พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 14

กำแพงที่เริ่มทลาย

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"ถ้าคุณยังไม่เลิกสั่น... ผมคงต้องเป็นคนกอดคุณไว้เองเพื่อให้ความหนาวนี้มันหยุดเสียที" น้ำเสียงของธันวาทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่ามันกลับสั่นประสาทของรินรดาได้อย่างรุนแรงยิ่งกว่าเสียงประกาศจากทนายความเมื่อครู่ เธอไม่ได้ยืนอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บของอากาศ แต่เธอกำลังยืนอยู่บนรอยแยกของความทรงจำที่พยายามฝังกลบมาตลอดชีวิต รินรดาละสายตาจากเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานของเขา มือเรียวบางที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อค่อยๆ คลายออก เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยของชายตรงหน้า ธันวาในตอนนี้ไม่ใช่แค่ศัตรูทางธุรกิจหรือเจ้านายที่เธอคอยหลบเลี่ยง แต่เขาคือผู้ชายคนเดียวที่เห็น 'แผลเป็น' ภายใต้ชุดสูทราคาแพงที่เธอสวมใส่อยู่ "คุณได้ยินสิ่งที่เขาพูดแล้วใช่ไหมคะ... ธันวา" รินรดาถามเสียงแผ่ว ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนหินก้อนใหญ่มาวางทับอก "เกมนี้มันจบลงแล้ว โครงการที่คุณแลกมาด้วยทุกอย่างกำลังจะกลายเป็นของรวิชญ์ และคุณ... คุณกำลังจะสูญเสียทุกอย่างเพียงเพราะเลือกที่จะอยู่ข้างฉัน" ธันวาไม่ตอบทันที เขาก้าวเดินช้าๆ เข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงลมหายใจกั้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มดุจท้องฟ้ายามค่ำคืนจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีหยาดน้ำใสคลอหน่วย "คุณริน ฟังผมนะ" เขาเริ่มด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด ทว่าแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้คนฟังต้องหยุดหายใจ "บริษัทอาจจะเป็นสิ่งที่ครอบครัวผมสร้างมา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเพิ่งค้นพบว่ามันมีค่ามากกว่าหุ้นทุกตัว คือการที่ผมไม่ต้องปล่อยให้มือใครคนหนึ่งหลุดลอยไปในวันที่พายุเข้า... โดยเฉพาะคุณ" "ทำไมคะ..." เสียงของเธอสั่นเครือ "ทำไมต้องเป็นฉัน ทั้งที่ฉันเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่รวิชญ์ใช้ล่อคุณออกมา" "เพราะหมากตัวนี้แหละที่สอนให้ผมรู้จักคำว่า 'ห่วงใย' มากกว่าคำว่า 'เอาชนะ'" รินรดานิ่งงัน ความเย็นเยียบในใจที่กัดกินมานานนับสิบปีดูเหมือนจะถูกความอบอุ่นจากสายตาของเขาละลายจนหมดสิ้น เธอไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่ยอมปล่อยให้ตัวเองโอนอ่อนลงไปพิงกับขอบโต๊ะทำงานหรูหรานั้น มือที่เคยเย็นเฉียบกลับได้รับความร้อนจากฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาประคองแก้มของเธอไว้อย่างทะนุถนอม "ฉันไม่เคยบอกใคร..." รินรดาเริ่มพูด ความลับที่เธอกดทับไว้เหมือนเขื่อนที่พร้อมจะพังทลาย "ตอนอายุสิบขวบ ในวันที่แม่ทิ้งฉันไว้ที่สนามบินพร้อมตุ๊กตาหมีตัวเก่าๆ เพียงเพราะผู้ชายคนใหม่ของท่านไม่ต้องการเด็กที่เป็นภาระ... ฉันจำได้ว่าฉันยืนมองรถยนต์คันนั้นแล่นออกไป จนกระทั่งมันกลายเป็นเพียงจุดดำๆ ในสายตา" เธอเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ "ตั้งแต่วันนั้นมา ฉันบอกตัวเองว่าห้ามรักใคร ห้ามเชื่อใจใคร เพราะสุดท้ายแล้ว... ทุกอย่างที่ฉันรักจะเดินจากไปเสมอ แม้แต่ความสำเร็จที่ฉันสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ ก็ยังไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่า 'ปลอดภัย' เหมือนอย่างที่ใครสักคนควรจะเป็น" ธันวาฟังเงียบๆ เขาไม่ได้ขัดจังหวะ ไม่ได้แสดงความเวทนา แต่เขากลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ราวกับจะบอกว่าเขานี่แหละคือฐานที่มั่นที่จะไม่มีวันพังทลาย "ผมอาจจะมาสายไปยี่สิบปี" ธันวากระซิบชิดขมับ "แต่จากนี้ไป จะไม่มีรถคันไหนแล่นออกไปจากชีวิตคุณอีก และถ้าคุณอยากจะเกลียดโลกใบนี้ หรืออยากจะสร้างกำแพงกั้นหัวใจให้สูงแค่ไหน... ผมก็จะเป็นคนเดียวที่จะปีนข้ามมันไปหาคุณเอง ทุกๆ วัน" บรรยากาศในห้องทำงานที่เคยดูเยือกเย็นและกดดันกลับอบอวลไปด้วยความนุ่มนวลและเย้ายวนแปลกประหลาด รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง ครั้งนี้เธอไม่ได้มองเห็นแค่ผู้ชายที่เก่งกาจ แต่เธอมองเห็น 'บ้าน' ที่เธอโหยหามาตลอดทั้งชีวิต เธอตัดสินใจ... ยอมลดเกราะกำบังลงอย่างสิ้นเชิง มือเล็กๆ ของเธอเอื้อมไปแตะที่ปกคอเสื้อของเขา เป็นการยอมรับในความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ความเงียบงันในห้องทำงานไม่ได้น่าอึดอัดอีกต่อไป แต่มันเป็นความเงียบที่เติมเต็มไปด้วยความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นจนยากจะถอนตัว ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ประตูห้องทำงานไม้บานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะบอกสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น "ธันวา! นี่เธอถึงขั้นยอมขายวิญญาณให้ผู้หญิงคนนี้แล้วเหรอ!" เสียงทรงอำนาจที่คุ้นหูทำให้ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นชายสูงวัยในชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองใหม่ในมือ เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'บิดา' ของธันวาที่เพิ่งฟื้นจากอาการโคม่าในไอซียู ซึ่งไม่ควรจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้ในเวลานี้ "คุณพ่อ..." ธันวาขานชื่อด้วยความตกใจ ขณะที่ดวงตาของชายผู้เป็นพ่อจ้องเขม็งมาที่รินรดาด้วยสายตาที่ราวกับจะแผดเผาเธอให้มอดไหม้ "ในเมื่อแกเลือกจะทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนนี้ งั้นก็เตรียมตัวรับผิดชอบสิ่งที่แกเพิ่งเซ็นลงไปให้ดี" ผู้เป็นพ่อโยนเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวนั้นดังก้องไปทั่วห้อง "เพราะหุ้นที่แกคิดว่าเสียไปน่ะ มันเป็นแค่ 'เหยื่อ' แต่ความจริงที่แกยังไม่รู้... คือรินรดาคนนี้ไม่ใช่เหยื่อของรวิชญ์หรอกนะ แต่เธอคือคนที่เซ็นอนุมัติแผนการทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานกับเรา!" รินรดาหน้าซีดเผือดเหมือนคนถูกลากลงสู่ขุมนรก เธอหันขวับไปมองธันวาที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น ความเชื่อใจที่เพิ่งเริ่มก่อตัวในหัวใจของเธอกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อเห็นสายตาของธันวาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สายตาแห่งความรักอีกต่อไป แต่มันคือคำถามที่ว่า 'เรื่องนี้จริงหรือไม่?' โลกทั้งใบของรินรดาพังทลายลงตรงหน้า ในขณะที่ความลับที่เธอพยายามปกปิดกำลังจะฆ่าความรักที่เธอเพิ่งยอมเปิดใจรับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเส้นทางรักที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลของทั้งคู่นะคะ บทหน้าเราจะไปรู้ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากของรินรดากันค่ะ แล้วพบกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%