"คุณคิดว่ารอยยิ้มของเขา... มีราคาค่างวดเท่าไหร่กันคะ รินรดา?"
รวิชญ์ทิ้งคำถามนั้นไว้เหมือนทิ้งระเบิดเวลา ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้แผ่นหลังกว้างของเขากลืนหายไปกับเงามืดของโถงทางเดิน เหลือเพียงความเงียบที่กดทับจนรินรดาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวราวกับกลองรบ
ธันวายืนอยู่ที่เดิม สายตาคมกริบของเขายังคงจับจ้องมาที่เธอ—ไม่ใช่มองด้วยความเกลียดชังอย่างที่เธอหวาดกลัว แต่เป็นสายตาที่อ่านยากจนน่าใจหาย ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก้าวผ่านกรอบประตูเข้ามา ทุกจังหวะฝีเท้าของเขาส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงหัวใจของหญิงสาว
"เขาพูดอะไรกับคุณบ้าง" เสียงของธันวานุ่มนวล หากแต่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งภายใต้แสงไฟสลัว
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่อาจเอ่ยคำโกหกต่อหน้าผู้ชายคนนี้ได้ มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ "เขาก็แค่... พยายามจะปั่นหัวฉันค่ะ เหมือนที่เขาทำกับคุณ"
ธันวาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้เธอรับรู้ได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นไม้จันทน์หอมที่คุ้นเคยซึ่งมักจะทำให้เธอใจสั่นเสมอ เขาเอื้อมมือขึ้นมาเหมือนจะแตะที่ข้างแก้มของเธอ แต่แล้วเขากลับชะงัก นิ้วเรียวยาวเปลี่ยนไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างใบหูของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแฝงความทะนุถนอมจนน่าประหลาด
"อย่าไปฟังคำของคนจำพวกนั้นเลยครับริน" เขาว่าพลางมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "หัวใจของผม... ไม่ได้มีไว้ให้ใครตีราคา และมันก็ไม่ได้ว่างเปล่าพอที่จะให้ใครมาเติมแต่งเรื่องโกหกใส่ได้ง่ายๆ"
รินรดารู้สึกเหมือนถูกแรงดึงดูดมหาศาลรั้งไว้ ในวินาทีที่เขาก้มหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินบนผิวแก้ม สติสัมปชัญญะของเธอก็แทบจะกระเจิดกระเจิง ความอบอุ่นที่เขาหยิบยื่นให้มันช่างหอมหวานจนเธอลืมเลือนความหวาดระแวงไปชั่วขณะ เธอเผลอไผลไปกับสัมผัสอ่อนโยนนั้นจนไม่ได้สังเกตเห็นประกายไฟเล็กๆ ที่วูบผ่านหน้าต่างกระจกฝั่งตรงข้าม
*แชะ!*
เสียงชัตเตอร์เบาหวิวที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันอาจฟังดูไม่ต่างจากเสียงแมลงบินผ่าน หากแต่สัญชาตญาณของนักธุรกิจอย่างธันวานั้นไวเกินกว่าจะมองข้าม เขาผละตัวออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบหันขวับไปทางหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย
"มีใครอยู่ที่นั่น!" ธันวาตวาดเสียงต่ำ ก่อนจะพุ่งตัวออกไปที่ระเบียงทางเดินทันที
รินรดาสะดุ้งสุดตัว ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วแผ่นหลัง เธอรีบก้าวตามเขาไปติดๆ หัวใจเต้นรัวด้วยความตระหนก ภาพที่เห็นคือเงาร่างหนึ่งที่วิ่งหนีหายไปในความมืดของสวนหย่อมด้านล่าง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและบรรยากาศที่น่าอึดอัดใจ
"ช่างเถอะ" ธันวาพึมพำขณะหันกลับมา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งพล่าน "อย่างน้อยตอนนี้เราก็รู้แล้วว่า มีคนจ้องจะเล่นงานเราอยู่ทุกฝีก้าว"
เขากลับเข้ามาหาเธออีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้แตะต้องเธอ เพียงแต่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ ราวกับกำแพงที่ไม่มีวันพังทลาย รินรดามองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มที่ดูเคร่งขรึมขึ้นถนัดตา เธอรู้ดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่แค่การแอบถ่ายธรรมดา แต่มันคืออาวุธที่รวิชญ์เตรียมไว้ทำลายชื่อเสียงของเธอ—และทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างเธอกับธันวา
"ฉันขอโทษค่ะ..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว "ถ้าฉันไม่เข้ามาที่นี่แต่แรก เรื่องพวกนี้คงไม่เกิดขึ้น"
ธันวาหันกลับมามองเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความอ่อนโยนอย่างที่เขามักจะมอบให้เธอเสมอ เขาคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในใจเธอได้ชั่วขณะ
"ริน... ฟังผมนะ" เขาเริ่มด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ไม่ว่ารูปพวกนั้นจะถูกเอาไปทำอะไร หรือใครจะเป็นคนปล่อยมันออกมา ผมอยากให้คุณเชื่อใจผม ต่อให้ทั้งโลกจะหันหลังให้คุณ แต่ผมจะไม่มีวันปล่อยมือจากคุณเด็ดขาด"
คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับคำสัญญาที่สลักลงบนแผ่นหิน รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของเธอร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตัน ในโลกที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการทรยศหักหลัง การมีคนคนหนึ่งที่พร้อมจะยืนเคียงข้างเธอ—ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น—คือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต
ทว่า... ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาสั่นรัวขึ้นมา เสียงเรียกเข้าที่ไม่ได้ระบุชื่อคนโทรทำให้เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดรับโดยเปิดลำโพงให้รินรดาได้ยินด้วย
"ดูเหมือนคุณจะมีความสุขดีนะ ธันวา" เสียงแหบพร่าของชายปริศนาที่ผ่านการดัดเสียงดังลอดออกมา "แต่น่าเสียดาย... รูปที่คุณกับยัยเด็กสถาปนิกนั่นแนบชิดกันน่ะ มันถูกส่งถึงมือบอร์ดบริหารบริษัทคุณเรียบร้อยแล้ว หวังว่าพรุ่งนี้เช้า คุณจะยังยิ้มออกนะ... เพราะการประชุมหุ้นส่วนใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น"
ธันวากดวางสายทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหันมามองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตระหนก
รินรดามองเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเขาที่สว่างขึ้นอีกครั้ง มันไม่ใช่ข้อความขู่ แต่เป็นอีเมลแจ้งเตือนการประชุมฉุกเฉินในเช้าวันพรุ่งนี้ พร้อมกับไฟล์รูปถ่ายที่ถูกแนบมา—รูปของเธอและเขากำลังยืนใกล้ชิดกันในมุมลับตาคน แต่ทว่าในรูปนั้น มุมกล้องกลับทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังกอดกันอย่างลึกซึ้งท่ามกลางความมืดมิด
"มันจบแล้วริน..." ธันวากล่าวเสียงเรียบ ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า "พวกเขาไม่ได้แค่จะเล่นงานผม... แต่พวกเขาต้องการจะทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างมาด้วย"
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้า เธอไม่ได้ห่วงชื่อเสียงของตัวเองเท่ากับความสัมพันธ์ของเขากับบริษัทที่เขารัก ทว่าในขณะที่เธอเตรียมใจจะเผชิญหน้ากับพายุลูกใหญ่ เสียงเคาะประตูห้องรับรองก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
"คุณธันวาคะ! ดิฉันเลขาส่วนตัวของคุณนะคะ... มีคนจากสำนักข่าวบันเทิงรออยู่ที่ล็อบบี้เต็มไปหมดเลยค่ะ พวกเขาอ้างว่าได้ภาพหลุดของคุณกับคู่ควงคนใหม่มา!"
รินรดามองธันวาด้วยความตื่นตระหนก เขากระชับมือที่กุมมือเธอไว้แน่นขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัว
"ริน... คืนนี้คุณไม่ต้องกลับไปที่ห้องของคุณ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ไปกับผม... ถ้าพวกเขาอยากได้ข่าวฉาวนัก ผมก็จะทำให้มันเป็นเรื่องจริงซะเลย"
หวังว่าตอนที่ 17 นี้จะทำให้คุณรี้ดรู้สึกลุ้นระทึกไปกับความรักของรินรดาและธันวานะคะ ขอบพระคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "ละอองดาวเดือนเก้า" เสมอมาค่ะ
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 17
ภาพหลุดที่ไม่ได้ตั้งใจ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!