พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 20

ความสุขที่สั้นเกินไป

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"คุณรินรดาคะ... ช่วยอธิบายหน่อยค่ะว่าทำไมไฟล์ข้อมูลลับของโครงการ 'สกายไลน์พาร์ค' ถึงไปปรากฏอยู่ในอีเมลส่วนตัวของฝั่งคู่แข่งได้" น้ำเสียงของหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในไม่ได้ดุดัน ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กัดกินลึกลงไปในเนื้อเยื่อ รินรดานั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้หนังในห้องประชุมที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง เธอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ—มันยังไม่ถึงสิบโมงเช้าด้วยซ้ำ แต่โลกที่เธอสร้างมาด้วยความทุ่มเทกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตา รินรดาประสานมือเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอไม่ได้หลบสายตา แต่ทว่าในดวงตาคู่สวยกลับสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อมองเห็นรวิชญ์นั่งพิงเก้าอี้อยู่มุมห้อง ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะเห็นใจ แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อจนมุม "ดิฉันไม่ทราบเรื่องนี้ค่ะ" รินรดาตอบเสียงเรียบ พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "ดิฉันทำงานที่นี่ด้วยความโปร่งใสมาตลอด และไฟล์นั้น... ดิฉันเป็นคนทำมันกับมือ ไม่มีเหตุผลที่ดิฉันจะส่งต่อให้ใครเพื่อทำลายโปรเจกต์ของตัวเอง" "หลักฐานมันชัดเจนนะคะคุณรินรดา" รวิชญ์แทรกขึ้นมา จังหวะการพูดของเขานุ่มนวลแต่มันเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเดิม "ในฐานะที่ผมเป็นพาร์ทเนอร์ในโครงการนี้ ผมเองก็เสียใจมากที่ต้องเห็นเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจทำแบบนี้... แต่งานก็คืองานครับ" ธันวาที่นั่งเงียบอยู่หัวโต๊ะมาตลอดขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปที่รวิชญ์ บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มตึงเครียดจนคนในห้องแทบหยุดหายใจ เขารู้ดีว่ารินรดาเป็นคนอย่างไร และที่สำคัญกว่านั้น... เขารู้ดีว่าใครเป็นคนขุดหลุมนี้ให้เธอ "หลักฐานที่ว่าน่ะ คุณรวิชญ์" ธันวาเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "มันได้มาจากการแฮกหรือการฟอร์เวิร์ดอีเมลกันแน่ครับ? เพราะเท่าที่ผมจำได้ ระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัทเราไม่ได้เจาะจงที่ตัวบุคคล แต่มันระบุถึง 'ไอพีแอดเดรส' ของเครื่องที่ใช้งาน... ซึ่งเครื่องของรินรดาถูกล็อกอยู่ตลอดเวลาที่คุณไปหานอกบริษัท" รินรดาหันไปมองธันวา แววตาของเขาที่ส่งมาให้ไม่ได้มีเพียงความโกรธ แต่ยังมีความห่วงใยที่โอบอุ้มเธอไว้ท่ามกลางพายุ เธอรู้สึกได้ถึงความอุ่นวาบที่แล่นผ่านหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันก็หวาดกลัว... กลัวว่าธันวาจะต้องเดือดร้อนเพราะเธอ "คุณธันวาคะ ดิฉันว่าเราควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบดีกว่าค่ะ" หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบกล่าวอย่างเกรงใจ "ผมไม่ได้จะขัดขวางการตรวจสอบ" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาเอื้อมไปแตะไหล่รินรดาเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโลม "แต่ผมจะไม่ยอมให้ใครใช้ห้องประชุมนี้เป็นศาลเตี้ยเพื่อทำลายคนของผม... รินรดา กลับไปที่โต๊ะก่อน ส่วนเรื่องไฟล์ เราจะหาต้นตอที่แท้จริงกัน" รินรดาพยักหน้า เธอรีบเก็บเอกสารและเดินออกจากห้องประชุมด้วยหัวใจที่เต้นรัว ความรู้สึกถูกทรยศถาโถมเข้ามา เธอไม่ได้กลัวการถูกสอบสวน แต่สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือการที่รวิชญ์ใช้ความไว้วางใจของเธอเป็นอาวุธ เมื่อเดินมาถึงโต๊ะทำงาน รินรดาทรุดตัวลงนั่ง เธอพยายามรวบรวมสติ แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ *‘ความสุขที่คุณได้รับจากเขา มันช่างสั้นนักรินรดา... ถ้าไม่อยากให้ธันวาต้องพินาศเพราะชื่อเสียงที่ด่างพร้อยของแฟนสาว ก็ลาออกซะวันนี้’* มือของรินรดาสั่นเทา เธอรู้ดีว่านี่คือคำขู่จากรวิชญ์ เขาต้องการให้เธอหายไปจากเส้นทางนี้ ไม่ว่าเธอจะบริสุทธิ์แค่ไหน เขาก็มีวิธีสร้างภาพลักษณ์ให้เธอเป็นคนผิดจนได้ เธอเหม่อมองไปนอกหน้าต่างออฟฟิศ แสงแดดที่เคยส่องประกายยามเช้าเริ่มหม่นแสงลงราวกับจะบอกว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมาถึง "ไม่ต้องกลัวนะครับ" เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง รินรดาสะดุ้งโหยงก่อนจะหันไปพบธันวายืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่ใส่ใจสายตาพนักงานคนอื่นๆ ที่มองมา เขาขยับเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้ มือหนาเอื้อมมาลูบผมเธออย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่ทำให้กำแพงความเข้มแข็งของเธอพังทลายลง "เขาขู่ฉัน... ธันวา" รินรดาเอ่ยเสียงเครือ "ผมรู้" ธันวายิ้มบาง ดวงตาคู่คมมีความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ "ผมไม่ได้แค่ดูแลคุณในฐานะคนรัก แต่ผมจะปกป้องทุกอย่างที่เป็นของคุณ... รินรดา เชื่อใจผมนะ" เขาก้มลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน ความใกล้ชิดนี้มันเย้ายวนและอบอุ่นจนรินรดาแทบจะลืมเลือนความโชคร้ายทั้งหมดไปชั่วขณะ แต่ในวินาทีที่เธอกำลังจะพยักหน้าตอบรับด้วยความซาบซึ้ง ประตูกระจกห้องทำงานของเธอก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง ร่างของเลขาส่วนตัวของรวิชญ์ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ในมือถือเอกสารซองสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตา "คุณรินรดาคะ... มีหมายเรียกจากตำรวจค่ะ ทางเราเพิ่งได้รับแจ้งความเรื่องการจารกรรมข้อมูลบริษัท... และดูเหมือนว่าคุณรวิชญ์จะเป็นคนไปแจ้งด้วยตัวเองค่ะ" รินรดาหน้าซีดเผือด เธอหันไปมองธันวาที่กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความอบอุ่นที่เพิ่งได้รับจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นเยียบของความจริงที่ว่า... แผนการของรวิชญ์ไม่ใช่แค่การใส่ร้ายในบริษัท แต่มันคือการทำให้เธอติดคุก ธันวาหันไปมองหน้าเลขานั้นด้วยแววตาดุดันที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลก... แต่ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือชื่อของ 'พ่อ' ที่ทอดทิ้งเธอไปเมื่อยี่สิบปีก่อน รินรดาหัวใจแทบหยุดเต้น เธอรับสายด้วยมือที่สั่นเทา เสียงปลายสายที่แหบพร่าพูดเพียงประโยคเดียวที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุน "ริน... พ่อมีสิ่งที่ต้องบอกลูกเรื่องความลับของบริษัทธันวา ที่จะทำลายชีวิตลูกไปตลอดกาล" ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเอาใจช่วยความรักของธันวากับรินรดาทุกท่านนะคะ!
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%