พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 18

การพิสูจน์ความจริงใจ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณกำลังทำอะไรคะ ธันวา...” รินรดากระซิบถาม เสียงของเธอสั่นพร่าขณะถูกรั้งให้ก้าวเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัวของเขา—คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่ถูกจัดแต่งด้วยโทนสีสุขุมและอบอุ่น แต่ในวินาทีนี้ บรรยากาศกลับหนักอึ้งไปด้วยแรงปรารถนาที่พุ่งพล่านจนน่าใจหาย ธันวาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาวางกระเป๋าเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เสียงปึกของมันดังชัดในความเงียบ ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่นที่มากกว่าปกติ มันไม่ใช่แค่ความต้องการ แต่เป็นการประกาศสงครามกับโลกภายนอกที่กำลังรุมเร้าพวกเขา “ผมกำลังปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุด” ธันวาก้าวเข้ามาใกล้จนรินรดารู้สึกถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา “รวิชญ์ปล่อยข่าวลือเรื่องเราเพื่อให้คุณหลุดจากโปรเจกต์ใหญ่ และทำให้ความน่าเชื่อถือของบริษัทผมสั่นคลอน... เขาคิดว่าการขีดเขียนชื่อคุณกับผมไว้ในข่าวฉาวจะทำให้เราแตกแยก แต่เขาคิดผิด” “แต่นั่นคืออาชีพของคุณนะคะธันวา ถ้าคุณเลือกจะทำตามคำพูดเมื่อกี้... ข่าวพวกนั้นจะเป็นจริง และหุ้นบริษัทคุณ...” “ช่างหัวมันสิครับ” เขาขัดขึ้น เสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด มือหนาเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นให้เธอสบตา “ถ้าการแลกมาซึ่งความมั่นคงของบริษัทต้องแลกด้วยการที่ผมต้องปล่อยมือจากคุณ ผมขอเลือกที่จะไม่มีอะไรเลยนอกจากคุณ... ดีกว่ามีทุกอย่างแต่กลับต้องมองดูคุณถูกพวกมันรังแกโดยที่ผมทำได้เพียงยืนดู” รินรดานิ่งงัน หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบคั้นด้วยความซาบซึ้งและหวาดกลัวในคราวเดียวกัน เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนแอ แต่ท่ามกลางปมในอดีตที่เคยถูกครอบครัวทอดทิ้ง ความรักที่หนักแน่นเช่นนี้คือสิ่งที่เธอเฝ้าถวิลหามาตลอดชีวิต ธันวาไม่ใช่แค่ผู้ชายที่เพียบพร้อม แต่เขาคือปราการที่พร้อมจะพังทลายลงเพื่อปกป้องเธอ เขาสวมกอดเธอไว้แน่น อ้อมกอดนั้นกักขังเธอไว้ในวงล้อมแห่งความปรารถนา กลิ่นน้ำหอมไม้ซีดาร์จางๆ บนตัวเขาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกมอมเมา เธอซบหน้าลงกับอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นจังหวะของเขา มันเป็นจังหวะที่ซื่อตรง... ซื่อตรงเกินกว่าที่จะเป็นแค่เกมธุรกิจ “ริน... คืนนี้ ผมอยากให้คุณเชื่อใจผม” เขาพึมพำข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหูจนเธอขนลุกซู่ “ไม่ต้องสนว่ารวิชญ์จะเขียนอะไร ไม่ต้องสนว่าสื่อจะประโคมข่าวแบบไหน เราสองคนเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสินว่าเรื่องราวของเราจะเป็นอย่างไร” เขาก้มลงจูบที่ขมับอย่างแผ่วเบา แต่ทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกโหยหาที่ลึกซึ้ง รินรดาหลับตาลง ยอมปล่อยให้สัญชาตญาณนำพา เธอไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าการก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้คือการข้ามเส้นที่ไม่มีวันหวนกลับ แต่กับผู้ชายคนนี้... การข้ามเส้นนั้นดูเหมือนจะเป็นทางออกเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกถึงการมีตัวตนอย่างแท้จริง ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนหวาน เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของธันวาก็ดังทำลายบรรยากาศขึ้นมา หน้าจอที่สว่างวาบเผยให้เห็นชื่อที่ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้าง... *‘บอร์ดบริหาร – สายด่วน’* ธันวาชะงักไปเล็กน้อย เขามองหน้าจอ ก่อนจะเหลือบมองรินรดา สายตาของเขาเปลี่ยนไปเพียงชั่ววูบจากความหลงใหลกลายเป็นความสับสน เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดปิดเครื่อง ทิ้งมันไว้บนโต๊ะข้างๆ ราวกับของไร้ค่า “ธันวา... นั่นอาจจะเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่คุณทุ่มเทมาตลอดปีนะคะ” รินรดาเตือนเสียงแผ่ว “สำหรับผมตอนนี้” เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแตะกัน “ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการพิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็นว่า... รินรดา คือคนเดียวที่ผมจะไม่มีวันปล่อยมือ” เขาเริ่มขยับริมฝีปากจูบลงมาอย่างอ้อยอิ่ง ทว่าเร่าร้อนราวกับจะหลอมละลายทุกความกังวลในใจของเธอ รินรดาโอบรอบคอเขาไว้แน่น ความหวามไหวซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก แต่นั่นก็เป็นช่วงเวลาที่สั้นเกินไป เมื่อเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น... ไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา แต่มันคือการรัวทุบอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับเสียงตะโกนที่เธอจำได้แม่นว่าเป็นใคร “ธันวา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกทำลายอนาคตตัวเองไม่พอ ยังจะลากผู้หญิงคนนั้นลงเหวไปด้วยเหรอ!” เสียงของพ่อธันวาดังสนั่นเข้ามา รินรดาผละออกจากเขาด้วยใบหน้าซีดเผือด เธอรู้ดีว่านี่คือการทดสอบครั้งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่แค่การพิสูจน์ความจริงใจต่อกัน แต่คือการเลือกระหว่างอำนาจที่เขาสร้างมาทั้งชีวิต กับผู้หญิงที่เพิ่งเดินเข้ามาในหัวใจเขาเพียงไม่กี่เดือน ธันวามองไปยังประตูด้วยแววตานิ่งสนิท ก่อนจะหันกลับมามองรินรดา เขาคว้ามือเธอไว้แล้วกุมแน่น “ริน... ถ้าผมเลือกคุณ ผมอาจจะสูญเสียทุกอย่างที่ผมสร้างมา แต่ถ้าผมปล่อยมือคุณตอนนี้ ผมจะสูญเสียตัวตนของผมไปตลอดกาล” เขาก้าวเดินไปที่ประตูด้วยท่าทีที่เด็ดเดี่ยว รินรดาเดินตามไปติดๆ มือที่กุมกันไว้ชุ่มเหงื่อ ทั้งคู่รู้ดีว่าเมื่อประตูบานนี้เปิดออก ชีวิตของพวกเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ธันวาบิดลูกบิดประตูออก แรงผลักจากอีกฝั่งทำให้ประตูเปิดอ้ากว้าง แต่ภาพที่พวกเขาเห็นตรงหน้ากลับไม่ใช่พ่อของธันวาเพียงคนเดียว ทว่ากลับเป็นรวิชญ์ที่ยืนถือกล้องถ่ายรูปพร้อมกับนักข่าวสำนักใหญ่ที่กรูเข้ามาเหมือนฝูงมด พร้อมกับเสียงแฟลชที่สาดส่องเข้ามาจนตาพร่ามัว “ยินดีด้วยนะครับคุณธันวา” รวิชญ์เหยียดยิ้มร้าย “ข่าวฉาวที่คุณอยากให้เป็นจริง... ตอนนี้มันกลายเป็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของทุกสื่อในประเทศเรียบร้อยแล้ว และที่สำคัญ... หุ้นของคุณเพิ่งจะดิ่งลงเหวในวินาทีที่ผมกดปุ่มส่งข่าวนี่เอง” รินรดารู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ เมื่อเห็นธันวาหันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เขาเพิ่งปิดไป ซึ่งตอนนี้มันกลับเปิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติพร้อมข้อความเด้งเตือนนับร้อย... และในวินาทีนั้นเอง ประตูลิฟต์ด้านหลังรวิชญ์ก็เปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวสวยสง่าที่รินรดาจำได้ดีว่าเป็น 'คู่หมั้น' ที่ถูกตกลงไว้โดยผู้ใหญ่ ซึ่งเธอกำลังเดินตรงเข้ามาด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง “ธันวาคะ... หวังว่าคุณจะมีคำอธิบายที่ดีพอสำหรับเรื่องนี้... ต่อหน้าฉัน และต่อหน้าครอบครัวของคุณที่กำลังรอฟังคำตอบอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้นล่าง” ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเอาใจช่วยความรักของธันวากับรินรดาทุกท่านนะคะ!
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%