“แม่คิดว่าธันวาโตพอที่จะแยกแยะระหว่าง ‘ของเล่นที่น่าสนใจ’ กับ ‘สมบัติคู่บารมี’ แล้วนะคะ”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยเข็มพิษของ ‘คุณหญิงมณีรัตน์’ กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องรับรองส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโช ธันวานั่งหลังตรงบนเก้าอี้หลุยส์ตัวหรู มือหนาประสานกันแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดโปน ดวงตาคมกริบจ้องมองมารดาที่กำลังละเมียดละไมจิบน้ำชาด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับว่าคำพูดเมื่อครู่เป็นเพียงการปรารภเรื่องดินฟ้าอากาศ
“รินรดาไม่ใช่ของเล่นครับ... แม่” ธันวาทวนคำ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าทว่าหนักแน่น “และผมก็ไม่ใช่หมากที่แม่จะหยิบวางไว้ในกระดานธุรกิจของใคร”
“แต่ชื่อเสียงของอัครเดโชไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ลูกนำไปแขวนไว้กับผู้หญิงที่มีภูมิหลังไม่ชัดเจน” มารดาของเขาวางถ้วยกระเบื้องเคลือบลายครามลงบนจานรองเสียงดัง ‘กริ๊ก’ เบาๆ แต่มันกลับดังก้องในความรู้สึกของธันวา “รวิชญ์เพิ่งส่งรายงานเรื่องการประมูลโครงการยักษ์ใหญ่มาให้แม่ดู เขาบอกว่ารินรดา—คนรักของลูก—กำลังจะทำให้ดีลนี้พังไม่เป็นท่า เพราะความใจอ่อนหรืออาจจะเพราะความซื่อจนโง่เขลา”
ธันวากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เขาจำได้ดีว่ารวิชญ์เป็นคนขี้ขลาดเพียงใด มันไม่กล้าชนกับเขาตรงๆ จึงเลือกที่จะใช้มีดกรีดผ่านหัวใจของรินรดาด้วยข่าวลือและการบิดเบือนข้อมูลเพื่อทำลายความเชื่อมั่นในตัวเธอ
“รวิชญ์มันขี้ขลาด คุณแม่ก็รู้” ธันวาเอ่ยขึ้น พยายามควบคุมสติไม่ให้โทสะครอบงำ “มันพยายามดึงรินเข้ามาเกี่ยว เพราะมันรู้ว่านั่นคือจุดที่ผมเจ็บปวดที่สุด”
“ถ้าลูกรู้ว่าเป็นจุดอ่อน ลูกก็ควรตัดมันทิ้งซะ” คุณหญิงมณีรัตน์ลุกขึ้นยืน ร่างสง่างามในชุดผ้าไหมสั่งตัดก้าวเข้ามาใกล้บุตรชาย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ลอยมากระทบจมูกให้ความรู้สึกเย็นเยียบเหมือนหิมะ “อาทิตย์หน้า งานเลี้ยงการกุศลของตระกูลพงษ์ภักดีต้องมีลูกปรากฏตัวคู่กับ ‘คนที่เหมาะสม’ แม่จัดเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว หวังว่าลูกจะไม่ทำให้แม่ต้องผิดหวังซ้ำสอง”
ธันวามองตามแผ่นหลังของผู้เป็นมารดาที่เดินจากไปอย่างมั่นคง หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความกังวลไม่ใช่เพราะกลัวอำนาจของแม่ แต่เขากลัว... กลัวว่าถ้าหากเขาก้าวพลาดแม้แต่นิ้วเดียว รินรดาจะเป็นฝ่ายที่ต้องแตกสลาย
ในขณะเดียวกัน ที่สำนักงานสถาปนิก รินรดากำลังนั่งจ้องแปลนอาคารตรงหน้าด้วยดวงตาที่พร่ามัว งานโปรเจกต์ใหญ่ที่เธอกำลังทำอยู่กำลังถูกกดดันจากสารทิศ ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขที่รวิชญ์พยายามปั่นหัว แต่เป็นความรู้สึกที่ว่ามี ‘สายตา’ จับจ้องเธออยู่ทุกฝีก้าว
“ริน...” เสียงเรียกนุ่มๆ ของธันวาดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เขาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ แต่เมื่อเห็นใบหน้าหวานที่กังวล รอยยิ้มอบอุ่นก็ถูกหยิบมาสวมใส่อย่างรวดเร็ว “เครียดอยู่หรือเปล่าครับ?”
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอยิ้มตอบทว่ามันไม่ถึงดวงตา “รินเพิ่งทราบข่าวเรื่องการประมูลโครงการใหม่... ดูเหมือนจะมีคนวงในพยายามปล่อยข่าวว่าแบบของรินมีปัญหาเรื่องโครงสร้าง”
ธันวาเดินเข้าไปใกล้ แล้ววางมือบนไหล่บาง บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นใจ “ไม่ต้องกังวลครับ ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง แค่เชื่อใจผมนะ”
“ธันวาคะ” รินรดาเรียกชื่อเขาแผ่วเบา เธอกุมมือเขาที่วางอยู่บนไหล่ไว้แน่น “ถ้าวันหนึ่งครอบครัวของพี่ต้องเลือกระหว่างโครงการนี้กับ... ริน พี่จะทำอย่างไร?”
คำถามนั้นกระแทกใจของธันวาอย่างจัง เขารู้สึกถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านสันหลัง นี่เธอรู้เรื่องที่แม่ของเขาพยายามทำแล้วงั้นหรือ? ธันวาดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จากตัวเธอทำให้เขารู้สึกสงบ แต่มันก็เป็นกลิ่นที่เตือนให้เขารู้ว่าเขาต้องปกป้องผู้หญิงคนนี้จากพายุที่กำลังก่อตัว
“ไม่มีวันนั้นครับ” เขากระซิบข้างหูเธอ “ไม่ว่าใครหน้าไหนก็พรากเราไปจากกันไม่ได้... แม้แต่คนในครอบครัวผมเอง”
ทว่า ในขณะที่เขากำลังกอดรินรดาแน่นอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากเลขาฯ ส่วนตัวที่ส่งรูปถ่ายใบหนึ่งมาให้—ภาพของรินรดาที่กำลังยืนสนทนากับรวิชญ์ในที่ลับตาคน ท่าทางดูสนิทสนมเกินกว่าคนที่เป็นศัตรูทางธุรกิจกันจะทำ
ธันวาผละออกจากรินรดาเล็กน้อย ดวงตาของเขาวูบไหวด้วยความไม่เข้าใจและ ‘ความหวาดระแวง’ ที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น ความเงียบปกคลุมห้องทำงานไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย
“ริน... เมื่อวานตอนบ่าย คุณไปที่ไหนมาหรือเปล่า?”
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาของเขาที่เปลี่ยนจากความอบอุ่นเป็นความเคลือบแคลง “ทำไมถึงถามแบบนั้นคะ?”
“ผมแค่... อยากรู้ว่ารินไปพบใครมาบ้าง” ธันวาถามย้ำ เสียงของเขาเย็นชาขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
รินรดามองสบตาเขานิ่ง เธอสัมผัสได้ถึง ‘กำแพง’ ที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างพวกเขาในเสี้ยววินาที เธอไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไรมา แต่ความไว้ใจที่เคยมีให้กันเหมือนถูกมีดกรีดจนเป็นรอยร้าว เธอเม้มปากแน่นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดภาพบางอย่างให้เขาดู เป็นภาพของรวิชญ์ที่กำลังถือซองเอกสารข่มขู่เธอในที่จอดรถ
“เขาไม่ได้มาทักทายฉันด้วยมิตรภาพหรอกค่ะธันวา... เขามาเพื่อยื่นคำขาดว่าจะทำลายชีวิตของฉันและพี่ ถ้าฉันไม่ยอมถอนตัวจากโครงการ”
ธันวาเบิกตากว้าง ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของรวิชญ์ที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มยียวน โดยมีคนของตระกูลอัครเดโชเดินตามหลังมาด้วยหลายคน!
“ขอโทษที่ขัดจังหวะความรักหวานชื่นนะครับ” รวิชญ์เอ่ยเสียงเรียบพลางมองธันวา “แต่ดูเหมือนคุณแม่ของคุณจะเปลี่ยนใจเรื่อง ‘ของเล่น’ ชิ้นนี้แล้วล่ะธันวา... วันนี้ผมมาที่นี่ในฐานะตัวแทนคำสั่งพิเศษ ให้พาคุณรินรดาไปตกลงเรื่องค่าเสียหายและข้อเสนอที่จะทำให้เธอหายไปจากชีวิตคุณ... อย่างถาวร”
ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดเมื่อธันวาก้าวออกมายืนบังหน้าคนรักไว้ มือของเขาเอื้อมไปหยิบแจกันแก้วคริสตัลบนโต๊ะมาถือไว้แน่น ในขณะที่รินรดาได้แต่ยืนตัวสั่นด้วยความคาดไม่ถึงว่าความกดดันจะมาถึงหน้าประตูเร็วขนาดนี้... ธันวาจะเลือกปกป้องเธออย่างไร ในเมื่ออำนาจของแม่บีบคั้นเขาถึงเพียงนี้?
ความรักของพวกเขาจะพังทลายลงในวินาทีนี้ หรือมันจะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ธันวาต้องทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดเพื่อรักษาหัวใจตัวเองไว้ให้ได้?
จังหวะชีวิตของรินรดาและธันวาในตอนนี้นับว่าเปราะบางเหลือเกิน ฝากเป็นกำลังใจให้คนทั้งคู่ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ!
ละอองดาวเดือนเก้า
พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 37
ความกดดันจากครอบครัว
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!