พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 40

มรสุมชีวิตรอบใหม่

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"นี่คือคำสั่งระงับโครงการอย่างไม่มีกำหนดค่ะ คุณรินรดา" เสียงราบเรียบของตัวแทนจากบริษัทผู้ว่าจ้างที่ดังผ่านสายโทรศัพท์ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับมีใครนำค้อนปอนด์มาทุบลงบนโต๊ะทำงานของฉันจนสะเทือนถึงหัวใจ เอกสารแบบแปลนโครงสร้างที่ฉันทุ่มเทหยาดเหงื่อและเวลาทั้งชีวิตวางเรียงรายอยู่เบื้องหน้า บัดนี้มันกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ราคาในวินาทีที่ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ยืนยันถึงการสูญเสียครั้งใหญ่ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บหน้าอก พยายามประคองสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาเข้าที่ มือที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง คำพูดของรวิชญ์ที่กระซิบข้างหูในงานเลี้ยงเมื่อคืนยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้... *'ธันวาไม่ได้เล่าเรื่องที่เขากำลังจะสูญเสียทุกอย่างให้คุณฟังใช่ไหม... รินรดา?'* ความเงียบในห้องทำงานเงียบงันจนน่าใจหาย ราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนช้าลง ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เห็นแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าในกรุงเทพฯ ที่ดูห่างไกลและเย็นชา เหมือนกับความรู้สึกในใจฉันตอนนี้ที่เริ่มสั่นคลอน "รินคะ..." เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยเรียกชื่อฉันจากหน้าประตูห้องทำงาน เมื่อฉันหันไปมอง ธันวากำลังยืนอยู่ตรงนั้น ในมือของเขาถือถุงกาแฟที่ฉันชอบ แต่แววตาที่เขามองมามันไม่ใช่แววตาที่สดใสเช่นทุกวัน มันมีร่องรอยของความอ่อนล้าและความกังวลที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ "ธันวา..." ฉันเรียกชื่อเขาเบาหวิว เสียงของฉันขาดหายไปในลำคอ เมื่อเห็นว่าเขาก้าวเข้ามาหาช้าๆ แล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะ "คุณรู้เรื่องโครงการที่ถูกระงับแล้วใช่ไหมคะ?" ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง เขาวางถุงกาแฟลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าฉันอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของเขายังคงเหมือนเดิม ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับหลบเลี่ยงสายตาของฉันอย่างมีพิรุธ "ผมพยายามจะบอกคุณแล้ว... แต่ผมกลัว" เขาพึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย "กลัวว่าถ้าคุณรู้ว่าทุกอย่างที่ผมสร้างมาเพื่อคุณมันกำลังพังทลายลง เพราะฝีมือของคนที่ไว้ใจที่สุด... คุณจะมองผมยังไง" "รวิชญ์ใช่ไหมคะ?" ฉันเค้นถาม พยายามควบคุมอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "เขาบอกว่าคุณกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง และโครงการนี้... ก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมสกปรกของเขา" ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้น เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาที่ผสมกับกลิ่นจางๆ ของกาแฟคั่วบดทำให้ฉันรู้สึกปั่นป่วนในใจ เขาประคองใบหน้าของฉันไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง บีบกระชับเบาๆ ราวกับจะย้ำเตือนว่าเขายังคงอยู่ตรงนี้ "รินรดา ฟังผมนะ... ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าโลกจะใจร้ายกับเราแค่ไหน ผมจะไม่ยอมให้คุณต้องเจ็บปวดเพราะความทะเยอทะยานของใครหน้าไหนทั้งนั้น" เขาขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากของเราจรดกัน "แต่ตอนนี้... ผมขอเวลาคุณนิดเดียว ขอให้ผมจัดการเรื่องนี้ในแบบของผมก่อนได้ไหมคะ?" "ในแบบของคุณคือการโกหกฉันไปวันๆ แบบนี้เหรอคะธันวา!" ฉันถามเสียงเครือ ความน้อยใจผสมปนเปกับความรักที่ยังมีอยู่เต็มหัวใจ "เราสัญญากันแล้วว่าจะไม่มีความลับต่อกัน แต่ดูตอนนี้สิ... ฉันกำลังกลายเป็นคนโง่ที่ทำงานให้โครงการของตัวเองโดยที่ไม่รู้เลยว่ามันถูกเซ็นอนุมัติระงับไปตั้งแต่วันไหน!" "ผมไม่ได้อยากให้คุณเป็นคนโง่" เขาแทรกขึ้น น้ำเสียงจริงจังจนฉันต้องนิ่งฟัง "แต่รวิชญ์มันรู้จุดอ่อนของผม... มันรู้ว่าถ้าจะทำลายผมให้สิ้นซาก มันต้องทำให้ผมสูญเสีย 'คุณ' ไปพร้อมกับงานที่รัก" บทสนทนาถูกตัดบทด้วยเสียงเคาะประตูที่ดังรัวเร็ว ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต รวิชญ์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสงบนิ่ง รอยยิ้มเย้ยหยันประดับอยู่บนมุมปากขณะที่เขามองมาที่ธันวาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ "ดูเหมือนบรรยากาศจะเครียดไปนิดนะครับ" รวิชญ์เอ่ยเสียงเรียบพลางเดินตรงมาที่โต๊ะทำงาน "ผมแค่จะมาแจ้งข่าวดี... บริษัทพันธมิตรที่ธันวาหวังพึ่งพิง ตอนนี้ตกลงเซ็นสัญญากับผมเรียบร้อยแล้วนะครับรินรดา" ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ธันวาชะงักไปก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับรวิชญ์ แรงบีบจากมือของเขายังคงอยู่ที่ข้างแก้มของฉัน แต่มันไม่ได้ดูนุ่มนวลเหมือนก่อนหน้าอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความกดดันและความแค้นที่พร้อมจะระเบิดออก "แกทำอะไรลงไป รวิชญ์" ธันวาคำรามต่ำ รวิชญ์ไม่สะทกสะท้าน เขาวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะกลางเอกสารแบบแปลนที่พังพินาศของฉัน "ผมทำในสิ่งที่นักธุรกิจควรทำครับ... อ้อ แล้วก็อีกเรื่อง ที่ธันวาไม่ได้บอกคุณรินรดาน่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องงานหรอกนะครับ" รวิชญ์เหลือบมองธันวาด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหันมาส่งยิ้มที่ทำให้ฉันใจสั่นไหวให้ฉัน "คุณรู้ไหมรินรดา... ว่าบริษัทของคุณที่กำลังจะล้มละลายอยู่นี้ ใครเป็นคนถือหุ้นใหญ่จริงๆ ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา?" ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง ฉันหันกลับไปมองธันวาที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือด เขากำลังจะอ้าปากค้าน แต่รวิชญ์กลับชิงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ดังก้องไปทั่วห้อง "เขาสละหุ้นทั้งหมดของเขาเพื่อเอาไปค้ำประกันหนี้พนันของน้องชายคุณรินรดาไงครับ... แลกกับอิสรภาพของคนในครอบครัวคุณ เขาถึงได้เหลือตัวเปล่าและกำลังจะล่มจมอย่างที่เห็นนี่แหละ" ฉันรู้สึกเหมือนลมหายใจถูกพรากไปจากร่าง มือของฉันค่อยๆ เลื่อนออกจากใบหน้าของธันวา ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมห้องทำงานที่เคยอบอุ่นจนเหลือเพียงความว่างเปล่าที่บาดลึกเข้าไปในหัวใจ ละอองดาวเดือนเก้าหวังว่าหัวใจของรี้ดทุกท่านจะยังเข้มแข็งและคอยเป็นกำลังใจให้รินรดาในสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%