"รินรดาคะ... ผมถามว่าตัวเลขงบประมาณในหน้าห้านี้ คุณคิดว่ามันสมเหตุสมผลสำหรับวัสดุเกรดพรีเมียมอย่างที่ทางคุณเสนอมาจริงๆ หรือเปล่า?"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องประชุมขนาดใหญ่จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน แสงไฟสีนวลจากโคมระย้าเหนือโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวสะท้อนกับดวงตาคมกริบของเขาที่จ้องมองตรงมายังหญิงสาวเพียงคนเดียวในห้อง รินรดานั่งหลังตรงเป๊ะในชุดสูทเข้ารูปสีเบจ มือที่ถือปากกาหมึกซึมของเธอขยับเล็กน้อย แต่เธอก็ควบคุมมันไว้ได้ภายใต้การแสดงออกที่เรียบนิ่งและเป็นมืออาชีพที่สุด
"ดิฉันตรวจสอบแล้วค่ะท่านประธาน ทั้งคุณภาพของหินอ่อนนำเข้าและระยะเวลาการจัดส่งที่ทางเราคำนวณไว้ มันครอบคลุมความเสี่ยงทุกอย่างแล้ว หากคุณธันวาต้องการความสมบูรณ์แบบสูงสุดตามที่ระบุในบรีฟ ตัวเลขนี้คือจุดที่เหมาะสมที่สุดค่ะ"
เธอเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รักษาระยะห่างอย่างที่เคยทำมาตลอดสามปีของการทำงานร่วมกัน ทว่าธันวากลับไม่ยอมปล่อยผ่าน เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือยิ้มที่สั่นคลอนความมั่นคงในใจของเธอได้อย่างร้ายกาจ
เขาค่อยๆ เลื่อนเก้าอี้หนังสั่งทำพิเศษเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น ความหอมจางๆ จากน้ำหอมกลิ่นวู้ดดี้ประจำตัวของเขาเริ่มรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของรินรดา จนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ริน... คำว่า 'เหมาะสม' ของคุณน่ะ มันครอบคลุมไปถึงความรู้สึกของคนคุมโปรเจกต์ด้วยไหม?" ธันวาเอ่ยเสียงเบา แผ่วพรายจนแทบจะกลายเป็นกระซิบ มือหนาข้างหนึ่งวางพาดลงบนขอบโต๊ะ ใกล้กับมือของเธอเพียงคืบ "ผมว่าคุณกำลังกังวลใจเรื่องงานมากเกินไป จนลืมไปว่าในห้องนี้ ไม่ได้มีแค่สถาปนิกกับนายจ้างหรอกนะ"
รินรดาจิกปลายเล็บลงบนเนื้อกระดาษในมือ เธอพยายามเตือนตัวเองว่านี่คือห้องประชุมที่บริษัท ไม่ใช่ค่ำคืนใต้แสงดาวที่เคยแบ่งปันความลับให้กัน "เรากำลังคุยเรื่องโปรเจกต์ใหญ่ระดับประเทศนะคะคุณธันวา ได้โปรดอย่าทำให้การประชุมนี้เสียเวลาด้วยเรื่องส่วนตัวเลยค่ะ"
"เสียเวลา?" เขาเลิกคิ้ว แววตาแพรวพราวไหวระริกเหมือนแสงดาวที่สะท้อนบนผิวน้ำ "ถ้าการได้นั่งมองคุณตั้งใจทำงานแบบนี้ถือว่าเสียเวลา... ผมคงเป็นคนที่ขาดทุนย่อยยับที่สุดในโลก"
ภายใต้โต๊ะประชุมที่ไม่มีใครมองเห็น ธันวาขยับปลายเท้าไปสัมผัสกับรองเท้าส้นสูงของเธอเบาๆ มันเป็นสัมผัสที่แผ่วเบาจนเหมือนจินตนาการ แต่รินรดากลับรู้สึกเหมือนไฟฟ้าช็อตแล่นผ่านสันหลัง ความร้อนผ่าวเห่อขึ้นที่ใบหน้าจนเธอต้องเบือนหน้าหนีไปมองหน้าจอโปรเจกเตอร์ที่ว่างเปล่า เธอพยายามดึงสติกลับมา แต่ทุกจังหวะลมหายใจของธันวาที่ขยับเข้ามาใกล้กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะมากขึ้นทุกที
เธอกำลังจะเปิดปากสวนกลับเพื่อกู้สถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพ แต่จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่รวิชญ์จะเดินพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
"ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะครับคุณธันวา... พอดีผมมีข้อมูล 'ชุดใหม่' ที่น่าจะทำให้รินรดาตัดสินใจยอมรับข้อเสนอของทางผมได้ง่ายขึ้น"
รวิชญ์วางแฟ้มสีดำลงบนโต๊ะกลางห้องประชุม สายตาของเขาจ้องมองรินรดาด้วยความสมเพชปนสะใจ ราวกับกำลังรอคอยให้เธอกระโจนเข้าใส่กับดักที่เขาขุดเตรียมไว้ รินรดารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง สัญชาตญาณเตือนให้เธอระวัง แต่ความสนใจของเธอถูกเบี่ยงเบนไปเมื่อเห็นสิ่งที่รวิชญ์ดึงออกมาจากแฟ้ม
มันไม่ใช่เอกสารสัญญา... แต่เป็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่วางหงายลงบนโต๊ะ ภาพที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบจนเหมือนถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา
"ดูเหมือนว่า 'ความลับ' ของสถาปนิกสาวผู้แสนสมบูรณ์แบบคนนี้ จะมีราคาแพงกว่าที่ใครๆ คาดไว้นะครับ" รวิชญ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะหันไปสบตาธันวาที่ยังคงนิ่งเงียบ ทว่านัยน์ตาสีเข้มของชายหนุ่มกลับทวีความเย็นชาจนน่าขนลุก
รินรดามองภาพในมือรวิชญ์ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาธันวาด้วยความหวาดหวั่นที่ปิดไม่มิด ความล่มสลายของชีวิตที่เธอเฝ้าปกปิดมาตลอดกำลังจะถูกกระชากออกมาในที่แจ้ง ท่ามกลางความเงียบงันที่แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดจนแทบขาดใจ
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับและพันธะสีเทาภายใต้แสงดาวด้วยกันนะคะ - ละอองดาวเดือนเก้า
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 5
ในห้องประชุมที่เงียบงัน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!