พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 29

หลักฐานที่หายไป

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“ถ้าของชิ้นนั้นหายไปจากลิ้นชักที่ล็อกไว้ แปลว่าคนที่จะเอาไปได้ก็มีแค่ไม่กี่คนในออฟฟิศนี้... ริน ตอบฉันมาตามตรงว่าเธอได้ส่งไฟล์งานชุดนี้ให้ใครดูบ้างหรือเปล่า?” เสียงของหัวหน้าแผนกสั่นพร่าด้วยความโกรธจัด ขณะที่เอกสารผังโครงสร้างหลักของโครงการ ‘The Zenith’ ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบแดงที่รินรดาทุ่มเทแรงกายแรงใจทำมาตลอดสามเดือนมลายหายไปราวกับอากาศธาตุบนโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า รินรดาตัวชาไปทั้งร่าง มือที่กุมแฟ้มงานที่เหลืออยู่สั่นระริก เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความตื่นตระหนกที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ความเงียบภายในห้องทำงานช่วงเย็นวันศุกร์กลายเป็นความกดดันที่บีบคั้นจนเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เธอหันไปมองหน้าเพื่อนร่วมงานแต่ละคนที่จ้องมองมาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก บางคนสงสัย บางคนสมเพช และบางคน... กำลังซ่อนรอยยิ้มเยาะเย้ยไว้อย่างมิดชิด “รินล็อกลิ้นชักก่อนออกไปประชุมตลอดค่ะ ไม่เคยเปิดทิ้งไว้แม้แต่วินาทีเดียว” รินรดาตอบเสียงเรียบ แม้ข้างในจะปั่นป่วนราวกับพายุเข้า เธอยืนยันหนักแน่น แม้ความหวาดหวั่นจากปมในอดีตเรื่อง ‘การถูกทรยศ’ จะเริ่มกัดกินความมั่นใจของเธอ “หลักฐานมัดตัวขนาดนี้ ถ้าพรุ่งนี้เช้าเราไม่มีไฟล์งานตัวจริงไปนำเสนอต่อคณะกรรมการ ริน... เธอรู้ใช่ไหมว่าบริษัทจะสูญเสียโครงการนี้ไปให้กับใคร?” รินรดานิ่งงัน ภาพของรวิชญ์แวบเข้ามาในหัว รอยยิ้มมุมปากที่ดูเป็นมิตรเกินจริงในงานเลี้ยงครั้งก่อน คำพูดทีเล่นทีจริงที่แฝงไปด้วยการคุกคามทางธุรกิจเริ่มชัดเจนขึ้นมาในห้วงความคิด เขาต้องการโครงการนี้ และเขารู้ดีว่าถ้าเธอพัง งานนี้ย่อมตกไปอยู่ในมือของเขาโดยปริยาย เมื่อถึงเวลาค่ำ รินรดาตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องทำงานที่เงียบสงัดของธันวาด้วยความหวังเพียงหนึ่งเดียว แสงไฟสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานของเขาส่องกระทบใบหน้าคมสันที่ดูเคร่งขรึม ธันวากำลังจัดเอกสารอยู่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมคายคู่นั้นอ่อนโยนลงทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร “ริน... ทำไมยังไม่กลับบ้านครับ เอ้ย... ทำไมยังไม่กลับบ้านคะ?” ธันวารีบแก้คำพูดเมื่อเห็นแววตาที่หม่นแสงของหญิงสาว เขารีบเดินตรงเข้ามาหา วางมืออบอุ่นลงบนไหล่บางที่กำลังสั่นน้อยๆ “เกิดอะไรขึ้น บอกฉันได้ไหม?” รินรดาพยายามจะกลั้นน้ำตา แต่เมื่อเจอสายตาที่พร้อมจะปกป้องของธันวา กำแพงที่เธอก่อไว้ก็พังทลายลง “เอกสาร... ไฟล์ต้นฉบับในโครงการ ‘The Zenith’ หายไปค่ะธันวา รินตรวจดูจนทั่วแล้ว แต่มันไม่มีอยู่เลย” ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาวูบไหวด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบที่น่าเกรงขาม เขาเข้าใจดีว่านี่ไม่ใช่แค่ความประมาท แต่มันคือ ‘เกมสกปรก’ เขาจูงมือเธอไปนั่งที่โซฟา ก่อนจะนั่งลงข้างๆ อย่างใกล้ชิด ปลายนิ้วเรียวไล้ผ่านเรือนผมของเธออย่างปลอบประโลม “ฟังนะริน... เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนใน และคนคนนั้นต้องมีจุดประสงค์ชัดเจน” ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่น “ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง ไม่ว่าใครที่กล้าแตะต้องงานของเธอ มันจะต้องชดใช้อย่างสาสม” “แต่เราไม่มีเวลาแล้วนะคะ อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงกรรมการจะปิดรับเอกสาร ถ้าไม่มีงานตัวนี้...” “ถ้างานไม่มี เราก็ต้องหาให้เจอ” ธันวากดสายตาลงสบตาเธออย่างจริงจัง “เธอเชื่อใจฉันไหมริน?” รินรดาพยักหน้าช้าๆ ความรู้สึกอบอุ่นในใจเริ่มตีตื้นขึ้นมาท่ามกลางความหนาวเหน็บ เธอไม่เคยรู้สึกปลอดภัยขนาดนี้มาก่อน ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพล แต่เพราะธันวาคือคนเดียวที่มองเห็นตัวตนข้างในที่แตกสลายของเธอและพยายามโอบอุ้มมันไว้อย่างทะนุถนอม ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังปรึกษาแผนการ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้นสั้นๆ เขาเปิดอ่านข้อความนั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน “ริน... เธออย่าเพิ่งตื่นตระหนกนะ แต่คนที่เธอคิดว่าไว้ใจที่สุดในแผนกเมื่อครู่นี้ เพิ่งส่งไฟล์งานของเธอออกไปที่เซิร์ฟเวอร์สำรองของคู่แข่ง” เขายื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอดู รายชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของรินรดาติดขัด มันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เธอเคยยื่นมือเข้าช่วยให้พ้นจากความผิดพลาดในงานก่อนหน้านี้... คนที่เธอเคยมอบความเชื่อใจให้เหมือนพี่สาวแท้ๆ ก่อนที่รินรดาจะได้พูดอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจังหวะหนักๆ สามครั้ง ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ร่างสูงของรวิชญ์ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ดูอิ่มเอิบ เขาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีผู้ชนะ พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลในมือที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี “ขอโทษที่มารบกวนเวลาส่วนตัวนะครับคุณธันวา... แต่ดูเหมือนว่าวันนี้ ผมจะเก็บของสำคัญได้จากที่จอดรถ และผมคิดว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับโครงการที่ผมกำลังจะเซ็นสัญญากับทางคณะกรรมการพรุ่งนี้พอดี” รวิชญ์วางซองเอกสารลงบนโต๊ะกลางห้องต่อหน้าต่อตาคนทั้งคู่ สายตาของเขาจ้องมองรินรดาด้วยความสมเพช ก่อนจะหันไปแสยะยิ้มให้ธันวา “ผมว่า... โครงการนี้คงจบลงตั้งแต่คืนนี้แล้วล่ะครับ เพราะเจ้าของผลงานตัวจริง เขาก็แค่ ‘ผู้หญิงที่ทำของหาย’ เท่านั้นเอง” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาทาบทับรวิชญ์จนดูน่าเกรงขาม มือหนาของเขาค่อยๆ เอื้อมไปหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมา ทว่าแทนที่จะตกใจ เขากลับคลี่ยิ้มเย็นเยียบออกมา “คุณมั่นใจแล้วใช่ไหมรวิชญ์ ว่าของข้างในนี้คือไฟล์ต้นฉบับตัวจริง... ไม่ใช่กับดักที่ผมวางไว้ให้ ‘หนูสกปรก’ บางตัวออกมาจากรู?” ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบททดสอบของหัวใจไปพร้อมกับรินรดาและธันวานะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%