“ถ้าคุณขยับห่างจากฉันเกินหนึ่งช่วงแขน คืนนี้แผนการทั้งหมดจะพังไม่เป็นท่า จำใส่ใจไว้ด้วยนะ คุณธันวา”
รินรดากระซิบผ่านไรฟัน แม้ใบหน้าของเธอจะประดับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจที่พร้อมจะส่งให้แขกเหรื่อในงาน แต่ในดวงตาคู่สวยกลับฉายแววเย็นชาและเด็ดขาด เธอจัดระเบียบหน้ากากผ้าไหมสีนิลที่ปิดบังครึ่งใบหน้าให้เข้าที่ ก่อนจะกระชับมือที่คล้องแขนแกร่งของชายหนุ่มข้างกายไว้แน่น
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบใต้หน้ากากสีเงินวาววับของเขาจ้องมองหญิงสาวที่วันนี้สวมชุดราตรีเข้ารูปสีดุจมิดไนท์บลู ซึ่งขับผิวขาวผุดผ่องของเธอให้ดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดมัวของงานเลี้ยงการกุศลปิดลับแห่งนี้ เขาก้มลงต่ำจนปลายจมูกเฉียดผ่านใบหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมเจือจางของเขาทำเอาหัวใจของรินรดากระตุกไหวโดยไม่ตั้งใจ
“หวงหรือกลัวกันแน่ครับ... ที่รัก” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขายังคงมีความแพรวพราวแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์บีบคั้น “ผมสัญญาก็ได้ว่าจะไม่ปล่อยให้เงาของคุณต้องเปลี่ยวเหงา แต่เชื่อเถอะว่า ในงานที่รวบรวมเหล่าคนหน้าไหว้หลังหลอกเอาไว้แบบนี้ สายตาของรวิชญ์ต้องจับจ้องมาที่เราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”
รินรดาไม่ตอบ แต่เธอเลือกที่จะออกแรงบีบแขนเขาแทนคำเตือน ภายในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์หรูที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานเลี้ยงหน้ากาก ดนตรีคลาสสิกที่ฟังดูโหยหวนคลอเคล้าไปกับเสียงแก้วไวน์กระทบกัน เบื้องหน้าของพวกเขาคือเหล่ามหาเศรษฐีและนักธุรกิจที่ต่างปิดบังตัวตนภายใต้หน้ากากแฟนซี เพื่อดีลธุรกิจที่ไม่อาจเปิดเผยต่อสาธารณะ
“อย่ามองไปทางซ้าย” รินรดาสั่งเสียงเบาขณะก้าวเดินอย่างมั่นคง “รวิชญ์กำลังยืนอยู่ตรงมุมโต๊ะแชมเปญ เขาเปลี่ยนสูทใหม่ แต่นาฬิกาเรือนนั้น... ฉันไม่มีวันลืม”
ธันวาปรายตามองตามคำบอกของเธอ รวิชญ์ในชุดสูทสีเข้มยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนสำคัญ ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายเกินกว่าจะเป็นคนที่เพิ่งเสียโครงการใหญ่ไป ทันใดนั้น รวิชญ์หันขวับมาทางจุดที่พวกเขาอยู่ แม้หน้ากากจะปิดบังใบหน้าส่วนบน แต่รินรดารู้สึกได้ถึงแววตาประสงค์ร้ายที่พุ่งตรงมา
“เขารู้” ธันวาเอ่ยสั้นๆ ขณะประคองรินรดาให้หมุนตัวออกห่างจากทิศทางนั้น “ดูเหมือนเขาไม่ได้มาคนเดียว”
รินรดาสังเกตเห็นหญิงสาวในชุดราตรีสีแดงเพลิงที่เดินเข้ามาเกาะแขนรวิชญ์ เธอคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอดีตเลขาฯ คนสนิทของเธอที่ลาออกไปอย่างกะทันหัน หัวใจของรินรดาเต้นรัวด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด เธอพยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรักษาสมดุลของอารมณ์
“นั่นคือจุดจบของความเชื่อใจที่ฉันเคยมีให้เธอ” รินรดาพึมพำกับตัวเอง
ธันวาเปลี่ยนทิศทางนำทางเธอเข้าไปยังมุมมืดของระเบียงชั้นสอง ซึ่งเป็นจุดที่พวกเขาสามารถมองเห็นภาพรวมของงานได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น ที่นี่... ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาปะทะกาย แต่ความร้อนแรงในใจของทั้งคู่กลับพุ่งสูงขึ้น
“ริน” ธันวาเรียกชื่อเธอเบาๆ ก่อนจะใช้มือหนาประคองใบหน้าของเธอให้หันมาสบตา “ถ้าคืนนี้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จงวิ่งไปที่รถคันสีดำฝั่งประตูทิศเหนือ ผมเตรียมคนไว้ให้แล้ว”
“แล้วคุณล่ะ?” รินรดาถาม สบตาเขานิ่ง ความอ่อนไหวที่เธอพยายามซ่อนไว้เผยออกมาเพียงชั่วครู่ “ถ้าคุณถูกจับได้...”
“ผมไม่มีวันยอมให้ใครแตะต้องคุณได้ แม้แต่ปลายเล็บ” เขากล่าวหนักแน่น ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดใบหน้าของเธอ “เรามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของเรา ไม่ใช่มาเพื่อเสียสละใคร”
ขณะที่บรรยากาศกำลังจะลึกซึ้งและเย้ายวนเกินควบคุม เสียงปรบมือดังสนั่นขึ้นจากโถงกลาง ดึงความสนใจของทั้งคู่ไปยังเวทีกลางห้อง รวิชญ์ก้าวขึ้นไปบนนั้นพร้อมไมโครโฟน เขากวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะหยุดลงที่ระเบียงชั้นสองซึ่งมีร่างของรินรดาและธันวาหลบอยู่
“ขอบคุณทุกท่านที่มาในค่ำคืนนี้” รวิชญ์ประกาศก้องผ่านลำโพง เสียงของเขาดังกังวานผิดปกติ “และเพื่อให้งานการกุศลของเราสนุกยิ่งขึ้น ผมมีของขวัญพิเศษจะมอบให้กับ ‘แขกรับเชิญกิตติมศักดิ์’ ที่แอบเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ... รบกวนคุณรินรดาและคุณธันวา ช่วยลงมาแสดงตัวให้ทุกท่านเห็นหน่อยดีไหมครับ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งห้องโถงทันที รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอหันไปมองธันวาที่ขบกรามแน่นด้วยความโมโห แผนการของพวกเขาถูกเปิดโปงตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา
รวิชญ์ยกแก้วแชมเปญขึ้นดื่มพลางยิ้มเยาะ “ถ้าไม่ลงมา... ผมคงต้องบอกให้บอดี้การ์ดของผม ‘ต้อนรับ’ พวกคุณอย่างสาสม และบางที... สัญญาลับที่คุณถือครองอยู่ อาจจะกลายเป็นแค่เศษกระดาษกองหนึ่งไปตลอดกาล”
รินรดาหันมามองธันวา สบตากันเพียงเสี้ยววินาทีเธอก็รู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เธอสูดหายใจเข้าลึก พยักหน้าให้ชายหนุ่มข้างกาย ก่อนจะก้าวออกไปจากเงามืดสู่แสงไฟที่สาดส่องลงมาจากเวที แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวลงบันได ประตูด้านหลังของระเบียงก็เปิดออกพร้อมเสียงคลิกของปืนที่ถูกปลดเซฟตี
“ไม่ต้องลงไปหรอกค่ะ เพราะสิ่งที่พวกคุณตามหา... ไม่ได้อยู่ที่นั่น”
เสียงหวานเย็นเยียบของหญิงสาวปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับที่ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อเข้าที่ขมับของรินรดาจนเธอต้องหยุดชะงัก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและธันวาในตอนนี้นะคะ!
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 35
งานเลี้ยงการกุศล
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!