พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า•ตอนที่ 15

คำมั่นสัญญาใต้แสงดาว

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“คุณจะไปจริง ๆ ใช่ไหมคะ... รวิชญ์” รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงที่พยายามรวบรวมความมั่นคงไว้สั่นพร่า เธอจ้องมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ริมระเบียงห้องทำงานส่วนตัวของเขาบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า แฟ้มเอกสารในมือเธอสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ ความลับที่รวิชญ์ถือครองอยู่ ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือตราประทับความเป็นความตายของอนาคตเธอ รวิชญ์หันกลับมา มุมปากหยักยิ้มร้ายกาจ สายตาที่เขามองเธอนั้นประหนึ่งนักล่าที่มองเห็นเหยื่อจนมุม “ทำไมต้องใช้คำว่า ‘ไป’ ในเมื่อผมยังไม่ได้เริ่มเลย ริน... สิ่งที่คุณปกปิดไว้ถ้ามันหลุดออกไป ไม่ใช่แค่หน้าที่การงานของคุณที่จะดับวูบ แต่คนอย่างธันวา... คุณคิดว่าเขาจะทนมองคนรักที่มีมลทินแบบนี้ได้นานแค่ไหน?” รินรดากำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนปวดร้าว ความเงียบในห้องนั้นกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นจะดังขึ้นจากด้านหลังประตูไม้บานใหญ่ที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ได้นัดหมาย “เขาทนได้แน่นอนครับ... เพราะคนอย่างผม ไม่เคยให้ค่ากับอดีตที่ผ่านพ้นไป แต่ผมให้ค่ากับ ‘อนาคต’ ที่กำลังจะเกิดขึ้น” ร่างสูงสง่าของธันวาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของความนิ่งสงบแต่ทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่ว รวิชญ์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ แต่ธันวาไม่แม้แต่จะปรายตามองคู่แข่งคนสำคัญ เขาสาวเท้าตรงเข้ามาหารินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้น มือหนาเอื้อมไปกุมมือบางที่สั่นเทาของเธอไว้มั่น ไออุ่นจากฝ่ามือเขาซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่หัวใจที่กำลังจะแหลกสลาย “ริน... เงยหน้ามองผม” เสียงนุ่มทุ้มของเขามีอำนาจสะกดให้เธอต้องทำตาม ดวงตาคมกริบของธันวาอ่อนแสงลงยามจ้องลึกเข้ามา “ไม่ว่าคุณจะกังวลเรื่องอะไร หรือรวิชญ์จะปั่นหัวคุณด้วยคำพูดแบบไหน จำไว้ว่าโลกของคุณไม่ได้หมุนอยู่บนความลับเหล่านั้น แต่มันหมุนอยู่บนความจริงที่ว่า... ผมอยู่ตรงนี้” รินรดาหอบหายใจถี่ สายตาของเธอพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตา “ธันวา คุณไม่เข้าใจ... สิ่งที่เขามี มันไม่ใช่แค่เรื่องเข้าใจผิด มันเป็นเรื่องที่จะทำให้ชีวิตของฉัน... ของเรา...” “ของเรา?” ธันวาแทรกขึ้นเบาๆ ก่อนจะกระชับมือที่กุมเธอไว้แน่นขึ้น “ถ้าคุณกล้าใช้คำว่า ‘ของเรา’ คุณก็ต้องเชื่อมั่นในตัวผมให้มากกว่านี้ รินรดา ฟังผมนะ... ไม่มีอะไรที่ผมจัดการไม่ได้ แม้แต่เงาในอดีตของคุณ ต่อให้มันจะมืดมิดหรือน่ากลัวแค่ไหน ผมจะไม่มีวันปล่อยมือคุณเด็ดขาด” คำมั่นสัญญานั้นไม่ได้ดังก้องกังวานเหมือนคำสาบานในวิหาร แต่มันหนักแน่นและจริงใจจนรินรดารู้สึกเหมือนได้รับพลังชีวิตกลับคืนมา ธันวาหันไปมองรวิชญ์ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความอบอุ่นกลายเป็นความเย็นเยียบที่พร้อมจะบดขยี้ “เอาสิ่งที่นายมีออกมาเลยรวิชญ์ ถ้าคิดว่ามันจะทำลายเราได้ ก็ลองดูว่านายจะแบกรับผลที่จะตามมาได้ไหม” รวิชญ์หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย เขาไม่ได้คาดคิดว่าธันวาจะเลือกเดินหมากที่กล้าหาญขนาดนี้ “นายยอมแลกทุกอย่างเพื่อผู้หญิงคนเดียวงั้นเหรอธันวา? นายกำลังจะเสียโปรเจกต์หมื่นล้านไปกับเรื่องไร้สาระนะ” “สำหรับผม สิ่งที่ไร้สาระที่สุด คือการปล่อยให้คนที่รักต้องเจ็บปวดเพราะคนพาลอย่างนาย” ธันวาพูดจบก็ดึงตัวรินรดาให้เดินตามออกมาจากห้องนั้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้รวิชญ์ได้โต้ตอบ ทั้งสองเดินลงมาจนถึงสวนหย่อมส่วนตัวของอาคารท่ามกลางแสงดาวที่เริ่มทอแสงเหนือยอดตึก ลมหนาวพัดผ่านเบาๆ แต่รินรดากลับรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เธอหยุดเดินแล้วมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้าง “ทำไมคุณถึงเชื่อใจฉันขนาดนั้นคะ? ทั้งที่คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเรื่องนั้นคืออะไร” ธันวาหันกลับมา เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน “เพราะผมมองเห็นตัวตนของคุณผ่านทุกอย่างที่คุณทำ ริน... สิ่งที่คุณทำพลาดไป มันไม่ได้นิยามความเป็นคุณหรอกนะ ความอ่อนโยน ความทุ่มเท และหัวใจที่งดงามของคุณต่างหากคือสิ่งที่ผมรัก... และผมสัญญาต่อหน้าแสงดาวเหล่านี้ ว่าไม่ว่าวันข้างหน้าจะมีพายุซัดกระหน่ำแค่ไหน ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณไปไหนแน่นอน” จูบที่นุ่มนวลและอ่อนหวานประทับลงบนหน้าผากมนก่อนจะเลื่อนผ่านใบหน้าไปช้าๆ ราวกับเป็นการผนึกพันธะใจ รินรดาหลับตาพริ้ม ปล่อยให้ความอบอุ่นนั้นเยียวยาบาดแผลในใจ แต่ทว่า ในวินาทีที่เธอคิดว่าทุกอย่างกำลังจะเริ่มใหม่ด้วยความมั่นคง เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของธันวาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงัด เขารับสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่เมื่อฟังไปเพียงไม่กี่คำ ใบหน้าหล่อเหลานั้นก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รินรดาใจหล่นวูบเมื่อเห็นมือที่ถือโทรศัพท์ของเขาเริ่มสั่น “คุณพูดว่าอะไรนะ?” ธันวาถามเสียงต่ำ “ที่ไหน... ใครเป็นคนสั่ง?” รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว เมื่อเห็นเงาตะคุ่มของชายชุดดำสองคนเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาจากมุมมืดของสวน พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งที่ถูกส่งมาวางตรงหน้าธันวา... เอกสารที่รินรดาจำได้แม่นว่ามันควรจะถูกเผาทำลายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้ว ขอบคุณที่เดินทางมากับความรู้สึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะรักละมุนใจใต้แสงดาวเดือนเก้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%