“คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมอะไรอยู่คะ รวิชญ์”
เสียงของรินรดาสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดไว้ เธอไม่ได้มองหน้าผู้ชายที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงในห้องทำงานของเขา มือเรียวของเธอสั่นเล็กน้อยขณะกำกระเป๋าถือแน่น ดวงตากลมโตจดจ้องไปยังเอกสารที่รวิชญ์จงใจวางทิ้งไว้บนโต๊ะ—มันคือหลักฐานความสัมพันธ์ของธันวาในอดีตที่เขาเพิ่งส่งให้เธออ่านเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
รวิชญ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนายกยิ้มเยือกเย็น ดวงตาคมกริบของเขาคู่นั้นดูเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อดิ้นรน
“เกมงั้นหรือครับริน...” เขาเว้นจังหวะพลางลุกขึ้นช้าๆ ก้าวผ่านพื้นที่ว่างเข้ามาใกล้เธอจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับบานประตูที่ปิดสนิท “ผมไม่ได้เล่นเกม ผมแค่ทำหน้าที่เพื่อนที่ดี... เพื่อนที่อยากให้คุณตาสว่างก่อนจะตกลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดไว้ให้คุณ”
“ธันวาไม่ใช่คนแบบนั้น” เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นหากแต่ลึกๆ ในใจกลับโหว่โหวงเมื่อภาพจดหมายฉบับนั้นยังติดตา
รวิชญ์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดที่น่าสะพรึงกลัว เขาโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างร่างสูงกับบานประตู กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อหรูของเขาปะทะเข้ากับจมูกของเธอ มันอบอุ่น... ผิดกับเจตนาของเขาโดยสิ้นเชิง
“ไม่ใช่คนแบบนั้น? แล้วที่เขาปิดบังเรื่องโครงการที่ฮ่องกง หรือเรื่องผู้หญิงในอดีตคนนั้นล่ะ คุณเรียกว่าอะไร? ความรักหรือความเห็นแก่ตัวกันแน่?” รวิชญ์กระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำให้รินรดาขนลุกชัน “เขารักคุณที่ตัวตนของคุณจริงๆ หรือรักแค่เพราะคุณคือคนที่จะทำให้เขาชนะเกมการประมูลครั้งนี้กันครับ รินรดา?”
รินรดาเบือนหน้าหนี แต่รวิชญ์ใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอให้กลับมาสบตาเขาอีกครั้ง แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธ แต่มันเต็มไปด้วยความหึงหวงที่ไร้เหตุผลและน่าอึดอัด
“อย่าแตะต้องตัวฉัน” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน
“ทำไมล่ะครับ? รังเกียจผม หรือว่า... กลัวว่าถ้าผมแตะต้องคุณแล้ว คุณจะลืมสัมผัสของเขาไปจนหมดสิ้น?” รวิชญ์ปั่นหัวเธออย่างใจเย็น เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของผู้หญิงที่โหยหาความรักอย่างรินรดาคือความไม่มั่นคง เขาจึงจงใจทิ้งร่องรอยของความคลุมเครือไว้ในใจเธอ “วันนี้เขาทิ้งคุณไว้ที่นี่ แล้วตัวเองก็บินไปจัดการเรื่อง ‘ความลับ’ ที่คุณเพิ่งอ่านไป... เขาไม่ได้ไปหาลูกค้าหรอกริน เขาไปหาคนที่จะลบคำครหาให้เขาก่อนที่คุณจะทันได้ตั้งตัว”
คำพูดของรวิชญ์เหมือนก้อนน้ำแข็งที่ถูกโยนลงไปในใจกลางความร้อนรุ่มของความหึงหวง รินรดาพยายามบอกตัวเองว่านี่คือกลลวง แต่น้ำเสียงที่มั่นใจและแววตาที่ดูเหมือนรู้ดีไปทุกเรื่องของเขากลับทำให้เธอใจสั่น
“คุณโกหก”
“งั้นลองโทรหาเขาดูสิครับ” รวิชญ์ผละตัวออกไปนั่งที่โต๊ะทำงานพลางหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาหมุนเล่น “เปิดลำโพงด้วยนะ ผมอยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายที่แสนดีคนนั้น จะตอบคุณว่าอย่างไรในเวลาที่เขาต้องเลือกระหว่าง ‘ความลับที่เขาปกป้องไว้’ กับ ‘คุณ’”
รินรดานิ่งงัน มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามเรียกสติกลับคืนมา เธอไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ต่อแรงปั่นหัวง่ายๆ หากแต่ชื่อของธันวาก็เป็นเหมือนเครื่องหมายการค้าของความอ่อนแอในใจเธอไปเสียแล้ว
*ตู๊ด... ตู๊ด...*
เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นเพียงสองครั้ง ก่อนจะถูกตัดสายทิ้งไป รินรดาใจหล่นวูบ รวิชญ์มองตามปฏิกิริยาของเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ
“เห็นไหมครับ?” เขาพึมพำ “เขาไม่ว่างรับสายคุณหรอก เพราะตอนนี้เขากำลังมีเรื่องสำคัญกว่าต้องสะสาง... เรื่องที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินใบนั้น”
รินรดาเม้มปากแน่น ความน้อยใจพุ่งพล่านจนขอบตาร้อนผ่าว เธอหันหลังเตรียมจะกระชากประตูออกไป แต่ทว่า... ทันทีที่มือสัมผัสกับลูกบิด ประตูบานนั้นกลับถูกผลักเข้ามาจากด้านนอกด้วยแรงมหาศาลเสียก่อน
ร่างสูงโปร้นในชุดสูทสีเข้มที่ดูคุ้นตาปรากฏขึ้นตรงหน้า แววตาของธันวาในยามนี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนอย่างที่เคยเป็น มันมีเพียงความเย็นชาที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องลดต่ำลงจนน่าใจหาย เขาไม่ได้มองรินรดา แต่มองตรงไปยังรวิชญ์ที่นั่งหัวเราะอยู่ในความมืด
“ผมบอกคุณแล้วใช่ไหม รวิชญ์ ว่าอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของผม” ธันวาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของความพายุที่กำลังก่อตัวอบอวลไปทั่ว “แล้วที่สำคัญ... ตั๋วเครื่องบินน่ะ ผมไม่ได้เป็นคนจอง แต่มันคือ ‘ตั๋วใบเดียว’ ที่ส่งตรงมาจากโต๊ะทำงานของใครบางคนที่กำลังพยายามจะยัดเยียดความผิดให้ผม!”
รวิชญ์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะร่วนพลางยืนขึ้นเผชิญหน้า
“คุณหมายความว่าไง ธันวา?”
ธันวาขยับยิ้มที่มุมปาก แต่เป็นยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูก “ก็หมายความว่า... ตั้งแต่ต้นจนจบ คนที่ถือหุ้นสายการบินนั้นไม่ใช่รินรดาหรอกครับ แต่เป็นแม่ของผม และเขาก็เพิ่งเซ็นคำสั่งห้ามคุณเข้าใกล้รินรดาภายในหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง”
ธันวาเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของรินรดาแล้วดึงเธอให้มาอยู่ข้างหลังเขา พร้อมกับหยิบเอกสารฉบับนั้นที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาขยำจนยับยู่ยี่ในมือเดียว
“จบเกมของคุณแล้ว รวิชญ์” ธันวากล่าวเสียงเรียบ “ไปเก็บของของคุณซะ ก่อนที่ผมจะแจ้งความข้อหาบุกรุกและข่มขู่พนักงานในเครือของผม”
ทว่าก่อนที่ธันวาจะพารินรดาเดินออกจากห้องไป เสียงโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้น เป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่เธอไม่คุ้นเคย เธอลังเลที่จะรับ แต่ธันวากลับก้มลงมองหน้าจอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
“อย่ารับนะริน” ธันวากระซิบเสียงเครียด
“ทำไมคะ?” เธอถามด้วยความมึนงง
“นั่นไม่ใช่เบอร์คนทั่วไป... นั่นคือเบอร์ของนักสืบที่ผมจ้างให้ติดตาม ‘คนรักเก่า’ ของคุณที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้นที่สนามบินเมื่อครู่นี้”
ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความรู้สึกและบททดสอบของหัวใจไปพร้อมกับรินรดาและธันวานะคะ
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 27
ความหึงหวงที่ไร้เหตุผล
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!