“คุณรินคะ... ดูเหมือนช่วงนี้งานโปรเจกต์ของบริษัทเรา จะไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้คุณรินดู ‘ลอยละล่อง’ ไปไกลขนาดนี้นะคะ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความนัยของ ‘ศิริวรรณ’ หัวหน้าแผนกบัญชีที่ขึ้นชื่อเรื่องสายตาพิฆาต ดังขึ้นแทรกความเงียบภายในห้องทำงานส่วนกลาง รินรดาชะงักมือที่กำลังร่างเส้นโครงสร้างอาคารบนแท็บเล็ต เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายผ่านแว่นสายตากรอบบาง พยายามรักษาจังหวะการหายใจให้เป็นปกติที่สุด
“คุณวรรณหมายความว่ายังไงคะ รินยังคงส่งงานตรงตามกำหนดตลอดนะคะ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แววตาของเธอกลับวูบไหวเพียงชั่วครู่เมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ยืนล้อมวงอยู่ใกล้ๆ ต่างพากันหันมาจับจ้องเป็นตาเดียว
“ดิฉันไม่ได้พูดถึงงานหรอกค่ะ” ศิริวรรณก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะของรินรดาด้วยจังหวะที่จงใจให้เกิดเสียงดังกระทบเบาๆ “แต่ฉันพูดถึง ‘ของขวัญ’ บนโต๊ะคุณ ที่ไม่ว่าจะเป็นดอกลิลลี่นำเข้า หรือแม้แต่สมาร์ทวอทช์รุ่นลิมิเต็ดที่เห็นคุณใส่เมื่อวาน... คนอย่างคุณริน ถ้าไม่ได้เงินเดือนขึ้นเป็นเท่าตัว ก็คงมีใครบางคนคอยเปย์หนักจนลืมโลกไปเลยใช่ไหมล่ะคะ?”
เสียงหัวเราะคิกคักในลำคอของเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ดังแทรกขึ้นมา รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดที่พยายามกดทับเอาไว้กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก เธอไม่ได้ต้องการความฟุ่มเฟือยจากธันวา แต่สำหรับเขา... การให้คือวิธีเดียวที่เขารู้สึกว่าได้ดูแลเธออย่างเต็มที่
“มันเป็นเรื่องส่วนตัวของรินค่ะ” รินรดาตอบสั้นๆ เก็บความรู้สึกผิดหวังในใจเอาไว้ เธอรู้ดีว่าในสายตาคนนอกที่มองเข้ามา ความสัมพันธ์ของเธอกับธันวาดูเหมือนความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยและน่าเคลือบแคลง
“ส่วนตัวเหรอคะ?” รวิชญ์ที่เดินเข้ามาสมทบในจังหวะพอดีเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน เขาถือแก้วกาแฟในมือพลางเดินวนรอบโต๊ะของรินรดาอย่างถือวิสาสะ “คนเราถ้ามี ‘ปม’ ในใจเรื่องการถูกทอดทิ้ง ก็มักจะแสวงหาความรักที่หรูหราเพื่อมาเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย... จริงไหมครับคุณริน? หวังว่าความรักที่ได้มา จะไม่จบลงด้วยการเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมธุรกิจของคุณธันวาเขานะ”
คำพูดของรวิชญ์เหมือนเข็มที่ทิ่มแทงเข้าสู่จุดที่บอบบางที่สุดในใจรินรดา เธอรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นจนขึ้นข้อขาว สิ่งที่รวิชญ์พูดไม่ใช่แค่การเหยียดหยาม แต่มันคือการตั้งคำถามถึงความจริงใจของธันวาที่เธอมักจะเผลอถามตัวเองในเวลาที่อยู่เพียงลำพัง
“ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องชีวิตส่วนตัวของดิฉัน ถึงกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่สนุกปากของทุกคนได้ขนาดนี้” รินรดาจ้องมองรวิชญ์ด้วยสายตาที่แข็งกร้าวขึ้น แม้ลึกๆ จะสั่นคลอน “ถ้าไม่มีเรื่องงานแล้ว ดิฉันขอตัวนะคะ”
รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เธอหยิบเพียงกระเป๋าและโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาจากวงล้อมนั้น ท่ามกลางสายตาที่ไล่หลังมาอย่างจับผิดของทุกคนในออฟฟิศ เธอตรงดิ่งไปยังลานจอดรถด้วยความรู้สึกสับสน ความอบอุ่นที่ได้รับจากธันวาในทุกค่ำคืนกำลังถูกบดบังด้วยหมอกควันแห่งความสงสัยที่คนรอบข้างพยายามสร้างขึ้น
เมื่อถึงรถยนต์ส่วนตัว รินรดาถอนหายใจยาว พิงศีรษะกับพวงมาลัย เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอที่แสดงข้อความจากธันวาค้างไว้
*‘วันนี้ผมต้องไปทานข้าวกับลูกค้าสำคัญที่โรงแรมเอ็กซ์เซลซิเออร์ อาจจะกลับดึกหน่อยนะครับ ไม่ต้องรอผมนะ ทานมื้อเย็นให้อร่อยล่ะคนดี’*
ข้อความนั้นดูอบอุ่นเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้มันกลับทำให้เธอรู้สึกถึง ‘ระยะห่าง’ ที่มองไม่เห็น โรงแรมเอ็กซ์เซลซิเออร์... นั่นมันสถานที่โปรดที่รวิชญ์ชอบใช้ติดต่อธุรกิจกับหุ้นส่วนต่างชาติไม่ใช่หรือ? ทำไมธันวาถึงไปที่นั่น?
ขณะที่เธอกำลังจะวางโทรศัพท์ เสียงแจ้งเตือนใหม่ก็เด้งขึ้นมา เป็นภาพถ่ายจากบัญชีที่ไม่ระบุตัวตนในแอปพลิเคชันส่งข้อความ เป็นภาพของธันวากำลังยืนสนทนาอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดราตรีหรูหราที่หน้าล็อบบี้โรงแรม ท่าทางของเขาดูสนิทสนมจนน่าตกใจ
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะรักบัดนี้กลับบีบตัวรุนแรงด้วยความหวาดระแวง เธอตัดสินใจสตาร์ทรถทันทีโดยไม่รีรอ เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องท่ามกลางความเงียบของลานจอดรถ เธอไม่ได้มุ่งหน้ากลับคอนโดอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่จุดหมายปลายทางกลับเป็นที่ที่เธอไม่ควรไปที่สุดในเวลานี้
เมื่อรถของเธอจอดสนิทหน้าโรงแรมหรู รินรดาก้าวลงจากรถด้วยความรู้สึกที่เปราะบางเกินจะรับไหว ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเข้าไปในล็อบบี้ ร่างสูงของใครบางคนที่คุ้นเคยก็เดินสวนออกมา... ไม่ใช่ธันวา แต่เป็นรวิชญ์ ที่ยิ้มให้เธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“มาเร็วกว่าที่คิดนะครับคุณริน” รวิชญ์กระซิบข้างหูเธอขณะเดินผ่าน “อยากรู้ไหมครับว่าทำไมธันวาถึงกล้าโกหกคุณ? ลองเดินขึ้นไปที่ห้องเพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดสิครับ แล้วคุณจะเห็น ‘ความจริง’ ที่คุณไม่เคยได้รับอนุญาตให้เห็น”
รินรดาตัวแข็งทื่อ ความสับสนถาโถมเข้าใส่จนทำอะไรไม่ถูก ในขณะที่รวิชญ์เดินจากไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและหัวใจที่แตกสลายของเธอที่กำลังสั่นคลอนอยู่หน้าประตูทางเข้าโรงแรม เธอจะก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อพิสูจน์ความจริงที่อาจทำร้ายเธอไปตลอดกาล หรือจะหันหลังกลับไปซ่อนตัวอยู่ในพันธะรักที่หอมหวานแต่ปลอมเปลือกนี้ต่อไปกันแน่
ละอองดาวเดือนเก้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะยังคงโอบกอดรินรดาไว้ในความทรงจำและร่วมลุ้นไปกับเธอในตอนต่อไปนะคะ
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 34
สายตาของคนนอก
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!