“คุณกำลังบอกให้ฉันทิ้งงานที่ทุ่มเทมาทั้งชีวิต เพื่อแลกกับคำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานงั้นหรือคะ รวิชญ์?”
รินรดาวางเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักตัวหรูเสียงดังจนเกิดเสียงสะท้อนไปทั่วห้องทำงานส่วนตัวของชายหนุ่ม เธอจ้องมองดวงตาที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ของรวิชญ์ด้วยสายตาที่เย็นเยียบทว่าสั่นไหวลึกๆ ภายในใจ
รวิชญ์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด “ผมไม่ได้ต้องการให้คุณทิ้งงาน ริน แต่ผมกำลังช่วยให้คุณไม่ต้องตกเป็นเหยื่อของคนหลอกลวง ธันวาไม่ได้ต้องการตัวคุณในฐานะคนรักหรอกครับ เขาต้องการแค่ข้อมูลโครงการมิกซ์ยูสที่คุณถืออยู่ในมือต่างหาก ข่าวลือเรื่องเขากับผู้หญิงคนอื่นที่ผมส่งให้... คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือครับ?”
รินรดานิ่งงัน ปมในใจเรื่องการถูกทอดทิ้งในวัยเด็กกำลังกรีดร้องเตือนให้เธอหวาดระแวง ภาพถ่ายที่รวิชญ์นำมาวางเรียงรายบนโต๊ะ—ภาพธันวากำลังพูดคุยกับหญิงสาวนางแบบคนหนึ่งในมุมมืดของโรงแรมหรู—มันตอกย้ำความเจ็บปวดที่เธอพยายามลบเลือน
“ธันวาไม่มีวันทำแบบนั้น” เธอโต้ตอบ แม้เสียงจะแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น
“ความรักมันทำให้คนตาบอดนะริน” รวิชญ์กดเสียงต่ำ “ถ้าคุณยังไม่เชื่อ ก็ลองไปดูด้วยตาตัวเองสิ คืนนี้ที่งานเลี้ยงการกุศล... ผมเตรียมบัตรเชิญไว้ให้แล้ว อยากรู้ไหมว่าเขาจะ ‘แสดง’ ได้แนบเนียนแค่ไหน”
รินรดาเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองศึก ความเชื่อใจที่เคยมีให้ธันวากำลังถูกกัดกร่อนด้วยความระแวงที่รวิชญ์หยิบยื่นให้ เธอเดินไปตามทางเดินของออฟฟิศอย่างเลื่อนลอย ความทรงจำในวันที่ธันวาดูแลเธออย่างอ่อนโยน คอยเช็ดคราบน้ำตาและกระซิบคำมั่นสัญญาข้างใบหู ย้อนกลับมาตอกย้ำใจที่สับสน
ทว่า ทันทีที่เธอเปิดประตูห้องทำงานตัวเองออก ภาพของธันวาที่ยืนรออยู่ตรงหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ เขาสวมสูทสีเข้มที่ตัดกับผิวขาวจัด ดูสง่างามและอบอุ่นเหมือนเช่นเคย แต่แววตาที่เขามองเธอนั้น... มันเต็มไปด้วยความกังวล
“ริน... คุณหายไปไหนมาครับ ผมโทรหาตั้งหลายสาย” เขาเดินเข้ามาใกล้ แต่รินรดากลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
ธันวาชะงัก สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของเธอที่ดูซีดเผือด “คุณเป็นอะไรไป? ใครพูดอะไรให้คุณไม่สบายใจงั้นหรือ”
“รวิชญ์เอาภาพพวกนั้นมาให้ฉันดูค่ะ” รินรดาตัดสินใจพูดออกไป แทนที่จะเก็บความสงสัยไว้เป็นพิษร้าย “เขาบอกว่าคุณแค่ต้องการข้อมูลงานของฉัน และเรื่องผู้หญิงคนนั้น... ธันวาคะ บอกความจริงกับฉันเถอะค่ะ”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้ามาประคองไหล่เธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคยนี้ทำให้น้ำตาของรินรดาเอ่อล้น แต่แทนที่จะคล้อยตามความหวาดกลัว เธอกลับสูดหายใจลึก
“ริน... ถ้าผมจะบอกว่าความเชื่อใจของผมมันล้ำค่าเกินกว่าจะให้คนอย่างรวิชญ์มาทำลาย คุณจะเชื่อไหม?” เสียงของเขาดุดันแต่แฝงไปด้วยความเว้าวอน “ผู้หญิงในรูปคนนั้นคือเลขาส่วนตัวของหุ้นส่วนผมที่ดูแลเรื่องข้อมูลลับที่เราต้องจัดการให้จบก่อนเปิดตัวโครงการ ผมไม่ได้บอกคุณเพราะต้องการให้มันเป็นเซอร์ไพรส์ และผมไม่ได้ต้องการแค่ข้อมูล... ผมต้องการ ‘เรา’ ในอนาคต”
รินรดามองลึกลงไปในดวงตาของชายตรงหน้า เธอนึกถึงคำพูดของรวิชญ์ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เทียบกับความอ่อนโยนที่ธันวามอบให้เธอมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หากความรักคือการเดิมพัน ครั้งนี้เธอขอวางเดิมพันด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี
“ฉันเชื่อคุณค่ะ” เธอเอ่ยเสียงหนักแน่น “ไม่ใช่เพราะฉันไม่กลัว แต่เพราะฉันเลือกที่จะเชื่อในตัวคุณ มากกว่าคำพูดของศัตรูที่ต้องการทำลายเรา”
ธันวาดึงเธอเข้ามากอดแน่นราวกับจะฝังเธอไว้ในอ้อมแขน ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้ความสับสนในใจของรินรดาจางหายไปจนหมดสิ้น แต่ทว่า... ความสุขนั้นกลับอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที
เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวาดังขึ้น เขาผละออกเล็กน้อยแล้วหยิบขึ้นมาดู สีหน้าของเขากลายเป็นเคร่งขรึมทันทีที่เห็นเบอร์ที่โทรเข้ามา เขาเหลือบมองรินรดาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันหลังไปรับสาย
“มีอะไร?” เสียงของเขาเย็นเยียบจนรินรดาขนลุก
ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่รินรดาจำได้แม่น... มันคือเสียงของผู้หญิงในภาพถ่ายคนนั้น! “ธันวาคะ... ทุกอย่างพังแล้วค่ะ รวิชญ์เขารู้แผนงานลับทั้งหมดที่เราวางไว้ และตอนนี้เขากำลังจะปล่อยมันให้สื่อ... ถ้าคุณไม่รีบจัดการ ‘เด็กคนนั้น’ ของคุณให้พ้นทาง เราจะสูญเสียทุกอย่าง!”
ธันวากำโทรศัพท์แน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาค่อยๆ หันกลับมามองรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างหลัง โดยที่หญิงสาวเพิ่งจะได้ยินประโยคสุดท้ายของสายสนทนาอย่างชัดเจนเต็มสองหู
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของธันวา—แววตาที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“ริน... ฟังผมก่อนนะ” เขาขยับตัวเข้าหาเธอ แต่รินรดาได้แต่ถอยกรูดไปจนชิดมุมห้อง เมื่อภาพฝันที่เธอเพิ่งสร้างขึ้นมาพังทลายลงในพริบตาเดียว
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเอาใจช่วยความรักของธันวากับรินรดาทุกท่านนะคะ!
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 19
ความเชื่อใจคือทางออก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!