พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 30

การสืบหาความจริง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"คุณกล้าดียังไงถึงทำแบบนี้กับโครงการของฉัน!" เสียงของรินรดาสั่นพร่าด้วยความโกรธจัด ขณะที่มือเรียวสวยของเธอกำแฟ้มเอกสารในมือจนยับยู่ยี่ สายตาคู่คมที่มักจะสุขุมยามจดจ่ออยู่กับการออกแบบบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้าวราน เธอไม่ได้เพียงแค่ถูกหักหลังในฐานะสถาปนิก แต่ความไว้วางใจที่เธอเผลอมอบให้รวิชญ์ในช่วงที่ผ่านมากลับกลายเป็นอาวุธที่เขาย้อนกลับมาทิ่มแทงเธอจนเลือดซิบ รวิชญ์เอนหลังพิงเก้าอี้หนังราคาแพงในห้องทำงานกว้างขวาง รอยยิ้มเย้ยหยันประดับอยู่บนมุมปาก เขามองดูหญิงสาวตรงหน้าเหมือนกำลังมองดูหนูที่ติดกับดัก "ริน... อย่าทำหน้าเหมือนโลกจะแตกสลายแบบนั้นเลย ธุรกิจมันก็แบบนี้แหละ ใครเร็วกว่า คนนั้นก็ได้เปรียบ ยิ่งเป็นโครงการใหญ่ระดับนี้ ความเมตตาไม่มีที่ว่างหรอกนะ" เขายักไหล่ราวกับสิ่งที่ทำเป็นเรื่องปกติ "อีกอย่าง การที่พิมพ์เขียวนี้ไปอยู่ในมือหุ้นส่วนฝั่งฉัน ก็แค่ทำให้โปรเจกต์นี้เสร็จไวขึ้น" "มันคือผลงานของฉัน! และสัญญาที่คุณเซ็นไว้มันระบุชัดเจนว่าสิทธิ์ขาดเป็นของบริษัทฉัน!" รินรดาแทบกรีดร้อง แต่อีกใจกลับสั่นไหวด้วยความกลัว เธอรู้ดีว่ารวิชญ์มีอิทธิพลมากแค่ไหนในวงการนี้ ก่อนที่รวิชญ์จะทันได้ตอบโต้ ประตูห้องทำงานไม้สักบานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูเนี๊ยบไปทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยไอสังหารที่ทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที ธันวาก้าวเข้ามาหยุดข้างกายรินรดา เขาไม่ได้พูดอะไรในวินาทีแรก เพียงแค่ปรายตามองเอกสารบนโต๊ะรวิชญ์ ก่อนจะเอื้อมมือไปโอบไหล่บางของหญิงสาวไว้แน่น เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของและเป็นเกราะป้องกันที่ทำให้รินรดารู้สึกใจชื้นขึ้นมาอย่างประหลาด "การทำธุรกิจกับคนที่ไม่มีคำว่าเกียรติในหัว มันก็เหมือนกับการพยายามสร้างปราสาทบนพื้นทรายนั่นแหละครับ คุณรวิชญ์" เสียงของธันวาเรียบนิ่ง ทว่าทรงพลังจนคนฟังต้องชะงัก รวิชญ์ขมวดคิ้ว "ธันวา? นายมายุ่งอะไรด้วย นี่มันเรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับคุณรินรดา" "เรื่องงานของคนรักผม ก็คือเรื่องของผม" ธันวาตอบกลับทันควัน พร้อมกับวางเอกสารชุดหนึ่งลงบนโต๊ะข้างๆ แฟ้มที่รินรดานำมา "ผมไปสืบมาพอดี... ว่าทำไมโปรเจกต์ของรินถึงมีช่องโหว่ทางกฎหมายรุนแรงขนาดนี้ จนกระทั่งผมพบว่าคุณจ่ายเงินใต้โต๊ะให้พนักงานระดับล่างของฝั่งผมเพื่อขโมยรหัสเข้าเซิร์ฟเวอร์" รินรดาเบิกตากว้าง เธอหันไปมองธันวาด้วยความตกใจ นี่เขาลงมือจัดการทุกอย่างโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยหรือ? "คุณ... คุณหมายความว่ายังไง?" เธอถามเสียงแผ่ว ธันวาหันมามองเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความอ่อนโยนที่สัมผัสได้เพียงแค่เธอคนเดียว "ผมบอกแล้วไงครับว่าผมจะดูแลรินเอง เรื่องเอกสารและการดำเนินคดี ผมจัดการให้ทนายเตรียมการไว้หมดแล้ว หลักฐานการโอนเงินและบันทึกเสียงที่คุณรวิชญ์พูดเมื่อครู่นี้... ตอนนี้มันส่งตรงไปที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัทใหญ่เรียบร้อยแล้วครับ" บรรยากาศในห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ รวิชญ์หน้าถอดสี มือที่เคยหยิบจับเอกสารอย่างมั่นใจเริ่มสั่นเทา เขารู้ดีว่าถ้าเรื่องถึงมือธันวา ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ที่เขาจะเสียไป แต่ชื่อเสียงและอาชีพการงานของเขาจะจบสิ้นลงในพริบตา "นายเล่นสกปรก!" รวิชญ์คำราม ธันวาแค่นยิ้ม "ถ้าคนอย่างคุณเรียกว่าการเอาคืนว่าสกปรก งั้นผมคงเป็นตัวร้ายที่ใจดีที่สุดที่คุณเคยเจอแล้วล่ะครับ ริน... เรากลับกันเถอะครับ ที่นี่อากาศไม่ค่อยดี ผมเริ่มจะหายใจไม่ออกแล้ว" ธันวากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เขาพาเธอก้าวเดินออกจากห้องนั้นโดยไม่เหลียวหลังไปมองศัตรูที่กำลังดิ้นรนอยู่ในกรงขังที่ตัวเองสร้างขึ้น ระหว่างทางเดินที่เงียบสงัด รินรดาเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่เธอมอบหัวใจให้ เขาช่างดูแข็งแกร่งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน "ทำไมต้องทำเพื่อรินขนาดนี้คะ?" เธอถามท่ามกลางความเงียบ ธันวาหยุดเดินแล้วหันมาเผชิญหน้า มือหนาเชยคางมนของเธอขึ้นเบาๆ ก่อนจะกดจุมพิตลงบนหน้าผากเนียนมนอย่างแผ่วเบาจนเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมสะอาดของน้ำหอมประจำตัวเขา "เพราะหัวใจของผม... ฝากไว้ที่รินมานานแล้วครับ ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตผมเด็ดขาด" ความอบอุ่นไหลซ่านไปทั่วหัวใจของรินรดา เธอรู้สึกเหมือนพายุร้ายที่ถาโถมเข้ามาเมื่อครู่ได้มลายหายไปสิ้น แต่ทว่า... ในวินาทีที่ธันวากำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างต่อ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขามองที่หน้าจอเพียงชั่วครู่ ก่อนที่แววตาที่เคยอ่อนโยนจะเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาอย่างฉับพลัน เขาหันมาสบตารินรดา "รินครับ... ผมต้องไปจัดการอีกเรื่องด่วนที่สุด" เขายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำคร่าใส่มือเธอไว้ "เก็บสิ่งนี้ไว้ดีๆ อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด ถ้าผมไม่กลับมาติดต่อภายในหนึ่งชั่วโมง... ให้เปิดมันออกดู แล้วหนีไปที่ท่าเรือทางทิศใต้ทันที!" ละอองดาวเดือนเก้าขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านบททดสอบของหัวใจไปพร้อมกับรินรดาและธันวานะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%