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับและพันธะสีเทาภายใต้แสงดาวด้วยกันนะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 7
อาหารมื้อดึกจากเขา
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!